กระดาษเนื้อดีสีขาวนวลใบนั้นนอนนิ่งอยู่บนพื้นไม้ขัดเงา รินรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดนกที่คุ้นตา—ตราประทับรูปกิ่งซากุระพันรอบพู่กัน—มันคือเครื่องหมายการค้าของ ‘เซน’ เพียงผู้เดียวในเมืองคามาคุระแห่งนี้
เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ความเงียบงันภายในห้องพักดูจะทวีความกดดันขึ้นเป็นทวีคูณ เสียงเข็มนาฬิกาที่เคยสม่ำเสมอกลับกลายเป็นเสียงตอกย้ำความลังเลในจิตใจ มือของรินสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขาทรุดตัวลงนั่ง สายตาจับจ้องไปที่ซองจดหมายนั้นราวกับมันเป็นวัตถุอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกความทรงจำที่มี
“ทำไมต้องเป็นตอนนี้...” รินพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเขากับเซนเปรียบเสมือนจานเซรามิกที่ค่อยๆ ถูกขึ้นรูปอย่างทะนุถนอม รินมักจะสังเกตเห็นแววตาที่เซนใช้มองเขา มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความมั่นคงแบบเดียวกับที่ช่างปั้นมอบให้กับดินเหนียว—ใจเย็น, อดทน, และให้พื้นที่ในการเติบโต แต่ทว่าจดหมายฉบับนี้กลับเป็นรอยร้าวที่เขามองไม่เห็น มันคือความลับที่เซนไม่เคยเอ่ยถึง
รินตัดสินใจหยิบซองจดหมายขึ้นมา กระดาษด้านในนั้นหนาและมีกลิ่นจางๆ ของดินเผาผสมกับกลิ่นไอของฝน ลายมือบนแผ่นกระดาษมีความเป็นระเบียบแต่หนักแน่น ผิดกับอารมณ์ของคนเขียนที่เขามักจะเห็นในยามปกติ
*‘ถึงสิ่งที่ฉันไม่อาจเอ่ยปากพูด... ความเงียบไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่ในบางครั้ง มันคือเกราะป้องกันเดียวที่ฉันมี’*
รินอ่านทวนประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสับสนตีรวนอยู่ในอก หากเซนมีเรื่องที่ไม่อาจพูด ความใกล้ชิดที่ผ่านมาคืออะไรกันแน่? ความอบอุ่นในวันที่เขาทำอาหารพลาดแล้วเซนเข้ามากอดจากด้านหลังเพื่อประคองมือเขาไว้ นั่นคือความเมตตา หรือคือการชดเชยสิ่งที่ติดค้างในใจจากอดีตคนรักที่จากไป?
“นายปิดบังอะไรอยู่กันแน่ เซน?”
รินลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกใสสะท้อนใบหน้าที่ไร้ความมั่นใจของเขาเอง เขาเป็นเชฟที่สามารถคุมรสชาติอาหารให้สมบูรณ์แบบได้ แต่กลับไม่สามารถคุมความรู้สึกของคนตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย เขาคิดถึงคำพูดของฮารุเมื่อวานนี้ที่ร้านกาแฟ
*“ริน... บางทีคนบางคนก็ไม่ได้กลัวที่จะรัก แต่เขากลัวว่าถ้าเขารักใครสักคนอย่างหมดใจ เขาจะทำคนคนนั้นพัง เหมือนที่เขาเคยทำของชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตแตกสลายไป”*
ฮารุรู้เรื่องนี้ แต่รินกลับไม่รู้อะไรเลย
เขาตัดสินใจคว้าเสื้อโค้ทแล้วเดินออกจากห้องพัก ตรงดิ่งไปยังร้านปั้นดินเผาของเซน ท้องฟ้าเหนือคามาคุระเริ่มมืดครึ้ม ลมเย็นพัดพาเอาความชื้นของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า ในหัวของเขามีเพียงคำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น—เขาเป็นคนสำคัญของเซนจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่ ‘ตัวแทน’ ที่เซนใช้ระบายความเหงาเพื่อให้ตัวเองไม่แตกสลายไปมากกว่านี้
เมื่อไปถึงหน้าร้าน ประตูไม้บานเลื่อนถูกปิดสนิท แต่แสงไฟสลัวจากด้านในยังคงลอดออกมา รินชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงสนทนาเบาๆ ภายในร้าน ไม่ใช่เสียงของเซนเพียงคนเดียว แต่มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
“คุณยังเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้เหรอคะเซน? ฉันนึกว่าคุณทิ้งไปตั้งแต่วันที่เขาจากไปแล้วเสียอีก” เสียงหญิงสาวคนนั้นดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน “การที่คุณพยายามเริ่มใหม่กับเชฟคนนั้น... คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าเขาจะแทนที่คนที่ตายไปได้?”
