"ถ้าคุณยังยืนกรานจะทุบผนังรับน้ำหนักตรงนี้ทิ้งเพื่อความโปร่งโล่งแบบไร้รอยต่อตามจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณล่ะก็ เชฟปกรณ์คนนี้ขอยื่นคำขาดว่าเราจบกันค่ะ... ในฐานะพาร์ทเนอร์โปรเจกต์นะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนระอาดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นปูนที่ฟุ้งกระจาย ปกรณ์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงสแลคเข้ารูป กำลังใช้มือข้างหนึ่งปัดเศษปูนออกจากไหล่กว้าง ใบหน้าคมสันบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ขณะที่ดวงตาคู่คมจดจ้องมองร่างโปร่งของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนเท้าสะเอวอยู่บนกองอิฐมอญเก่าครึ่งซีก
กรธัสสร์หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย สถาปนิกหนุ่มในชุดช่างเสื้อยืดสีพื้นทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์เซอร์ๆ ไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากเชฟหนุ่มจอมเนี้ยบเลยแม้แต่น้อย มือเรียวยกขึ้นดันแว่นตากันแดดขึ้นไปiักไว้บนกลุ่มผมนุ่ม ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายชนิดที่ระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ฝุ่นละอองเล็ดลอดผ่าน
"จบอะไรกันครับ... อุ้ย ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย" กรธัสสร์แกล้งทำเป็นยกมือปิดปาก ยิ้มตาหยีอย่างกวนโมโห "ฉันหมายถึงว่า เชฟกรณ์คะ โลกสถาปัตยกรรมเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้วค่ะคุณพี่ ตึกโบราณอายุกว่าห้าสิบปีหลังนี้ ถ้าเราไม่ผ่าตัดใหญ่เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามา โซนห้องครัวเปิดโล่งแบบ Chef's Table ที่คุณฝันอยากให้ลูกค้าได้ยกลิ้นชิมรสอาหารพร้อมกับมองเห็นลีลาการควงตะหลิวของคุณ มันจะมืดทึบอับชื้นยิ่งกว่ารูหนูเสียอีกนะคะ!"
"แต่นั่นมันคือ 'เสาหลัก' และ 'คานรับน้ำหนัก' นะคุณกรธัสสร์!" ปกรณ์ตวาดกลับเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องมือช่างจากชั้นบน สีหน้าของเชฟหนุ่มเคร่งเครียดจริงจังจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ถ้าคุณรื้อตรงนั้นออก อาคารทั้งหลังอาจจะถล่มลงมาก่อนที่ผมจะได้ทอดสเต็กจานแรกให้ใครกินด้วยซ้ำ! ผมไม่ได้จ้างสถาปนิกมาเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ความพินาศนะ!"
"โอ้โห ใช้คำว่าอนุสาวรีย์เลยเหรอคะ ใจร้ายจัง" กรธัสสร์เบะปากทำท่าทางเจ็บปวดราวกับโดนมีดกรีดหัวใจ แต่ประกายตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้ปั่นประสาทคนตรงหน้าให้เดือดดาล "วิศวกรเขาคำนวณมาให้แล้วย่ะว่าเราใส่โครงสร้างเหล็ก H-Beam เข้าไปค้ำยันแทนได้ มันคืองานศิลปะร่วมสมัยที่ผสมผสานความดิบของโครงสร้างเดิมเข้ากับความเนี้ยบเฉียบคมของห้องอาหารคุณ เข้าใจไหมคะเชฟ... อาหารอร่อยอย่างเดียวไม่พอ รสนิยมของสถานที่ก็ต้องเฉียบขาดด้วยถึงจะเรียกว่าเพอร์เฟกต์"
