"ถ้าสมองของเชฟปกรณ์ถูกออกแบบมาด้วยแปลนสถาปัตยกรรมจริงๆ ฉันพนันได้เลยว่าทุกตารางเมตรคงเต็มไปด้วยกฎระเบียบข้อบังคับที่แม้แต่ปลวกยังต้องเดินแถวเรียงหนึ่งตามแนวตารางมิลลิเมตรเลยล่ะค่ะ"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เจือความกวนประสาทของพิมพ์ชนกดังแทรกขึ้นกลางความเงียบในห้องครัว สกัดกั้นบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องระหว่างกรธัสสร์และปกรณ์ให้แตกกระจายราวกับแก้วเจียระไนหล่นกระทบพื้นหินขัด
มัณฑนากรสาวเพื่อนซี้ของนายเอกก้าวฉับๆ เข้ามาในพื้นที่หวงห้ามด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ในมือถือแท็บเล็ตไอפัดคู่ใจที่เปิดแปลนโครงสร้างสามมิติสว่างวาบ เธอกวาดสายตาคมกริบมองสำรวจคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคลือบไว้ด้วยความรู้ทันแบบเต็มพิกัด
กรธัสสร์สะดุ้งเล็กน้อย รีบดึงมือออกจากรัศมีประชิดตัวของเชฟหนุ่ม ร่างโปร่งดีดตัวถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างเนียนๆ พร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พลางส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสนิทที่ดันโผล่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญได้อย่างพิบEเหมาะเจาะเหลือเกิน
"พิมพ์! เธอเข้ามาร้านคนอื่นโดยไม่เคาะประตูอีกแล้วนะยะ เดี๋ยวก็โดนเจ้าของร้านเขาเอาตะหลิวฟาดหัวหรอก" กรธัสสร์แกล้งบ่นอุบอิบกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูขาว
"โอ๊ะ โอ๋ ฉันผิดเองเหรอคะที่เดินเข้ามาดูความคืบหน้าของโปรเจกต์รีโนเวทที่ตัวเองเป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณ? อีกอย่าง... ประตูหลังร้านไม่ได้ล็อกนะคะคุณสถาปนิก หรือว่าพวกคุณสองคนกำลังทำ 'กิจกรรมลับ' อะไรที่ไม่อยากให้บุคคลภายนอกอย่างฉันเห็นกันแน่เอ่ย?"
พิมพ์ชนกหรี่ตามองอย่างจับผิด มุมปากหยักลึกยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของเพื่อนรัก ปกกรณ์ไหวไหล่เบาๆ เขาปรับสีหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วราวกับมืออาชีพ แต่ประกายตาคมกริบที่ยังคงค้างความหงุดหงิดจางๆ จากการถูกขัดจังหวะนั้นไม่ได้รอดพ้นไปจากเรดาร์ของมัณฑนากรสาวเลยแม้แต่น้อย
"ยินดีต้อนรับครับคุณพิมพ์ชนก เชิญสำรวจตามสบาย... แต่ถ้าแปลนงานของคุณทำให้ห้องครัวผมเสียหายแม้แต่นิลเดียว เตรียมตัวรับหมายศาลเรียกค่าเสียหายได้เลย" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงความเข้มงวดตามสไตล์เชฟจอมเนี้ยบ
"แหม เชฟกรณ์นี่ละก็ ขู่กันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลยนะคะ สมแล้วที่เป็นคู่ปรับตัวฉกาจของยายกรเขา เคมีเข้ากันดีจนน่ากลัวเลยล่ะค่ะ" พิมพ์ชนกหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ เธอเดินตรงเข้าไปตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะหันมาจริงจังกับงานตรงหน้า "ว่าแต่... ที่ฉันรีบแจ้นมาวันนี้ เพราะมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับระบบท่อระบายน้ำและแนวเดินท่อแก๊สที่สภาสถาปนิกเขาเพิ่งออกกฎระเบียบความปลอดภัยใหม่มาตราฐานล่าสุดค่ะคุณเพื่อนรัก ถ้าเราไม่แก้ตอนนี้ มีหวังโปรเจกต์นี้ได้พับเสื่อกลับบ้านก่อนเปิดร้านแน่ๆ"
รอยยิ้มกวนประสาทของกรธัสสร์เลือนหายไปในพริบตา ความเป็นมืออาชีพเข้ามาแทนที่ทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องงาน สถาปนิกหนุ่มขยับเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทเพื่อดูรายละเอียดบนหน้าจอแท็บเล็ต นิ้วเรียวกดเลื่อนภาพสามมิติขยายดูจุดที่เป็นปัญหา
"ไหนเอามาดูซิ... ให้ตายสิ ทำไมกฎหมายควบคุมอาคารช่วงนี้ถึงขยันออกประกาศใหม่เสียจริง ฉันเพิ่งเคลียร์แบบแปลนส่วนนี้ไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ" กรธัสสร์ขมวดคิ้วมุ่น พึมพำกับตัวเองด้วยความเครียด
ปกรณ์ก้าวเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังของสถาปนิกหนุ่มโดยไม่รู้ตัว สายตาคมกริบกวาดมองหน้าจอไอแพดผ่านไหล่บาง กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวของกรธัสสร์ลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง ทำให้เชฟหนุ่มเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ มือหนายื่นออกไปชี้จุดที่ท่อแก๊สตัดผ่านผนังคอนกรีตเสริมเหล็กในแปลน
