แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวสะอาดตาถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สนอัดแน่นเสียงดัง *กึ๊ก* จนเอกสารร่างแบบแปลนโครงสร้างที่กองสุมอยู่สะเทือนไหว
กรธัสสร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตในมือ นิ้วเรียวยาววาดเส้นตารางบนหน้าจอด้วยความเร็ว ปากกาบลูทูธถูกเคาะเบาๆ ที่ริมฝีปากหยักสีระเรื่ออย่างใช้ความคิด ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วกลางแบรนด์ดังระดับพรีเมียมลอยเตะจมูก ตัดกับกลิ่นอับชื้นจางๆ ของกระดาษเก่าและสีทาผนังในสตูดิโอสถาปัตยกรรมขนาดกะทัดรัดแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
"ถ้าคุณจะกรุณาช่วยเงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนาสักนิด กรธัสสร์... ผมคิดว่ามันคงจะแสดงถึงมารยาทพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนหรือแม้แต่ฟรีแลนซ์อินดี้พึงมีนะคะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นเอ่ยขึ้น พ่วงด้วยสรรพนามและสำเนียงที่บ่งบอกถึงความเนี้ยบระเบียบจัดจนน่าหมั่นไส้ กรธัสสร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมละสายตาจากงานตรงหน้าเพื่อปะทะคารมกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาถึงโต๊ะทำงานใจกลางสตูดิโอ
ปกรณ์ยืนตระหง่านอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและนาฬิกาแบรนด์หรูราคาแพงที่ดูขัดตาขัดใจกับบรรยากาศรกรุงรังเต็มไปด้วยโมเดลกระดาษและเศษโฟมของที่นี่เหลือเกิน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายกำลังกวาดมองไปรอบห้องด้วยสายตาที่คล้ายกับผู้ตรวจการแผ่นดินมาตรวจความผิดปกติของชุมชนแออัด
"อ้าว นึกว่าใคร... เชฟปกรณ์คนเนี้ยบผู้มีตารางชีวิตเป๊ะยิ่งกว่านาฬิกาตาย แวะมาเยี่ยมรังหนูของสถาปนิกจนๆ แบบผมถึงที่นี่ มีวาระสำคัญอะไรรึเปล่าครับ... เอ๊ย... เหรอคะ?" กรธัสสร์จงใจดัดเสียงสูงกวนประสาท ยักคิ้วหลิ่วตาใส่คนที่ยืนหน้าตึงเป็นไม้บรรทัด
ปกรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนกรธัสสร์ต้องเอนตัวหลบสัญชาตญาณ เชฟหนุ่มหยิบกระดาษร่างแบบแปลนแผ่นหนึ่งขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นโบ
"ผมไม่ได้ว่างพอจะมาเดินชมสวนสัตว์นะคะ กรธัสสร์... แต่ที่ต้องถ่อสังขารมาถึงออฟฟิศรกๆ นี่ ก็เพราะโปรเจกต์ 'ร้านอาหารในฝัน' ที่เราต้องทำร่วมกัน มันกำลังจะพังพินาศเพราะความหัวรั้นไร้ระเบียบของคุณต่างหากล่ะ"
"พูดซะน่ากลัวเชียว แค่ผมส่งอีเมลเลทไปนิดเดียวเอง คุณถึงกับต้องบุกมาพังบ้านผมเลยเหรอ?" สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะไล่เลี่ยกัน แต่รัศมีกดดันของคนทั้งคู่กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว กรธัสสร์ดูเหมือนแมวป่าจอมพยศ ส่วนปกรณ์คือราชสีห์เจ้ากฎเกณฑ์ที่พร้อมจะตะปบทุกความผิดพลาด
ปกรณ์กวาดสายตาสำรวจรอบห้องอีกครั้งอย่างเหลืออด บนโต๊ะทำงานของกรธัสสร์มีแก้วกาแฟใช้แล้ววางซ้อนกันอยู่สามใบ หนังสือสถาปัตยกรรมกองพะเนิน และที่น่าสยดสยองที่สุดคือกล่องพิซซ่าเปล่าจากเมื่อคืนที่ยังคาอยู่บนโซฟาหนังเทียมขาดๆ
"ผมเกลียดความสกปรก และเกลียดที่สุดคือคนที่ทำงานโดยปราศจากวินัย" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น้ำหนักคำพูดเฉียบคมราวกับมีดแล่เนื้อ "คุณดูโต๊ะทำงานของคุณสิ... มันสะท้อนรสนิยมและการใช้ชีวิตของคุณได้ดีเลยนะ 'ลวกๆ' และ 'ตามใจฉัน'"
