"ถ้าคุณยังมองด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว... ผมจะถือว่าคุณกำลังจีบผมนะ, เชฟปกรณ์"
เสียงทุ้มเจือรอยยิ้มกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานชั่วคราว บนชั้นลอยของร้านอาหารที่กำลังรีโนเวท ปกรณ์สะดุ้งเล็กน้อย ราวกับคนถูกจับได้ว่ากำลังทำความผิด เขารีบเบนสายตาจากใบคมคายของสถาปนิกหนุ่มไปมองแปลนกระดาษตรงหน้าทันที ทว่ามือหนาที่ถือปากกาไว้อยู่กลับสั่นเทาจนเห็นได้ชัด
กรธัสสร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้อุณหภูมิในห้องแคบๆ นี้ดูเหมือนจะสูงขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ ร่างโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้อัดมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนและสีทาบ้านแบบเฉพาะตัวลอยแตะจมูกเชฟหนุ่ม จนปกรณ์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บรรยากาศระหว่างพวกเขาเริ่มแปลกไป... นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่ร้านกาแฟหัวมุมถนน ความใกล้ชิดที่เกินความจำเป็นเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ แต่วันนี้ มันกลับชัดเจนเสียจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ผมไม่ได้มอง... ผมแค่กำลังตรวจดูความผิดพลาดในแบบแปลนต่างหาก คุณกรธัสสร์" ปกรณ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามรักษามาดเชฟผู้เนี้ยบและเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าใบหูข้างขวาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงต้นคอแล้วก็ตาม
"แปลนตรงนี้ไม่มีข้อผิดพลาดหรอกครับเชฟ เพราะผมตรวจมาสามรอบแล้ว..." กรโน้มตัวลงไปอีก จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตากลมโตแพรวพราวราวกับแมวเจ้าเล่ห์กำลังจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมของอีกฝ่าย "แต่คนที่กำลังมีข้อผิดพลาด... น่าจะเป็นสมาธิของคุณต่างหาก"
ปกรณ์เม้มริมฝีปากแน่น เถียงไม่ออก ดวงตาคู่คมตวัดกลับมาสบตาอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ทว่าแพแพขนตากลับสั่นไหวฟ้องความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายใน ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย ปากบอกว่ารำคาญความกวนประสาทของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ แต่ทำไม... หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันด้วย
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด—
*กริ๊ง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของปกรณ์แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบราวกับมีคนจงใจขัดจังหวะ ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต กรธัสสร์กระแอมเบาๆ แล้วเสมองไปทางหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวถนนด้านล่าง ส่วนปกรณ์รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยสีหน้าหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
แต่พอสายตาปกรณ์กวาดมองชื่อบนหน้าจอ สีหน้าเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิท
กรธัสสร์เหลือบมองปฏิกิริยานั้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจสอดรู้ แต่ความเงียบที่เปลี่ยนไปกระทันหันทำให้เขารู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่าซัพพลายเออร์ส่งของไม่ทันอีก"
"เปล่า..." ปกรณ์ตอบเสียงห้วน วางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะโดยไม่กดรับสาย ทว่าความตึงเครียดที่เพิ่งจางหายไปกลับคืนสู่บรรยากาศอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความรู้สึกอึดอัดที่เข้ามาแทนที่ความเขินอายเมื่อครู่
กรธัสสร์หรี่ตามองอย่างจับผิด สัญชาตญาณความทันคนบอกเขาว่ามันต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล "สีหน้าคุณไม่เหมือนคนไม่มีปัญหาเลยนะเชฟ... หรือว่าเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้?"
"บอกว่าไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไรครับ คุณกรธัสสร์มีหน้าที่ตรวจแปลน ก็ตรวจไปสครับ อย่ามาเซ้าซี้เรื่องส่วนตัวของผมเลย" ปกรณ์ใช้น้ำเสียงเย็นชาเข้าเกราะกำบังตัวเองทันที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะแล้วทำท่าจะเดินหนีออกไปทางประตู
แต่มีหรือที่คนอย่างกรธัสสร์จะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ สถาปนิกหนุ่มก้าวฉับๆ ไปขวางหน้าไว้ด้วยความเร็วจนปกรณ์เกือบชนเข้ากับอกของเขา มือเรียวยื่นไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของอีกฝ่ายเพื่อรั้งไว้
"เดี๋ยวสิครับคุณกรณ์..." น้ำเสียงของกรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ไม่มีแววหยอกเย้าเหมือนเมื่อครู่ "เราเป็นพาร์ทเนอร์กันในโปรเจกต์นี้ มีอะไรที่ผมต้องรู้ร่วมกันหรือเปล่า? หรือว่า..."
กรชะงักไปนิดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้ว ภาพของสถาปนิกอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลคนนั้น... คนที่ขโมยผลงานวิทยานิพนธ์ของเขาไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ลอยเข้ามาในหัว
หรือว่าสายโทรศัพท์เมื่อครู่... จะเกี่ยวข้องกับคนๆ นั้น?
ปกรณ์ชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบมองมือบางที่แตะอยู่บนแขนของตน สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนใจกระตุกวูบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับกรธัสสร์ที่เวลานี้ฉายแววความกังวลและจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
"คุณกร..." ปกรณ์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อน
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่นลั่นชั้นลอย ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจรัวของธนวินท์ หุ้นส่วนร้านอาหารที่วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมา สีหน้าของวินซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"กรณ์! แย่แล้ว..." วินละล่ำละลักพูดโดยไม่สนใจว่ามีกรธัสสร์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย "คนจากบริษัทของคุณภวัต... กลุ่มทุนใหญ่ที่ซื้อตึกฝั่งตรงข้าม... เขาเพิ่งส่งจดหมายยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ส่วนกลางที่เราต้องใช้ร่วมกัน และ... และเขากำลังมาที่นี่ด้วยตัวเอง!"
ชื่อของ 'ภวัต' ทำให้กรธัสสร์ถึงกับหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
นั่นมัน... สถาปนิกอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นไม่ใช่หรือไง คนที่ขโมยผลงานวิทยานิพนธ์ของเขาไปเมื่อห้าปีที่แล้ว! และตอนนี้... มันกำลังจะก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่!
———————————————
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวนะคะ หวังว่าตอนหน้าทุกคนจะยังอยู่ลุ้นไปพร้อมกับหิมะแรกในโตเกียวค่ะ!*
สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน•ตอนที่ 14
สายตาที่ฟ้องความจริง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับคุณเชฟจอมเนี้ยบในโปรเจกต์อลวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!