เศษปูนซีเมนต์ร่วนซุยร่วงกราวลงมากองแทบเท้า เสียงค้อนปอนด์กระแทกเข้ากับผนังอิฐมอญเก่าแก่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงที่กำลังรีโนเวท ฝุ่นผงสีเทาคละคลุ้งจนบรรยากาศรอบตัวขมุกขมัวราวกับฉากในภาพยนตร์สารคดีสงครามโลก
"ให้ตายสิ วิน! นายแน่ใจนะว่าตรงนี้ไม่มีท่อประปาหลักซ่อนอยู่?"
เสียงห้าวเจือความหงุดหงิดดังขึ้นตัดเสียงทุบทำลาย ปกรณ์ในชุดเชฟสีดำสนิทที่ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้ว ขมวดคิ้วจนยุ่ง มือหนาปัดป่ายฝุ่นที่เกาะตามลาดไหล่กว้างอย่างนึกรำคาญ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังรอยแตกขนาดใหญ่บนผนังที่เพิ่งถูกกะเทาะออก
ธนวินท์หน้าซีดเป็นไก่ต้ม รีบละล่ำละลักปฏิเสธพัลวัน "ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า! นี่มันตึกเก่าสร้างตั้งแต่สมัยคุณทวด ปรุงแต่งเติมกันมากี่รอบแล้วใครจะไปจำได้!"
กรธัสสร์ที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูอยู่ไม่ไกล ยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิตพับแขนระเกะระกะก้าวเข้ามาใกล้กลุ่มซากอิฐปูนนั้น ชายหนุ่มปรายตามองเพื่อนสนิทของเชฟหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับคนตัวโตกว่าที่กำลังหน้าเครียดเป็นตูดหม้อ
"บอกแล้วไงว่าการรีโนเวทตึกโบราณ มันไม่ได้ง่ายเหมือนสั่งสเต็กมีเดียมแรร์ในครัวปิดของคุมิหรอกนะคะ คุณเชฟจอมเก็ก" กรธัสสร์ลอยหน้าลอยตาเอ่ยแซว น้ำเสียงกวนประสาททำเอาคนฟังอยากจะยกสิ่วในมือขึ้นมาปาใส่หน้าสักที
"ถ้าไม่อยากให้ร้านฉันพินาศไปมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วมาดูนี่ซะ กรธัสสร์" ปกรณ์กัดฟันกรอด น้ำเสียงทุบต่ำบ่งบอกถึงความอดทนที่ใกล้ขาดผึง เขากวักมือเรียกสถาปนิกหนุ่มให้เข้ามาดูใกล้ๆ
กรธัสสร์กลอกตาเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินเข้าไปประชิด ร่างโปร่งหยุดยืนเคียงข้างร่างสูง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายความเหนอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกปกรณ์จนเจ้าตัวเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว ทว่าความรู้สึกวาบหวามในอกถูกแทนที่ด้วยความตกใจ เมื่อสายตาทั้งคู่ประสานมองไปยังซากผนังที่พังทลายลง
หลังชั้นปูนฉาบและอิฐบล็อกยุคใหม่ที่เพิ่งถูกทุบทิ้ง เผยให้เห็นโครงสร้างอิฐมอญโบราณสีส้มอิฐเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ต้องนิ่วหน้า คือแนวคานไม้สักทองโบราณที่สלักลวดลายวิจิตรบรรจงซ่อนอยู่ภายใน และเหนือขึ้นไป มีช่องเปิดลับคล้ายช่องลมหรือช่องลับแลที่ถูกปิดทับด้วยแผ่นไม้กระดานหนาเตอะ
"นี่มัน... โครงสร้างเดิมของอาคารพาณิชย์สมัยรัชกาลที่ห้าชัดๆ" กรธัสสร์พึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้นในฐานะสถาปนิก ลืมความบาดหมางชั่วคราว มือเรียวยื่นไปปัดฝุ่นหนาเตอะบนเนื้อไม้โบราณอย่างทะนุถนอม "ให้ตายเถอะ... สวยเป็นบ้า"
"สวยบ้านเธอสิ!" ปกรณ์สวนกลับทันควัน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่กว้างเบียดกับไหล่บางของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ "เธอไม่เห็นเหรอว่าคานไม้นั่นมันรับน้ำหนักส่วนต่อเติมชั้นสองอยู่ ถ้าเราทุบสุ่มสี่สุ่มห้า หรือแก้แบบไม่ถูกวิธี มีหวังเพดานร้านฉันได้ลงมาจูบพื้นแน่ๆ"
จังหวะที่ปกรณ์หันมาโต้เถียง ใบหน้าคมคายจึงอยู่ห่างจากกรธัสสร์แค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน สถาปนิกหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่รู้ตัวเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ปกติแล้วเชฟหนุ่มคนนี้จะมีกำแพงเหล็กกล้ากั้นกลางระหว่างเขากับโลกภายนอกเสมอ แต่ในยามที่อีกฝ่ายใกล้ชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความเป็นผู้ชายแบบนี้... มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในอกได้อย่างประหลาด
"อะ...แฮ่ม!" ธนวินท์กระแอมเสียงดังขัดจังหวะ พร้อมกับทำหน้าล้อเลียนจนปกรณ์ต้องรีบผละถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉยกลับมาเป็นระเบียบอีกครั้ง แม้ใบหูจะขึ้นสีแดงจัดอย่างแนบเนียน
"แล้วเราต้องทำยังไงต่อล่ะคุณสถาปนิก อัจฉริยะนักไม่ใช่เหรอ แก้แบบด่วนสî ว่ามา" ปกรณ์เชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความประหม่า น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยตามฟอร์ม
กรธัสสร์สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับคืนมา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นอีกครั้งอย่างมั่นอกมั่นใจ "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ยอมให้ร้านอาหารหรูหราของคุณกลายเป็นกองขยะหรอกนะ แต่... การแก้โครงสร้างโบราณแบบนี้ มันต้องใช้เวลาคำนวณใหม่ทั้งหมด และที่สำคัญ..."