"แล้วมันหนักส่วนไหนของคุณล่ะครับ... เอ๊ย... ของคุณคะ?" กรธัสสร์ก้าวเข้าไปประชิด รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความท้าทาย "ออฟฟิศผม จะรกเป็นป่าดงดิบหรือสะอาดเอี่ยมอ่องเป็นห้องผ่าตัดแบบครัวของคุณ มันก็ไม่ได้ทำให้รสชาติอาหารในร้านคุณมันแย่ลงหรอกน่า เชฟปกรณ์"
"มันเกี่ยวโดยตรงต่างหากล่ะ!" ปกรณ์สวนกลับทันควัน ขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟพรีเมียมโชว์ความใกล้ชิดจนกรธัสสร์เผลอชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ "สถาปัตยกรรมที่ดีต้องเริ่มต้นจากความใส่ใจในรายละเอียดและความสะอาดบริสุทธิ์ของกระบวนการคิด เหมือนกับอาหาร ถ้าคนออกแบบยังมีชีวิตเละเทะไม่เป็นระเบียบ แล้วร้านอาหารที่ออกมามันจะไว้วางใจได้ยังไงว่าโครงสร้างจะไม่ถล่มลงมาทับหัวลูกค้าตายคาโต๊ะอาหาร?"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สงสัยตอนเด็กๆ แม่คงให้กินพริกแกงแทนข้าวสินะคะ" กรธัสสร์ไม่ยอมถอยหลัง ปะทะสายตากลับอย่างดุเดือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างแปลกประหลาด ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายกันแน่
"ผมพูดความจริงและความเป็นมืออาชีพ ซึ่งดูเหมือนว่าคุณจะขาดแคลนมันอย่างหนักหน่วง" ปกรณ์ปรายตามองเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเอื้อมมือออกไป...
กรธัสสร์ผะหนีบตัวเล็กน้อยด้วยความตกใจ คิดว่าอีกฝ่ายจะยื่นมือมาทำร้ายร่างกาย แต่ปกรณ์เพียงแค่ใช้นิ้วเรียวปัดเศษยางลบที่ติดอยู่บนปกเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่มออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วโดนผิวเนื้อทำให้บรรยากาศรอบตัวชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตนิ่งนาน
"สะ...ทำอะไรของคุณน่ะ?" กรธัสสร์เสียงสะดุดเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่ทันตั้งตัว
"แค่ทำความสะอาดให้... ในฐานะที่เพื่อนร่วมงานของคุณมันซกมกจนทนดูไม่ได้" ปกรณ์กระซิบเสียงต่ำชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความเย้าแหย่บางเบาที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มใจกระตุกวูบ
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของพิมพ์ชนกและธนวินท์ที่ถือถุงขนมเค้กพะรุงพะรังเดินเข้ามาหน้าตาเฉย
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ/ครับ พวกเราขัดจังหวะอะไรโรแมนติกกันอยู่รึเปล่าเอ่ย?" พิมพ์ชนกเบิกตากว้าง ยิ้มกรุ้มกริ่มแซวเพื่อนสนิททันที
ปกรณ์ผละตัวออกห่างจากกรธัสสร์อย่างรวดเร็วราวกับไฟลวก สีหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเสี้ยววินาที ขณะที่กรธัสสร์รีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พยายามซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของตัวเองให้พ้นจากสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท
"เปล่าสักหน่อย!" กรธัสสร์แหวเสียงLoudใส่เพื่อนสาว ก่อนจะหันขวับกลับมามองหน้าพระเอกหนุ่มจอมเนี้ยบที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท
"งั้นก็ดีครับ..." ปกรณ์ยมุมปากขึ้นน้อยๆ ส่งยิ้มร้ายกาจที่ทำให้กรธัสสร์อยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กฟาดหน้าผากสักที "...เพราะต่อจากนี้ไป คุณจะต้องมาทำงานที่ร้านของผม ทุกวัน วันละแปดชั่วโมง เพื่อให้ผม 'ควบคุมความสะอาด' และ 'ความถูกต้อง' ของงานดีไซน์ด้วยตัวเอง"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ! ติดตามตอนต่อไปด้วยความระทึกใจได้เลยค่ะ
--- หิมะแรกในโตเกียว
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 3
กลิ่นกาแฟและความตึงเครียด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!