"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่ในครัวของฉันเหมือนแมวติดสัดอีกรอบเดียว ฉันจะถอดรองเท้าเซฟตี้เบอร์สิบสี่ของคุณไปโยนทิ้งถังขยะเปียกหลังร้านจริง ๆ นะครับคุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจาง ๆ ดังขึ้นเหนือหัว ขณะที่กรธัสสร์กำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยชิมครีมซอสมันม่วงสีสวยบนเคาน์เตอร์สเตนเลสอย่างถือวิสาสะ สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อย แต่แทนที่จะชักมือกลับ เขากลับหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นเชฟหนุ่มจอมเนี้ยบขมวดคิ้วจนยุ่งเป็นปม
จากเหตุการณ์ความเข้าใจผิดเรื่องแบบแปลนรีโนเวทที่เกือบจะพังไม่เป็นท่าในสัปดาห์ก่อน ใครจะคิดว่าความสัมพันธ์ที่ควรจะระเบิดเป็นจุล กลับพลิกผันกลายเป็นความคุ้นเคยประหลาดที่ดึงดูดให้ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มก้าวเข้ามาในร้านอาหาร 'Aroma & Arch' แห่งนี้บ่อยขึ้น... บ่อยเสียจนธนวินท์เพื่อนสนิทของปกรณ์เริ่มแซวว่าที่นี่กลายเป็นสำนักงานสาขาสองของบริษัทออกแบบไปแล้ว
"โห เชฟกรณ์ครับ ใจร้ายจัง ผมแค่มารveifyความแข็งแรงของโครงสร้างเคาน์เตอร์บาร์ต่างหาก สั่งทำพิเศษตั้งแพง ขอเช็คคุณภาพความอร่อย เอ้ย... ความเรียบร้อยหน่อยไม่ได้หรือไง" กรลากเสียงกวนประสาท ยักคิ้วให้อย่างท้าทาย
ปกรณ์ถอนหายใจยาว พลางใช้ผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทเช็ดมือที่เปียกชื้นอย่างประณีต ดวงตาคมดุภายใต้กรอบหน้าคมเข้มกวาดมองร่างโปร่งที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ชุดทำงานที่ดูเนี้ยบแต่เจ้าตัวมักจะทำให้มันยุ่งเหยิงด้วยการถอดเนกไทออกอย่างไร้ระเบียบ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ปกรณ์เริ่มชินตา—และเผลอใส่ใจ—กับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ของสถาปนิกปากเก่งคนนี้
"โครงสร้างเคาน์เตอร์นั่นผ่านวิศวกรมาแล้วสามคน ไม่จำเป็นต้องใช้ลิ้นของคุณมาตรวจสอบความหนาแน่นหรอกครับ" ปกรณ์ว่าพลางดันถาดใส่มาการ์ลองสีพาสเทลออกห่างจากมือซน ๆ นั้น แต่มีหรือที่คนอย่างกรธัสสร์จะยอมแพ้ง่าย ๆ
"อ้าว เชฟก็พูดเกินไป ลิ้นสถาปนิกน่ะมีความแม่นยำสูงกว่าเครื่องมือวัดระดับเลเซอร์อีกนะจะบอกให้" กรโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนระยะห่างระหว่างเขากับเชฟหนุ่มลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จาง ๆ ที่เจ้าตัวใช้ ผสมผสานกับกลิ่นเนยและวนิลดาในครัว ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกจนปกรณ์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสามวันที่ผ่านมา กรแวะมา 'ตรวจหน้างาน' ในช่วงเวลาที่ร้านใกล้ปิด ปราศจากเหตุผลด้านงานก่อสร้างใด ๆ นอกจากข้ออ้างเรื่องการปรับแก้แสงไฟเฉพาะจุด แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่สถาปนิกหนุ่มจะเดินออกไปมือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อปกรณ์มักจะเผลอทำเมนูทดลองใหม่ ๆ เกินมาเสมอ—และเหยื่ออันโอชะก็หนีไม่พ้นคนตัวสูงที่ยืนยันจะชิมมันทุกคำด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"ถอยไปหน่อยครับ คุณกำลังขวางทางเดินของผม" ปกรณ์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมครึ่งส่วน เมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายอยู่ใกล้เสียจนเขาสามารถนับเส้นขนตาแพยาวนั้นได้
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะครับ... เชฟจะทำยังไง ไล่ออกนอกร้านเหรอ?" กรจงใจกระซิบชิดริมหิมะฝีปากอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มต่ำพราวเสน่ห์ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
ปกรณ์นิ่งงัน สบตากับนัยน์ตาสุกใสที่ซ่อนความท้าทายเอาไว้ บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบงัน เสียงเครื่องดูดอากาศในครัวที่เคยดังหนวกหูราวกับถูกกดปุ่มปิด เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน ท่ามกลางโต๊ะเตรียมอาหารสเตนเลสสะท้อนแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟเหนือเคาน์เตอร์
ในจังหวะที่ปกรณ์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนตามความเคยชิน เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันนั้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
"คุณกรขา! อยู่นี่จริง ๆ ด้วย แย่แล้วค่ะ แบบแปลนโซนระเบียงด้านนอกมีปัญหา..."