ลมหายใจของรินขาดห้วง มือที่กำซองจดหมายอยู่ในกระเป๋าเสื้อบีบแน่นจนยับยู่ยี่
ข้างในร้าน... เซนกำลังยืนหันหลังให้ประตู น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่สั่นไหวอย่างยากจะปิดบัง
“ผมไม่ได้พยายามแทนที่ใคร และเขาก็ไม่ใช่ใครที่จะนำมาเปรียบเทียบได้” เซนหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่รินมองเห็นผ่านช่องว่างของบานประตู “ผมไม่รู้ว่าคุณกลับมาที่นี่ทำไม แต่ถ้าจะมาเพื่อทำลายสิ่งที่ผมเพิ่งจะรวบรวมเศษเสี้ยวของมันขึ้นมาใหม่... ผมขอให้คุณออกไปเสีย”
หญิงสาวแค่นหัวเราะ “ถ้าเขารู้ว่าสิ่งที่คุณทำเมื่อสามปีก่อน คือสาเหตุที่ทำให้คุณต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวจนถึงทุกวันนี้ คุณคิดว่าเขาจะยังมองคุณด้วยสายตาแบบเดิมหรือเปล่า?”
เซนเงียบไปนาน ความเงียบนั้นบาดลึกกว่าคำพูดใดๆ รินที่แอบฟังอยู่แทบกลั้นหายใจไม่ได้ เขากำลังจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้า แต่ทว่า... มือของเขากลับไปกระแทกกับกระดิ่งหน้าประตูจนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊งกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด
ทั้งคู่ภายในร้านหยุดชะงัก ทันใดนั้น เงาของเซนก็เคลื่อนไหวรวดเร็วและเปิดประตูบานเลื่อนออกอย่างแรง สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของรินทันที และในมือนั้น รินไม่ได้ถือเพียงแค่ซองจดหมายฉบับที่เขาร่วงหล่น แต่มันคือหลักฐานบางอย่างที่เขารีบเก็บมาจากโต๊ะทำงานของเซนเมื่อครู่... ซึ่งรินเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างในนั้นไม่ใช่จดหมายรัก แต่มันคือบันทึกการรักษาทางจิตเวชที่เป็นชื่อของเซนเอง!
“ริน... ฟังผมก่อน” เซนก้าวออกมาหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ
“สิ่งที่เธอพูด... และเอกสารพวกนี้... มันหมายความว่ายังไง เซน?” รินถามเสียงสั่น พลางชูใบรับรองแพทย์ที่ได้รับมาพร้อมกับจดหมายในซองนั้นขึ้นมา “นายไม่ได้แค่เสียใจ... แต่นายกำลังป่วย... เพราะสิ่งที่นายทำลงไปเมื่อสามปีก่อน ใช่ไหม?”
หิมะแรกในโตเกียวหวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่ทิ้งกันไปไหน เพราะปมที่ผูกไว้กำลังจะแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออกเลยนะคะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 10
ความสับสนในใจ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!