“ไอ้กร! ไอ้กรณ์! อยู่ในนั้นหรือเปล่า วินเห็นไฟเปิดอยู่!”
เสียงตะโกนของธนวินท์ดังแว่วเข้ามาพร้อมเสียงทุบประตูห้องเก็บเอกสารที่ดังสนั่นจนกรธัสสร์สะดุ้งสุดตัว เขาผละออกจากอ้อมแขนของปกรณ์ทันทีราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่านร่าง ทั้งที่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน หัวใจของเขายังเต้นรัวแรงอยู่ในจังหวะเดียวกับคนตรงหน้าอยู่เลย
ปกรณ์ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าคมเข้มที่ปกติจะเรียบเฉยเหมือนรูปสลักกลับปรากฏร่องรอยของความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด เขาจัดปกเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นด้วยความเร็วสูง ขณะที่กรธัสสร์พยายามคว้าแบบแปลนที่วางระเกะระกะบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้เพื่อปกปิดความประหม่าที่พุ่งพล่านอยู่ในดวงตา
“จัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วออกไป” ปกรณ์กระซิบเสียงต่ำ พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออกด้วยท่าทีนิ่งขรึมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อยู่นี่เอง! ทำไมทำตัวลับๆ ล่อๆ กันในนี้วะ?” ธนวินท์ที่ยืนหอบแฮกอยู่หน้าประตูถามพลางมองผ่านไหล่ปกรณ์เข้าไปเห็นกรธัสสร์ที่กำลังหมุนตัวกลับหลังหันไปจัดแจงกระดาษบนโต๊ะ “แล้วแบบแปลนล่ะ? สรุปว่ามันพังหรือพังกว่าเดิม?”
กรธัสสร์สูดหายใจลึก พยายามเรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด “พังพินาศครับคุณวิน... พังจนกลายเป็นมาสเตอร์พีซชิ้นใหม่แล้ว” เขาหันกลับมาส่งยิ้มกวนประสาทให้ตามความเคยชิน แม้ว่าปลายนิ้วจะยังเย็นเฉียบจากการปะทะอารมณ์เมื่อครู่ก็ตาม
ปกรณ์ปรายตามองกรธัสสร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาเพื่อนสนิท “แบบแปลนผ่านแล้ว วิน ไปเตรียมเอกสารสัญญาการก่อสร้างเถอะ”
ธนวินท์เลิกคิ้วสูง “เฮ้ย! จริงดิ? เมื่อกี้ยังเห็นทำหน้าเครียดเหมือนแบกโลกอยู่เลย แล้วนี่... ทำไมหน้าตาพวกนายสองคนถึงดูเหมือนเพิ่งไปวิ่งร้อยเมตรมาล่ะ? เหงื่อแตกซิกเชียว”
“อากาศข้างในมันอบครับ” ปกรณ์ตอบสวนทันควันก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้กรธัสสร์ยืนนิ่งอยู่ลำพังกับธนวินท์ที่ยังหรี่ตามองอย่างจับผิด
บรรยากาศในร้านอาหารหลังเวลาปิดทำการดูเงียบงันและอึดอัดอย่างประหลาด เมื่อแบบแปลนฉบับสมบูรณ์ถูกวางลงบนโต๊ะกลางร้าน กรธัสสร์พยายามจดจ่ออยู่กับการชี้แจงรายละเอียดงาน แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นปกรณ์ที่กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์ สายตาคมคู่นั้นไม่ได้มองแบบแปลน แต่มองมาที่เขา—มองด้วยความรู้สึกที่เขายังหาคำนิยามไม่ได้
“ตรงนี้... ปรับแก้นิดหน่อยตามที่ผมบอกคุณเมื่อกี้” ปกรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับไหล่ของสถาปนิกหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ
กรธัสสร์ชะงักไปชั่วครู่ “คุณกรณ์จะแก้ตรงไหนอีกครับ? สเปกนี้มันดีที่สุดแล้ว ถ้าคุณจะเอาเนี้ยบกว่านี้ ก็ต้องไปจ้างวิศวกรนาซ่ามาช่วยแล้วล่ะครับ”
ปกรณ์โน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบจะชิดกับใบหูของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของคนตัวสูงกว่าโชยมาแตะจมูก “ผมไม่ได้จะแก้สเปก... ผมแค่จะบอกว่า ตรงนี้” นิ้วเรียวชี้ไปที่มุมหนึ่งของแบบ “มันดู... รกไปนิด”
