สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 5

มื้อค่ำทดลองลิ้น

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
กลิ่นอายของเนยฝรั่งเศสละลายเคลือบกระทะทองเหลือง เสียงฉ่าเบาๆ ของเนื้อแกะชั้นดีที่กำลังโดนความร้อนสะท้อนความประณีตของเชฟเจ้าของห้องครัว และที่สำคัญที่สุด... มันคือเสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความหงุดหงิดของปกรณ์ "ถ้าคุณยังยืนกอดอกทำหน้าเหมือนผมกำลังทรมานนักโทษการเมืองอยู่แบบนั้น เชิญเดินออกไปจากห้องครัวของผมตอนนี้เลยค่ะ คุณสถาปนิก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล ขณะที่มือเรียวยาวในถุงมือผ้าสีดำสนิทกำลังบรรจงใช้คีมสแตนเลสพลิกชิ้นเนื้อแกะอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวและท่วงท่าของปกรณ์สะท้อนความเนี้ยบระดับท็อปลิสต์ ไม่มีอะไรเล็ดลอดความสมบูรณ์แบบไปได้แม้แต่หยดน้ำมันกระเด็น กรธัสสร์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยังคงยืนพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์หินอ่อนขัดมันอย่างไม่เกรงใจพื้นที่ส่วนตัว ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่พร้อมจะจุดไฟในใจเชฟหนุ่มให้ลุกโชนได้ทุกวินาที "โห... ไล่แขกผู้ทรงเกียรติแบบนี้ ระวังร้านอาหารระดับมิชลินของคุณจะโดนรีวิวติดลบนะคะ เชฟปกรณ์" กรธัสสร์ลากเสียงกวนประสาท แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องครัวบิวต์อินสไตล์โมเดิร์นที่เขาเป็นผู้ออกแบบเองกับมือ "แล้วก็เลิกบ่นเรื่องผมยืนกอดอกสักทีเถอะน่า ที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้จะมาดูฝีมือทำอาหารของคุณหรอกนะ แต่มาตรวจงาน... เผื่อว่าพื้นที่ฟังก์ชันที่คุณเรียกว่า 'ศักดิ์สิทธิ์นักหนา' มันจะใช้งานจริงไม่ได้อย่างที่ปากโม้ไว้" ปกรณ์หยุดมือที่กำลังราดซอสเดมิกลาสลงบนจานกระเบื้องสีขาวสะอาด ชายหนุ่มวางช้อนสแตนเลสลงกระทบขอบเคาน์เตอร์เสียงดัง *กริ๊ง* ก่อนจะหันขวับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างเขากับสถาปนิกตัวแสบถูกย่นระยะลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจแทรก ดวงตาคมดุของเชฟหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ประโยคที่กรธัสสร์ทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *'แล้วทำไมในหัวใจดวงนั้น ถึงมีหน้าผมชัดเจนขนาดนี้ล่ะหึ...'* "ปากดีแบบนี้..." ปกรณ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนกรธัสสร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "หวังว่าลิ้นคมๆ ที่เอาแต่เถียงผมเมื่อกี้ จะมีความสามารถพอที่จะแยกระหว่างรสชาติห่วยแตกกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซได้นะคะ" จานอาหารหรูหราถูกเลื่อนมาตรงหน้า ชิ้นเนื้อแกะสีชมพูระเรื่อซ่อนตัวอยู่ใต้ซอสสีเข้มข้น ประดับด้วยหน่อไม้ฝรั่งย่างไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอมยวนใจ กรธัสสร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยอมรับในใจว่าแค่กลิ่นสัมผัสก็ทำให้ต่อมรับรสทำงานอย่างบ้าคลั่งแล้ว แต่ความหยิ่งทะนงในฐานะดีไซเนอร์ทำให้เขาไม่มีทางยอมพ่ายแพ้ง่ายๆ สถาปนิกหนุ่มหยิบส้อมและมีดขึ้นมาอย่างช้าๆ หั่นเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ รสสัมผัสของเนื้อที่นุ่มละมุนละลายในปาก ผสานกับความกลมกล่อมของซอสที่ตัดเลี่ยนด้วยสมุนไพรฝรั่งเศสอย่างลงตัว มันไม่ใช่แค่อร่อย... แต่มันคือความสมบูรณ์แบบที่สะท้อนตัวตนของปกรณ์อย่างไร้ที่ติ แต่มีหรือที่กรธัสสร์จะยอมชมตามตรง "ก็... พอกินได้นะ" สถาปนิกหนุ่มแกล้งทำเป็นพยักหน้ารับรู้แบบขอไปที "เนื้อสุกกำลังดี ซอสไม่เลี่ยนจนเกินไป... ให้สักเจ็ดคะแนนเต็มสิบแล้วกัน