สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 33

อาหารมื้อครอบครัว

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
กลิ่นอายของซุปมิโสะรสชาติเข้มข้นที่เคี่ยวด้วยหัวหอมใหญ่และปลาแห้งพยายามทำหน้าที่เยียวยาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้ผ่อนคลายลง แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่ออุณหภูมิความอึดอัดพุ่งสูงเสียดฟ้าจนแทบจะละลายไออุ่นจากหม้อดินเผาตรงหน้าให้กลายเป็นน้ำแข็ง "ริน ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วนะ... สามสิบใช่ไหม?" เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นทำลายความเงียบ ส้อมในมือของเชฟหนุ่มชะงักกึก รินเงยหน้าขึ้นสบตากับชายวัยกลางคนผู้มีรอยย่นรอบหางตาที่ไม่ได้บ่งบอกถึงความใจดี หากแต่เต็มไปด้วยกรอบเกณฑ์และมาตรฐานอันหนักหน่วงที่เขาแบกรับมาตลอดชีวิต "สามสิบเอ็ดครับ... คุณพ่อก็น่าจะจำได้ดีนี่ครับ เพราะปีนี้เป็นปีที่ผมตัดสินใจลาออกจากโรงแรมห้าดาวมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ของตัวเองตามที่พ่อเคยค่อนขอดว่า 'เหลวไหล' ไงครับ" รินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มคมกริบไม่มีแววหวาดหวั่น แม้ปลายนิ้วที่กำตะเกียบจะเผลอออกแรงบีบจนข้อต่องอขาว เซนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามส่งมือหนามาใต้โต๊ะอย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วอุ่นจัดของช่างปั้นดินเผาสัมผัสหลังมือของรินเบาๆ เป็นจังหวะมั่นคงที่ส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาในกระแสเลือด รินเหลือบมองคนข้างกายที่แม้จะตีหน้านิ่งเฉยใส่ผู้ใหญ่ แต่ไหล่กว้างนั้นก็เกร็งเครียดไม่แพ้กัน "ร้านเล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็นอนาคตเนี่ยเหรอ?" คุณแม่ถอนหายใจยาว พลางใช้ตะเกียบเขี่ยชิ้นปลาซาบะในจานอย่างไม่แยแส "แม่ไม่ได้หมายความว่างานฝีมือมันไม่ดีนะริน แต่... อาหารน่ะ มันเป็นแค่ 'งานอดิเรก' ได้ ถ้ารินเลือกจะแต่งงานสร้างครอบครัวจริงๆ รินควรมีอะไรที่มั่นคงกว่านี้ไม่ใช่เหรอ? ดูอย่างลูกชายเพื่อนพ่อสิ ตอนนี้เป็นผู้บริหารบริษัทนำเข้ารถยนต์แล้ว มีบ้านหลังโต มีรถยุโรปขับ แล้วนี่..." สายตาคาดคั้นตวัดข้ามฟากมาหยุดนิ่งที่เซน ซึ่งกำลังคีบเต้าหู้ใส่ถ้วยให้รินด้วยท่าทีนิ่งสงบ "หนุ่มช่างปั้นหม้อคนนี้... จะดูแลลูกของฉันไปได้ตลอดรอดฝั่งจริง ๆ หรือเปล่า? อาชีพทำมาหากินตามอำเภอใจแบบนี้ วันไหนไม่มีอารมณ์ศิลปินขึ้นมา จะเอาเงินที่ไหนผ่อนบ้าน แต่งงาน หรือแม้แต่ซื้อประกันชีวิต?" บรรยากาศในห้องอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเงียบกริบลงทันที เสียงเดือดปุดๆ ของชาเขียวในกาต้มน้ำข้างเตายังดังชัดเจนกว่าเสียงทอดถอนใจของคนเป็นแม่ เซนวางตะเกียบลงบนจานอย่างใจเย็น เขารินน้ำชาเติมลงในถ้วยของผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยกิริยาสำรวมและนอบน้อมตามมารยาท แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับคมกริบและบาดลึกจนรินต้องแอบอมยิ้มมุมปาก "ถ้าหมายถึงความมั่นคงในแง่ของตัวเลขในบัญชี ผมคงสู้คุณคนนั้นไม่ได้หรอกครับคุณน้า..." เซนเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นพ่อและแม่ของริน ตรงไปตรงมา ไร้ความหวาดหวั่น "แต่ถ้าหมายถึงความมั่นคงในแง่ที่ว่า... วันที่รินเหนื่อยล้าจากหน้าเตา รินจะมีผมคอยเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ วันที่รินทำอาหารไม่อร่อย ผมจะเป็นคนกินมันจนหมดหม้อโดยไม่บ่นสักคำ และวันที่โลกทั้งใบพยายามบอกให้รินก้มหัวให้กับความคาดหวังของคนอื่น ผมนี่แหละครับที่จะยืนหยัดบังลมให้เขาเป็นคนแรก... แบบนี้ พอจะเรียกว่าอนาคตที่ฝากไว้ได้หรือยังครับ?" รินหันขวับไปมองหน้าคนรัก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงจนแทบหยุดเต้น คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกกลางใจ ดึงเอาความอบอุ่นซ่านลึกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang ความดุดันและปากร้ายที่เซนชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง แปลงร่างเป็นความคลั่งรักแบบเงียบเชียบที่ทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "เธอ..." คุณพ่อหน้าตึงขึ้นทันที ทุบโต๊ะเบาๆ ด้วยความไม่พอใจ "อย่ามาใช้คารมคมคายเด็กแนวมาพูดจาเลี่ยงบาลกับฉันนะ! ความรักมันกินไม่ได้! แกจะให้รินมานั่งกินดินปั้นของแกไปจนแก่ตายหรือไง!" "คุณพ่อครับ!" รินกระแทกตะเกียบลงกับโต๊ะบ้าง ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง ดวงตาสองชั้นตวัดมองบิดาด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดละ "อย่ามาดูถูกงานของเซนนะครับ! อาหารที่ผมทำ กับงานปั้นที่เซนรัก... มันคือชีวิตของเราทั้งคู่ ถ้าพวกท่านมาเพื่อกินข้าวและพูดจาดูถูกพวกเราแบบนี้... ผมว่าเราพอกันแค่นี้ดีกว่าครับ!" เก้าอี้ไม้ไผ่ถูกดันถอยหลังด้วยแรงอารมณ์ รินเตรียมจะลุกขึ้นยืนและคว้าข้อมือของเซนให้ออกจากห้องอาหารน่าอፍอัดนี่ทันที ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสกับแขนเสื้อของคนรัก ประตูห้องกระดาษซามูเอะด้านหลังก็ถูกเลื่อนเปิดออกอย่างไร้มารยาท "อุ๊ย ตายจริง... บรรยากาศมาคุอะไรกันคะเนี่ย? น้องรินทำไมทำหน้าดุอย่างนั้นล่ะจ๊ะ?" เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด รินชะงักค้าง มือที่กำลังจะดึงเซนหลุดจากการทรงตัว ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพิมใจ—'มิ사키' อดีตคู่หมั้นที่ครอบครัวจัดหาให้เมื่อหลายปีก่อน และเป็นคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในวันที่รินปฏิเสธการแต่งงานเพื่อมาเปิดร้านอาหาร มิ사키กวาดสายตามองรินและเซนสลับกัน ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่ทำหน้าเหมือนเจอลาภก้อนโต "บังเอิญจังเลยนะคะที่คุณพ่อคุณแม่ชวนมาทานข้าวที่นี่... พอดีมิ사키เพิ่งกลับจากลอนดอน แล้วมีเรื่องสำคัญอยากจะปรึกษากับคุณรินเรื่อง 'โปรเจกต์ใหญ่' ที่เราอาจจะต้องร่วมงานกันเร็วๆนี้น่ะค่ะ" รินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ขณะที่เซนหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่นิ่งๆ รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างของช่างปั้นหนุ่มจนน่ากลัว ในจังหวะที่หัวใจของรินกำลังเต้นระรัวด้วยความระแวงและสับสน เซนก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ดึงรั้งให้เขานั่งลงตามเดิมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนที่ชจะหันไปสบตากับมิ사키ด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก "ยินดีต้อนรับครับ... แต่ดูเหมือนคุณจะมาผิดจังหวะไปหน่อย เพราะ 'เจ้าของหัวใจ' และ 'หุ้นส่วนชีวิต' ตัวจริงของรินนั่งอยู่ตรงนี้แล้วครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%