"อย่าเดินเลี่ยงไปทางนั้น ริน"
เสียงทุ้มต่ำของเซนดังขึ้นแทรกความเงียบงันของทางเดินหินในวัดโคโตคุอิน เขาคว้าข้อมือรินไว้เบาๆ ทว่าหนักแน่น รินหยุดชะงัก สายตาที่เหม่อลอยของเขากลับมาโฟกัสที่แผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้าอีกครั้ง เซนไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนข้อมือรินกลับบีบกระชับขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการย้ำเตือนถึงตัวตนของเขาในห้วงเวลาที่หัวใจรินกำลังเตลิดไปไกล
"ทำไมเหรอคะ" รินถาม เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงใบไผ่ที่เสียดสีกันตามแรงลม
เซนหันกลับมา แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งในฤดูหนาวกลับมีความสับสนวูบไหวซ่อนอยู่ลึกๆ เขาปล่อยมือจากข้อมือริน เปลี่ยนเป็นเอื้อมไปปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนไหล่ของอีกฝ่ายด้วยความนุ่มนวลอย่างประหลาด "ที่นั่นทางชัน และบันไดหินมักจะลื่น... ฉันไม่อยากให้คุณต้องเจ็บตัว"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่รินรู้ดีว่ามันมีความหมายแฝง เซนไม่ได้พูดถึงทางเดิน แต่มันคือคำเตือนถึงสิ่งที่ฮารุเพิ่งทิ้งไว้ในใจของเขาเมื่อครู่ รอยยิ้มสมเพชของฮารุยังคงฝังแน่นอยู่ในความคิดของริน ราวกับหนามยอกที่รอเวลาจะทิ่มแทงหัวใจให้เลือดซิบ
พวกเขาเดินต่อไปยังศาลเจ้าใกล้เคียงในความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดเสียทีเดียว บรรยากาศของคามาคุระในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปจางๆ และความชื้นจากดินที่โดนฝนปรอยเมื่อคืน รินคอยสังเกตเซนอยู่เสมอ ช่างปั้นดินเผาคนนี้มักจะดูเหมือนคนที่มีโลกส่วนตัวสูง แต่ในยามที่เขาอยู่กับริน เซนกลับดูเหมือนคนที่กำลังเรียนรู้ที่จะแบ่งปันพื้นที่ว่างในใจให้ใครบางคนเข้ามาเดินเคียงข้าง
"คุณเคยมาที่นี่กับใครหรือเปล่าคะ?" รินเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบขณะที่พวกเขากำลังยืนอยู่หน้าศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยแผ่นไม้เอมะเขียนคำอธิษฐานนับพัน
เซนหยุดเดิน เขาจ้องมองแผ่นไม้เหล่านั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแค่นยิ้มออกมาบางๆ "บ่อยครั้งที่ผมมักจะถามตัวเองว่า การขอพรเป็นเรื่องของความหวัง หรือเป็นเพียงความพยายามที่จะหลอกตัวเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้น"
"สำหรับฉัน... มันคือการซื่อสัตย์กับความต้องการของตัวเองค่ะ" รินตอบพลางมองสบตาเซน "บางครั้งเราก็แค่ต้องการที่พึ่งทางใจ เพื่อให้กล้าทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง"
เซนก้าวเข้ามาใกล้รินจนระยะห่างลดน้อยลง กลิ่นอายจางๆ ของดินเผาและไม้สนบนตัวเซนทำให้รินรู้สึกวาบหวามในอก มือหนาของเซนเอื้อมมาจัดเสื้อแจ็กเก็ตให้รินอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ ราวกับกำลังพยายามมองให้ทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งในจิตใจของริน
"ถ้างั้น... สิ่งที่คุณกำลังขออยู่ตอนนี้ คืออะไรเหรอริน?"