หักสามคะแนนข้อหาจัดจานเยอะเยิ่นเย้อเกินความจำเป็น" ปกรณ์หรี่ตามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งกวนประสาท เชฟหนุ่มก้าวเข้าประชิดตัวอีกก้าว จนกรธัสสร์ต้องเอนหลังพิงขอบเคาน์เตอร์อัตโนมัติ มือหนาวางทราบลงบนพื้นหินอ่อนกักขังร่างโปร่งไว้ตรงกลาง บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันจนน่าใจหาย "เจ็ดคะแนนงั้นเหรอคะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนกรธัสสร์รู้สึกวูบวาบไปทั้งแผ่นหลัง "งั้นแปลว่าคุณยังพิสูจน์ไม่พอ... ต้องชิมให้ลึกซึ้งกว่านี้ ถึงจะรู้ว่าทำไมครัวห้องนี้ถึงออกแบบมาให้ *'คับแคบ'* จนต้องยืนชิดกันขนาดนี้" หัวใจของกรธัสสร์เต้นรัวผิดจังหวะ สายตาที่คมกริบทอประกายความไหววูบชั่วขณะ ปากเก่งๆ ที่เคยมีคำพูดโต้ตอบแพรวพราวกลับติดขัดขึ้นมาดื้อๆ เมื่อใบหน้าของเชฟหนุ่มโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มจนสถาปนิกหนุ่มต้องเม้มปากแน่นอย่างเสียอาการ "ยะ... อย่ามามุกเสี่ยวๆ แถวนี้นะเชฟ พื้นที่คับแคบนี่มันเป็นเพราะแปลนบ้านต่างหาก ไม่ได้ตั้งใจออกแบบให้คุณมา..." คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อปกรณ์ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา ดวงตาคู่คมของเชฟหนุ่มเต็มไปด้วยความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึน จนคนมองรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์นั้นจริงๆ "ไม่ได้ตั้งใจเหรอคะ... แต่สายตาที่คุณมองครัวห้องนี้ กับสายตาที่คุณมองหน้าผมตอนนี้ มันบอกชัดเจนยิ่งกว่าแปลนสถาปัตยกรรมซะอีกนะ กรธัสสร์" ปกรณ์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นอายความเย้ายวนของมื้อค่ำผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเชฟหนุ่มทำให้กรธัสสร์สมองขาวโพลน มือเรียวที่ถือส้อมอยู่เผลอเกร็งจนแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับกันเพื่อปิดฉากการทดลองลิ้นอันดุเดือด... *กริ๊ก! แอ๊ด—* เสียงปลดล็อกประตูหน้าห้องครัวเปิดผางเข้ามา พร้อมกับเสียงใสปนตกใจของมัณฑนากรสาวเพื่อนซี้ที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาโดยไม่เคาะ "กร! นายลืมเอกสารแปลนโครงสร้างร้านรอบที่แล้วไว้ที่รถฉัน... อุ๊ย! ตายแล้ว ฉันเข้ามาขัดจังหวะดินเนอร์สวีทอะไรกันหรือเปล่าคะเนี่ย เชิญทำต่อตามสบายนะคะ พอดีตาบอดชั่วขณะค่ะ!" พิมพ์ชนกยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันที แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉีกกว้างถึงใบหูนั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอเห็นทุกกระเบียดนิ้ว ปกรณ์ผละตัวออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ แม้จะพยายามรักษามาดนิ่งเอาไว้ ส่วนกรธัสสร์รีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พวงแก้มเนียนขึ้นสีจัดด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา กรธัสสร์หันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีในใจ ขณะที่ปกรณ์หันหลังกลับไปจัดการกับจานอาหารบนเคาน์เตอร์เพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่หุบไม่ลง และก่อนที่ใครจะได้พูดแก้ตัวอะไร ประตูห้องครัวด้านหลังก็เปิดผางออกอีกครั้งพร้อมร่างสูงของธนวินท์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด "กรณ์! แย่แล้ว! ซัพพลายerโทรมาแจ้งว่าวัตถุดิบหลักสำหรับงานอีเวนต์ใหญ่พรุ่งนี้มีปัญหา ส่งของมาผิดล็อตทั้งหมด!" บรรยากาศในห้องครัวที่กำลังคุกรุ่นด้วยความหวานชวนจิ้น พลิกคว่ำเป็นความตึงเครียดในพริบตา ปกรณ์หันขวับกลับมามองหน้าหุ้นส่วนด้วยแววตาคมกริบ ขณะที่กรธัสสร์เผลอกำมือแน่นเมื่อสบตากับพระเอกหนุ่มที่หันมามองตนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความฟินในตอนนี้นะคะ)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%