เสียงใสของพิมพ์ชนกดังแหวักอากาศเข้ามา พร้อมกับร่างบางของมัณฑนากรสาวเพื่อนซี้ที่ผลักประตูกระจกเข้ามาในครัวอย่างถือวิสาสะ แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มเนื้อทองกับเชฟหนุ่มมาดนิ่งยืนประชิดกันจนแทบจะสิงร่าง โดยมีถาดมาการ์ลองกั้นกลางเป็นเส้นแบ่งเขตสงคราม
กรผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว สีหน้าไม่ได้แสดงอาการพิรุธแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเสียดายจาง ๆ ขณะที่ปกรณ์รีบเบือนหน้าหนี จัดระเบียบเสื้อผ้าและสีหน้าของตัวเองให้กลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
"มีปัญหาอะไรเหัยงพิมพ์ หน้าตาตื่นมาเชียว" กรหันไปเลิกคิ้วถามเพื่อนสนิท กลบเกลื่อนสถานการณ์ได้อย่างแนบเนียน
พิมพ์ชนกหรี่ตามองเพื่อนซี้สลับกับเชฟหนุ่มหน้านิ่งที่กำลังหันไปง่วนกับการจัดจานขนมแก้เขิน เธอแอบอมยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ในใจก่อนจะลากเสียงยาว "เปล่าค่ะ... ไม่มีอะไร แค่รู้สึกว่าฉันเข้ามาขัดจังหวะ 'ตรวจหน้างาน' รอบพิเศษของคุณเข้าพอดี... ใช่ไหมคะเชฟกรณ์?"
ปกรณ์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่หยิบกล่องขนมอีกกล่องยื่นใส่รอมือของกรธัสสร์ด้วยใบหน้าบึ้งตึงกลบเกลื่อนความเขินอาย
"เอากลับไปกินที่สำนักงานซะ แล้วพรุ่งนี้... ถ้าไม่มีธุระเรื่องโครงสร้างอะไรจริง ๆ กรุณาโทรนัดเวลาก่อนเข้ามาด้วยครับ"
กรรับกล่องขนมมาถือไว้ รอยยิ้มกวนประสาทระบายบนใบหน้าคมคายยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่สวยพินิจมองคนปากแข็งที่ตอนนี้เอาแต่หันหลังให้ ท่าทางแบบนั้นทำให้สถาปนิกหนุ่มนึกอยากจะแกล้งให้หนักข้อขึ้นไปอีก
"อ้าว แบบนี้ก็แสดงว่าถ้ามาในฐานะ 'แขกพิเศษ' ที่ไม่ใช่เรื่องงาน... เชฟก็อนุญาตให้เข้ามาได้ทุกเมื่อสินะครับ?"
ปกรณ์ชะงักมือที่กำลังถือมีดหั่นขนม แต่ยังไม่ทันที่เชฟหนุ่มจะหันกลับมาตอก aคร์กลับด้วยคำพูดจิกกัด พิมพ์ชนกที่ยืนอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ ก็ส่งเสียงแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"อุ๊ยตาย! ลืมไปเลยค่ะคุณกร มีคนสำคัญอีกคนที่ฝากข้อความมาบอกว่า... กำลังรอคุณอยู่ที่หน้าร้านตอนนี้พอดี!"
คำพูดของพิมพ์ชนกทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของกรธัสสร์แข็งค้างไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบไหววูบด้วยความตกใจระคนแปลกใจ เมื่อบานประตูกระจกหน้าร้านถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ—บุคคลที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 12
กลิ่นหอมของความใกล้ชิด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!