คำถามนั้นทำให้รินชะงัก หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ เขารู้ดีว่าเซนไม่ได้หมายถึงคำขอพรในศาลเจ้า แต่มันคือคำถามถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาที่กำลังสั่นคลอนด้วยเงาของอดีตและคำเตือนของฮารุ
รินยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเซนก็แผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศ เซนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ เขาถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรับสาย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นราบเรียบเย็นชาในทันทีที่พูดโต้ตอบ
"ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ว่าง... อย่าโทรมาอีก"
เซนกดวางสายด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดกว่าเดิม เขาหันมาหารินด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนใจอย่างเห็นได้ชัด "ขอโทษทีนะครับ มีเรื่องงานนิดหน่อย เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า ผมรู้จักร้านขนมหวานเล็กๆ แถวนี้"
รินพยักหน้าตามน้ำไป แต่ภายในใจเขากลับเย็นเยียบ ฮารุไม่ได้เพียงแค่เตือนเขาด้วยรอยยิ้ม แต่มันคือการประกาศสงครามที่เขายังไม่เข้าใจกฎกติกาอย่างแท้จริง
เมื่อเดินมาถึงร้านขนมญี่ปุ่นเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกแคบๆ ของคามาคุระ กลิ่นหอมของถั่วแดงกวนอบอวลไปทั่วบริเวณ รินนั่งลงตรงข้ามเซนที่กำลังสาละวนอยู่กับการสั่งอาหาร ทั้งคู่ยังคงพูดคุยเรื่องทั่วไป แต่ในดวงตาของเซนกลับมีความระแวดระวังซ่อนอยู่ รินรู้ว่าเซนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง—เรื่องที่เขาอาจจะเกี่ยวข้องกับคนที่โทรมา หรืออาจเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งกว่านั้นที่เขาไม่พร้อมจะบอกรินในตอนนี้
ขณะที่เซนกำลังหันไปสั่งชาเพิ่ม รินสังเกตเห็นซองจดหมายสีขาวที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอกที่เซนวางไว้บนเก้าอี้ข้างๆ ลายมือบนซองจดหมายนั้นคุ้นตาอย่างประหลาด มันเป็นลายมือที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโสและน่าหวาดหวั่นที่เขาเพิ่งเห็นผ่านตาสั้นๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
มันเป็นลายมือเดียวกับที่เขาเห็นในไดอารี่เล่มเก่าที่ฮารุเคยเอามาให้เขาดู—ลายมือของคนรักเก่าที่เสียชีวิตไปแล้วของเซน!
รินพยายามจะละสายตาแต่หัวใจของเขากลับเต้นผิดจังหวะ มือของเขาสั่นจนต้องกำช้อนในมือไว้แน่น ความสงสัยพุ่งพล่านจนแทบจะขาดใจ ข้อมูลในหัวตีกันให้วุ่น นี่มันเรื่องอะไรกัน? คนที่ตายไปแล้วจะเขียนจดหมายมาหาเซนได้อย่างไร? หรือว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้รับรู้มาตลอดเวลา คือการแสดงละครฉากใหญ่ที่เขากลายเป็นเพียงตัวประกอบในเกมที่เซนและฮารุวางแผนกันไว้
เซนหันกลับมา สังเกตเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของริน เขาขมวดคิ้วด้วยความเป็นห่วง "ริน? เป็นอะไรไปครับ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
รินมองสบตากับเซน ลมหายใจของเขาติดขัด เขาอยากจะถามเรื่องจดหมายนั่นออกไปตรงๆ แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตา
ฮารุเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของพวกเขาด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ เขาวางมือลงบนไหล่ของรินแล้วโน้มตัวลงมาประซิบที่ข้างหูจนเซนชะงักกึก
"ดูเหมือนคุณจะพบอะไรที่น่าสนใจแล้วสินะ ริน... แต่จำไว้เถอะว่าความจริงน่ะ มันโหดร้ายกว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลยล่ะ"
รินเบิกตากว้าง หันไปมองเซนที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มือของเซนกำขอบโต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปน และทันใดนั้น เซนก็ลุกขึ้นยืนกระชากแขนของฮารุออกไปทางหน้าร้าน ทิ้งให้รินนั่งอยู่ท่ามกลางสายตาของคนทั้งร้านด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น
บนเก้าอี้ตัวนั้น ซองจดหมายสีขาวค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาบนพื้น เผยให้เห็นตราประทับสีแดงที่คุ้นเคย—ตราประทับเดียวกับร้านปั้นดินเผาของเซน ที่เพิ่งถูกส่งมาจากที่ทำการไปรษณีย์เมื่อเช้าวันนี้เอง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับในคามาคุระกับหิมะแรกในโตเกียวนะคะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 9
วันหยุดที่คามาคุระ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!