"ผมไม่สนศิลปะบ้าบออะไรทั้งนั้น ถ้าความปลอดภัยของลูกค้าและตัวผมเองเป็นศูนย์!" ปกรณ์ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวกรธัสสร์กลับบ้าง แรงกดดันจากส่วนสูงที่เหนือกว่าและรัศมีอำนาจของเจ้าของธุรกิจร้านอาหารชื่อดังทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันที แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยกลิ่นอับของซากปรักหักพังและฝุ่นผง แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดสดชื่นจากตัวปกรณ์กลับลอยปะปนเข้ามาเตะจมูกสถาปนิกหนุ่มจนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
กรธัสสร์ชะงักไปนิดเมื่อพบว่าใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายอยู่ห่างจากตนเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูก ดวงตาคมกริบที่มักจะมองคู่สนทนาอย่างถือดีในตอนนี้กำลังจ้องลึกลงมาในดวงตาของเขา คล้ายจะคาดคั้น คล้ายจะต่อรอง และคล้ายจะ... ดึงดูดสายตาให้ติดกับ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เวลาโมโหทำไมนัยน์ตาถึงได้คมปลาบจนน่ากลัวขนาดนี้กันนะ
"นี่..." เสียงของปกรณ์อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองสถาปนิกปากเก่งที่เริ่มจะเงียบเสียงลง น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและจริงจังขึ้นจนน่าแปลกใจ "ผมไม่ได้อยากทะเลาะกับคุณนะคุณกร แต่เรื่องนี้มันยอมไม่ได้จริงๆ ตึกนี้คือความฝันของผม คุณช่วยเห็นแก่ความปลอดภัยของโปรเจกต์นี้สักนิดจะได้ไหม"
กรธัสสร์กระพริบตาปริบๆ ความรู้สึกซ่าๆ วาบหวามแปลกประหลาดแล่นพล่านไปตามสันหลังอย่างกะทันหัน เขาไม่ใช่คนใจอ่อนกับใครง่ายๆ และเกลียดที่สุดคือพวกเผด็จการที่ชอบสั่ง แต่ทำไมเวลาที่ปกรณ์ใช้สายตาเวทนาแกมขอร้องแบบนี้ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยอ่อนนั้นถึงทำให้กำแพงในใจของเขาพังทลายลงมาได้ง่ายดายนักวะเนี่ย
"เอ่อ..." กรธัสสร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่เคยเท้าสะเอวเปลี่ยนมาเกาแก้มแก้เก้อ "ก็... ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอเรื่องโครงสร้างเหล็กค้ำยันแบบพิเศษที่ฉันออกแบบให้ดูเมื่อกี้... ฉัน... ฉันอาจจะยอมถอยคนละก้าวก็ได้มั้งคะ"
ปกรณ์จ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อฝาดจางเพราะความร้อนและฝุ่นผง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เป็นรอยยิ้มแรกในรอบวันที่ทำให้ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่นี้สว่างวาบขึ้นมาจนกรธัสสร์เผลอกลั้นหายใจ
"ปากดีเก่งนักนะ พอเจอสายตาผมเข้าหน่อย ทำไมเสียงเริ่มอ่อยลงล่ะครับคุณสถาปนิก" ปกรณ์กระเซ้าเสียงพร่า ช1ายหนุ่มจงใจก้มหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดที่ประดับด้วยต่างหูเงินชิ้นเล็ก จนกรธัสสร์สะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ใครอ่อย! ฉันแค่... ฉันแค่เมตตาคนแก่ต่างหากเล่า!" กรธัสสร์รีบผละถอยหลังออกมาทันที ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู มือบางผลักอกอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ "ถอยไปเลยนะเชฟกรณ์ พื้นที่หน้างานอันตราย กรุณารักษาพฤติกรรมให้สมกับเป็นเชฟมิชลินด้วยค่ะ!"
ปกรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เชฟหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวต่อ ทว่า...
"อุ๊ยตาย! ฉันมาขัดจังหวะอะไรยัยกรกับเชฟรูปหล่อแถวนี้หรือเปล่าคะเนี่ย ดูท่าทางสนิทสนมกลมเกลียวกันจนฝุ่นในตึกอิจฉาตาร้อนหมดแล้วมั้ง!"
เสียงแหลมใสคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากบริเวณทางเข้าตึกร้าง เรียกให้ทั้งสองคนหันขวับไปมองพร้อมกัน
ร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีครีมตัดกับรองเท้าผ้าใบแฟชั่น ทรงผมลอนยาวสะบัดไหวตามจังหวะการเดิน พร้อมด้วยแว่นกันแดดแบรนด์เนมที่ถูกดันขึ้นไปไว้บนศีรษะ พิมพ์ชนก เพื่อนสนิทและมัณฑนากรสาวคู่หูของกรธัสสร์กำลังเดินน่องสะโอดสะองเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มประดา ในมือถือแท็บเล็ตคู่ใจพ่วงด้วยถุงน้ำปั่นเจ้าดัง
กรธัสสร์เบิกตากว้าง รีบก้าวเท้าเข้าไปหาเพื่อนสาวทันทีราวกับเจอทางรอดจากสถานการณ์ชวนใจเต้น "พิมพ์! มาได้จังหวะนรก... เอ้ย จังหวะเวลาพอดีเลยแก มาช่วยฉันเคลียร์กับเชฟจอมเผด็จการนี่ที!"
พิมพ์ชนกยิ้มกริ่ม สายตากวาดมองระหว่างเพื่อนสนิทหน้าหวานที่แก้มขึ้นสีแดงก่ำ กับเชฟหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองนิ่งๆ ด้วยแว่นตากันแดดและรอยยิ้มมุมปาก ก่อนที่มัณฑนากรสาวจะก้าวเข้าไปตบไหล่ปกรณ์เบาๆ อย่างสนิทสนมเกินกว่าคนเพิ่งเจอกัน
"ไม่ต้องเคลียร์อะไรหاضรอกค่ะคุณเชฟ เพราะพิมพ์เอา 'แผนผังลับ' ที่คุณกรแอบวาดเก็บไว้ในแท็บเล็ตตอนนั่งเหม่อถึงคุณเมื่อคืนมาฝากด้วย..." พิมพ์ชนกจงใจลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย พร้อมกับชูแท็บเล็ตในมือขึ้นสูง "รับรองว่า... เชฟเห็นแล้วจะต้องยอมสยบให้สถาปนิกคนนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนค่ะ!"
กรธัสสร์หน้าถอดสีทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบพุ่งตัวจะแย่งแท็บเล็ตคืน "ยัยพิมพ์! แกอย่าไปพูดพล่ามเรื่อยเปื่อยนะเว้ย นั่นมันรูป... รูปสเก็ตช์บ้าบออะไรของฉันก็ไม่รู้!"
ทว่าปกรณ์ไว Daniel กว่า มือหนาคว้าข้อมือเรียวของกรธัสสร์ไว้เบาๆ ขณะที่อีกมือเอื้อมไปรับแท็บเล็ตจากมือพิมพ์ชนกได้อย่างรวดเร็ว
เชฟหนุ่มก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่สว่างวาบขึ้น ภาพสเก็ตช์ลายเส้นพู่กันดิจิทัลของห้องอาหารในฝัน ปรากฏภาพโครงสร้างเหล็ก H-Beam ที่กรธัสสร์เถียงหัวชนฝาเมื่อครู่ ถูกผสานเข้ากับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำสนิท และที่สำคัญที่สุด... มุมภาพตรงกลางมีรูปวาดตัวการ์ตูนล้อเลียนเป็นรูปเชฟหน้าดุใส่ผ้ากันเปื้อนกำลังยืนถือตะหลิวทำหน้ายุ่งเหยิง แต่วาดหัวใจดวงโตไว้บนหัวอย่างชัดเจน
ความเงียบกริบปกคลุมพื้นที่หน้างานก่อสร้างไปชั่วขณะ
ปกรณ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่คมจดจ้องมองใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้แดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ รอยยิ้มพึงพอใจระบายขึ้นบนใบหน้าคมสันอย่างชัดเจน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำเอาหัวใจกรธัสสร์กระตุกวูบ
"ไหนคุณบอกว่าเกลียดผมนักหนาไงครับ... แล้วทำไมในหัวใจดวงนั้น ถึงมีหน้าผมชัดเจนขนาดนี้ล่ะหึ... คุณสถาปนิก?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของยัยน้องกรกับเชฟซึนของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 4
เมื่อเชฟลงสนามหน้างาน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!