"ตรงนี้... ถ้าแก้ตามกฎหมายใหม่ ท่อจะต้องเบี่ยงหลบแนวเสาหลักของร้าน ระยะห่างจากเตาไฟหลักจะลดลงเหลือแค่แปดสิบเซนติเมตร ซึ่งมันเสี่ยงเกินไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในห้องครัวของผม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแนบชิดใบหูของคนตัวเล็กโดยไม่เว้นระยะห่าง
กรธัสสร์ชะงัก ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ไม่ใช่เพราะเรื่องท่อแก๊สหรือมาตรฐานความปลอดภัย แต่เป็นเพราะลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ตรงต้นคต่างหากที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มรวนเร ปรับโฟกัสไม่ถูก
"อะ... อ๋อ ใช่ ฉันรู้แล้ว ถ้าอย่างนั้นเราต้องขยับเคาน์เตอร์เตรียมอาหารของเชฟออกไปข้างหน้าอีกสิบเซนติเมตร เพื่อชดเชยพื้นที่ตรงนี้" กรธัสสร์รีบเบี่ยงตัวหลบระยะประชิด เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม
พิมพ์ชนกที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ แอบยกมือขึ้นป้องปากกลั้นยิ้ม เธอส่ายหัวเบาๆ ให้กับความซึนของเพื่อนรักที่ปากบอกว่าไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่ร่างกายกลับตอบสนองความใกล้ชิดอย่างรวดเร็วจนน่าหมั่นไส้
"โอเคค่ะ ในเมื่อผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันในเรื่องแปลนแล้ว งั้นฉันขอตัวไปเคลียร์เอกสารกับทางเขตก่อนนะยะ พอดีนัดเจ้าหน้าที่ไว้บ่ายนี้ ฝากคุณเชฟช่วยดูแลเพื่อนฉันต่อด้วยนะคะ... ระวังอย่าเผลอ 'กิน' สถาปนิกเข้าล่ะ เพราะแปลนรีโนเวทห้องครัวยังไม่ทันเสร็จ เดี๋ยวจะได้ต่อเติมห้องนอนแทนซะก่อน" พิมพ์ชนกทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยคำพูดหยอกล้อแสบสัน ก่อนจะหมุนตัวเดินน่องสะบัดออกจากร้านไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้คนทั้งสองยืนค้างอยู่กลางห้องครัวที่เงียบงัดอีกครั้ง
เสียงประตูกระจกหน้าร้านปิดลงพร้อมกับเสียงกริ่งที่ดังกรุ๊งกริ๊งเบาๆ ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศในห้องครัวอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ กลับเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เต้นเร่าอยู่ใต้ผิวหนัง
ปกรณ์ลดมือลงจากหน้าจอแท็บเล็ต เขายืนนิ่งประจันหน้ากับกรธัสสร์ที่ยังคงยืนชิดติดขอบเคาน์เตอร์ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทางถอยทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มชนเข้ากับขอบโต๊ะสเตนเลสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"เพื่อนเธอนี่... ปากจัดใช้ได้เลยนะ" ปกรณ์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่พยายามเชิดขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้
"พิมพ์เขาพูดตามสิ่งที่เห็นต่างหากล่ะค่ะ... ว่าแต่เชฟช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหมคะ อากาศในครัวมันร้อน หายใจไม่ค่อยสะดวกเลย" กรธัสสร์เชิดหน้าเถียง แม้พวงแก้มใสจะขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด
"ร้อนเหรอครับ? แต่ผมว่าอากาศตอนนี้กำลังเย็นสบายดีออก..." ปกรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สะดุดกึกของคนตรงหน้า "หรือว่าที่หายใจไม่ออก... เป็นเพราะอย่างอื่นกันแน่ กรธัสสร์?"
สถาปนิกหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น กำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดคมคายตามสไตล์คนปากเก่ง ทว่า...
*ปัง! เสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านดังสนั่นลั่น พร้อมกับร่างของธนวินท์ที่วิ่งกระหืดกระหอบพุ่งเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนซีดเผือด*
"ปกรณ์! แย่แล้ววะ! มารดาของนาย... มายืนรออยู่ที่หน้าร้านแล้ว!"
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 7
พิมพ์ชนกผู้จุดชนวน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!