สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 6

คำชมที่ซ่อนอยู่ใต้คำด่า

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคิดว่าใช้สายตาดุๆ มองแล้วเส้นผ่าศูนย์กลางของสตูว์เนื้อจะหดลงได้เองล่ะก็... เชฟปกรณ์ควรไปเปิดคอร์สสอนเวทมนตร์มากกว่าเปิดร้านอาหารนะคะ" เสียงใสๆ ที่เจือแววเย้าแหย่อย่างจงใจดังขึ้น ทลายความเงียบงันที่คุกรุ่นด้วยบรรยากาศประหลาดเมื่อครู่ลงในเสี้ยววินาที กรธัสสร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความท้าทาย ปากเรียวบางยกยิ้มมุมปากในแบบที่สถาปนิกหนุ่มชอบใช้เวลาต้องการปั่นประสาทผู้รับเหมาหัวโบราณ ปกรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ก่อนจะแค่นเสียงหึในลำคอตามความเคยชินเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... ถอยไปห่างๆ หน่อยครับ กรอบพื้นที่ส่วนตัวของคุณกำลังรุกล้ำอาณาเขตของคนอื่นเกินความจำเป็นแล้ว" เชฟหนุ่มจอมเนี้ยบเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แม้จะพยายามดัดให้ราบเรียบและเย็นชาแค่ไหน แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อระเรื่อกับสันจมูกโด่งเป็นสันที่เชิดขึ้นเล็กน้อยนั้นทรยศเจ้าตัวเสียสนิท "อ้าวเหรอคะ? นึกว่าเชฟกำลังยืนสำรวจงานออกแบบของฉันซะอีก เห็นจ้องซะเขม็งจนแทบจะกินหัวอยู่แล้ว" กรธัสสร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองหม้อสสตูว์เนื้อตุ๋นไวน์แดงที่ตั้งอยู่บนเตา ก่อนจะเหลือบไปเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ประกายตาของสถาปนิกหนุ่มเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง เครื่องเทศที่ถูกซอยและบุบด้วยมือจนได้ขนาดเท่ากันทุกชิ้น ความเคี่ยวกรำของซอสที่ข้นกำลังดีโดยไม่มีคราบไขมันส่วนเกินแม้แต่นิดเดียว การจัดวางวัตถุดิบทุกอย่างรอบเคาน์เตอร์ที่สะอาดสะอ้านชนิดที่ต่อให้เอาไม้บรรทัดมาวัดก็คงหาข้อติไม่ได้ ความประณีตในระดับที่เรียกว่า 'โรคจิต' นิดๆ นี้แหละที่ทำให้กรธัสสร์อดไม่ได้ที่จะแอบทึ่งในใจ สำหรับคนรักความสมบูรณ์แบบอย่างปกรณ์ อาหารไม่ใช่แค่การปรุงเพื่อให้อิ่มท้อง แต่มันคือศิลปะที่ถูกควบคุมด้วยกฎเกณฑ์อันเข้มงวด และนั่นคือสิ่งที่สถาปนิกผู้รักอิสระอย่างเขา... รู้สึกว่ามันน่าสนใจอย่างประหลาด "มองอะไรครับ? จะติอะไรอีกเรื่องดีไซน์ครัว หรือจะวิจารณ์ว่าความสะอาดระดับเกรดเอของผมมันรบกวนจินตนาการอาร์ติสต์ๆ ของคุณ?" ปกรณ์เอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป แถมยังยืนจ้องหม้อสตูว์ของเขาด้วยสายตาที่วิเคราะห์เจาะลึกเสียยิ่งกว่าเวลาตรวจแบบแปลนก่อสร้าง "เปล่าสักหน่อย..." กรธัสสร์ลากเสียงยาว ดวงตาคู่สวยละจากหม้อสตูว์กลับมาสบตาคมกริบตรงหน้าตรงๆ "แค่กำลังคิดว่า... คนที่ปากจัดแล้วก็เรื่องมากเป็นที่หนึ่งอย่างคุณเนี่ย ถ้าเวลาคลั่งรักขึ้นมาจริงๆ จะน่าหมั่นไส้ขนาดไหนกันนะ" "คุณกรธัสสร์!" เชฟหนุ่มเผลอเสียงดังขึ้นมานิดหน่อยด้วยความคาดไม่ถึง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาจนใบหน้าหล่อเหลาร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่มักจะตกหลุมพรางคำพูดของอีกฝ่ายอยู่เรื่อย แต่ก่อนที่ปกรณ์จะได้สวนกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนตามสไตล์ สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตัว มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟร้อนจัดที่วางหมิ่นเหม่ตรงขอบเคาน์เตอร์ "ระวัง!" น้ำเสียงทุ้มตึงเอ่ยเตือนพร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่พาร่างของกรธัสสร์เซเข้าไปชนกับแผ่นอกกว้างของเชฟหนุ่มเข้าอย่างจัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและกลิ่นอายความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปกรณ์โชยเข้าแตะจมูก ปลุกสัมผัสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ ชั่วขณะนั้น สรรพเสียงรอบตัวคล้ายถูกปิดสวิตช์ ห้องครัวที่ควรจะวุ่นวายกลับเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนไม่รู้ว่ามาจากใครกันแน่ กรธัสสร์เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่มองลงมาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ความตื่นตระหนกฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่สวยชั่ววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความระยับพราวของประกายความท้าทายตามนิสัย "แหม... ถึงเนื้อถึงตัวกันเร็วจอนนะคะเชฟกรณ์ หิวอะไรเบอร์นั้น ถึงขั้นจะกินฉันแทนสตูว์เนื้อเลยรึไง" เจ้าตัวยังไม่วายหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม ปกรณ์เม้มปากแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับพูดจายั่วโมโหไม่หยุดนิ่ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากระจ่างใสคู่นั้น ความอดทนที่สั่งสมมานานหลายปีในฐานะเชฟผู้ควบคุมทุกอย่างในครัวดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลเอาเสียเลยกับสถาปนิกปากเก่งคนนี้ "ผมไม่ได้หิวคุณ..." ปกรณ์กระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักสวยคลี่ยิ้มร้ายกาจที่หาดูได้ยาก ออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก "แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดจายั่วประสาท... ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความอดทนของผมมันจะหมดลงเมื่อไหร่" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดเดือด เคมีที่ผสมผสานระหว่างความซึนและความปากกล้ากำลังละลายหายไปกับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินควบคุม กรธัสสร์ชะงักค้างไปกับคำพูดและแววตาที่จริงจังจนน่ากลัวของอีกฝ่าย สมองที่เคยประมวลผลคำตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกบานสไลด์ด้านหน้าห้องครัวดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบอันชวนใจสั่น ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิตกรธัสสร์ออกจากสถานการณ์น่าขันนี้ ปกรณ์ผละตัวออกห่างอย่างเสียดายเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงปรับกลับมาเป็นโหมดนิ่งสนิทได้อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ขอโทษทีครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนช่วงเวลาสวีทหวานฉ่ำของคู่รัก(จำเป็น)เขานะครับพอดีมีเรื่องด่วน..." เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยแซวแทรกเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของธนวินท์ หุ้นส่วนหนุ่มแสนอารมณ์ดีที่ยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ทว่า... ข้างกายของวินกลับมีร่างบางระหงของหญิงสาวคุ้นตาในชุดมัณฑนากรสาวเปรี้ยวจี๊ดก้าวตามเข้ามาด้วย พิมพ์ชนกปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับสะดุดกึก "ว้าว... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าเนี่ยกร? แต่ดูจากหน้าตาพวกเธอสองคนแล้ว... สงสัยโปรเจกต์รีโนเวทห้องครัวร้านนี้ น่าจะได้ฤกษ์เปลี่ยนจากแปลนออกแบบสถาปัตยกรรม... ไปเป็นแปลนจัดงานแต่งงานแทนเร็วกว่ากำหนดซะมั้งคะเนี่ย" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนนี้นจะทำให้ทุกคนยิ้มไม่หุบเลยนะคะ! - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%