สถาปนิกหนุ่มเว้นจังหวะ ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์ชวนหมั่นไส้
"อะไรอีก?"
"เราต้องเข้าไปสำรวจพื้นที่ด้านหลังช่องลับนั่นแบบละเอียด" กรธัสสร์ชี้ไปยังช่องไม้กระดานปริศนา "ซึ่งหมายความว่า... คืนนี้พวกเราสองคนต้องอยู่เคลียร์หน้างานกันจนดึกดื่น โดยไม่มีเสียงโวยวายจากเชฟจอมเนี้ยบสักคำ... ตกลงไหมคะ?"
ปกรณ์จ้องมองใบหน้าเรียวที่ระบายยิ้มท้าทายด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดู มือหนายกขึ้นกอดอก พลางหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา "ก็ได้... ถ้ามันทำให้โปรเจกต์นี้ไม่พังพินาศ ฉันยอมสงบปากสงบคำก็ได้สักคืน"
"ดีมากค่ะ เด็กดี" กรธัสสร์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะหันไปหยิบตลับเมตรและกระดาษร่างแบบในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมทำงานเคียงข้างเชฟหนุ่ม
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งแสงตะวันยามเย็นลับขอบฟ้า ไฟนีออนชั่วคราวถูกเปิดขึ้นส่องสว่างภายในห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ทั้งสองคนช่วยกันรื้อแผ่นไม้กระดานโบราณออกอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งช่องลับด้านหลังถูกเปิดออกกว้างพอที่จะให้คนลอดผ่านได้
ความเย็นยะเยือกแปลกประหลาดพัดปะทะใบหน้า พร้อมกับกลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปี กรธัสสร์ขมวดคิ้ว ใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องเข้าไปสำรวจภายในความมืดมิดนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องลับขนาดเล็กที่มีเอกสารเก่า วัตถุโบราณ และ... สมุดบันทึกเล่มหนาวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเก่าแก่
"เฮ้... ปกรณ์ มาดูนี่สิ" กรธัสสร์หันไปเรียกชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการค้ำยันคานไม้ด้านนอก
ปกรณ์เดินตามเสียงเรียกเข้ามาใกล้ ร่างสูงชะโงกศีรษะผ่านช่องลับเข้ามา เคียงข้างกรธัสสร์ในพื้นที่คับแคบ สัมผัสจากไหล่ที่เบียดเสียดกันทำให้ความเงียบสงบภายในห้องลับยิ่งทวีความตึงเครียดทางอารมณ์ขึ้นไปอีกขั้น กรธัสสร์เอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา ทว่าจังหวะนั้นเอง ปลายมือของทั้งคู่ก็สัมผัสกันโดยบังเอิญ—
ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดเข้าสู่หัวใจของสถาปนิกหนุ่ม กรธัสสร์ชะงักเงยหน้าขึ้นสบตากับปกรณ์ในระยะประชิด ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ไม่มีเสียงทุบตึก ไม่มีฝุ่นควัน มีเพียงดวงตาสีนิลคมกราบที่ทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา
"กร..." เสียงทุบต่ำของปกรณ์พร่าเลือนและแผ่วเบา ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ทีละน้อยอย่างลืมตัว
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหาเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางความรู้สึกนั้นเอง—
*โครม! เสียงกระแทกประตูด้านหน้าร้านดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ*
"ปกรณ์! กรธัสสร์! ออกมาเดี๋ยวนี้! ใครอนุญาตให้พวกเธอรื้อผนังฝั่งตะวันตก... พังหมดแล้ว! โครงสร้างร้านพังทลายลงมาหมดแล้วโว้ย!"
เสียงตะโกนตื่นตระหนกของธนวินท์ที่ดังขึ้นจากด้านนอกห้องลับ ทำให้ร่างทั้งสองผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต กรธัสสร์หน้าถอดสี มือที่ถือสมุดบันทึกสั่นเทาเล็กน้อย ส่วนปกรณ์ขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้นะคะ!
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 10
ความลับใต้ซากอิฐปูน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!