“นั่นคือการจัดวางสเปซแบบ Minimalist แบบมีเลเยอร์ครับ คุณเชฟ” กรธัสสร์สวนกลับทันที เสียงของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่ง
“แต่ผมชอบแบบ ‘สะอาด’ และ ‘ชัดเจน’ มากกว่า” ปกรณ์กระซิบตอบ “เหมือนกับความสัมพันธ์... ถ้ามันซับซ้อนเกินไป ก็มักจะจบด้วยการพังไม่เป็นท่า”
ประโยคนั้นทำให้กรธัสสร์ต้องหันไปสบตาคนพูดตรงๆ ความมั่นใจที่เคยมีอยู่เต็มเปี่ยมถูกสั่นคลอนด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินคาดเดาของชายหนุ่มตรงหน้า นี่เขาแพ้แล้วใช่ไหม? แพ้ให้กับความนิ่งที่จู่ๆ ก็พุ่งชนความรู้สึกจนตั้งตัวไม่ติดแบบนี้
“จบยกแรกด้วยความพ่ายแพ้ของความนิ่ง... ก็ดี” กรธัสสร์เค้นยิ้ม แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะ “เพราะผมก็ไม่ค่อยชอบอะไรที่มันนิ่งเกินไปเหมือนกัน มันน่าเบื่อ”
ธนวินท์ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เกาหัวแกรกๆ “พวกนายสองคนพูดภาษาอะไรกันวะ? เรื่องแบบแปลน หรือเรื่องอะไร? แล้วนี่กร... ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น?”
“อากาศมันร้อนครับคุณวิน! ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าแอร์ที่นี่น่ะ... มันไม่ค่อยเย็น!” กรธัสสร์แหวใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะรีบม้วนแบบแปลนเก็บเข้ากระบอกด้วยความร้อนรน
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเดินออกจากร้าน มือหนาของปกรณ์กลับคว้าข้อมือเขาไว้เบาๆ เพียงชั่วครู่ แต่กลับทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง
“พรุ่งนี้เจอกันที่หน้างาน... แปดโมงตรง อย่าเลท” ปกรณ์สั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับวูบไหวราวกับมีบางอย่างที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างใน
กรธัสสร์พยักหน้ารับอย่างส่งๆ ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านไปทิ้งให้ปกรณ์ยืนมองแผ่นหลังของเขาไปจนลับตา ธนวินท์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ “ไอ้กรณ์... แกไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า? ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ กับน้องสถาปนิกคนนี้จัง”
ปกรณ์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ความเย็นของน้ำไม่ได้ช่วยลดความร้อนผ่าวในอกเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดเอาไว้ภายใต้ความเนี้ยบและกฎระเบียบกำลังจะพังทลายลง
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของกรธัสสร์ที่ลืมไว้บนเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้น ปกรณ์ก้มมองหน้าจอที่แสดงชื่อผู้โทรเข้าด้วยแววตาที่เย็นชาลงในทันที
*‘พิมพ์ชนก’* พร้อมข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอแจ้งเตือนว่า: *“กร! พรุ่งนี้อย่าลืมที่คุยกันนะเรื่องย้ายโปรเจกต์... แกไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับไอ้เชฟจอมบงการนั่นหรอก!”*
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นแนวคม เขาวางโทรศัพท์ลงเบาๆ ทว่าดวงตากลับฉายแววอันตรายเมื่อมองออกไปยังประตูกระจกที่กรธัสสร์เพิ่งเดินออกไป
ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นสั่นคลอน กลับถูกทดสอบด้วยความเข้าใจผิดที่ใหญ่กว่าเดิมในวินาทีต่อมา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจะเกินขอบเขตของทั้งคู่นะคะ พบกันตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 11
จบยกแรกด้วยความพ่ายแพ้ของความนิ่ง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!