สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 34

เซนคือความสบายใจ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้าความภูมิใจของตระกูลแลกมาด้วยการที่ผมต้องกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีลมหายใจ... งั้นผมก็ยอมเป็นคนแปลกหน้าในสายตาพวกท่านเสียดีกว่าค่ะ” รินเค้นเสียงนั้นออกมาด้วยความสั่นเครือ หยาดน้ำใสคลออยู่ในดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววความมั่นใจยามหยิบจับมีดทำครัว บัดนี้มือของเขาสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นเสียจนข้อนิ้วขาวซีด ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดภายในห้องรับรองของคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ เสียงถอนหายใจหนักๆ ของผู้เป็นบิดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แหลมคมดุจใบมีด “ริน... แกกำลังทำให้วงศ์ตระกูลเราเสื่อมเสีย เพียงเพราะความหลงระเริงไปกับงานครัวชั้นต่ำในเมืองเล็กๆ แบบนั้นน่ะเหรอ?” “มันไม่ใช่เรื่องต่ำต้อยค่ะท่านพ่อ!” เสียงของรินแหลมสูงขึ้นด้วยความขัดแย้งภายในใจ “ความสุขของคนเรามันไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่งหรือชื่อเสียงที่ท่านขีดเขียนไว้ให้... แต่มันวัดกันที่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อใครต่างหาก” วินาทีที่บิดาเตรียมจะยกมือขึ้นด้วยความโกรธจัดจากคำตอบที่ขัดใจนั้น ประตูบานเลื่อนไม้สนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่นด้วยจังหวะการก้าวเดินที่คุ้นเคย กลิ่นอายของดินเหนียวที่ผ่านการเผาด้วยไฟและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนหอมลอยเข้ามาปะทะจมูกของผู้ที่อยู่ในห้อง เซนยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดกิโมโนลำลองสีครามเข้มดูขัดกับบรรยากาศหรูหราของคฤหาสน์อย่างสิ้นเชิง แววตาของเขาที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับฉายแววคมกริบดุจดาบซามูไรที่ถูกชักออกมาจากฝัก “ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ” เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่กลับทรงพลังจนทำให้มือของบิดารินที่ค้างอยู่กลางอากาศต้องชะงักลง “แต่ผมคิดว่าการที่ผู้ใหญ่จะตัดสินคุณค่าชีวิตของคนคนหนึ่ง โดยไม่มองดูเนื้อแท้ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยสองมือตัวเอง... มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับศิลปะการใช้ชีวิตจริงๆ ครับ” รินเบิกตากว้าง หันไปมองคนรักที่ก้าวมายืนเคียงข้าง เขาไม่ได้จับมือริน ไม่ได้ดึงรินไปซ่อนไว้ข้างหลัง แต่เขายืนเคียงบ่า ยืนเป็นฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งที่สุดในยามที่รินกำลังจะพังทลาย “คุณเป็นใคร?” บิดารินถามเสียงขุ่น ดวงตาจับจ้องไปที่ช่างปั้นดินเผาหนุ่มด้วยความเหยียดหยาม “คนที่เห็นในสิ่งที่ท่านมองไม่เห็นครับ” เซนตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปสบตาริน สายตาที่มองมานั้นไม่มีความสงสาร มีเพียงความเชื่อมั่นที่เปี่ยมล้น “รินไม่ได้สูญเสียตัวตนไปหรอกครับ... ที่เขาพังทลาย ก็เพราะเขาพยายามแบกรับความคาดหวังที่พุพังของคนอื่นมาไว้บนบ่าต่างหาก” เซนก้าวเข้าไปหาชายวัยกลางคนช้าๆ ก่อนจะวางกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา เมื่อเขาเปิดมันออก ภายในนั้นไม่ใช่สมบัติล้ำค่า แต่เป็นถ้วยชาใบหนึ่งที่รินเคยปั้นให้เขาในวันที่หิมะแรกเริ่มโปรยปราย เนื้อดินมีความไม่สมบูรณ์แบบ มีรอยร้าวที่ถูกประสานด้วยทองคำตามวิถีคินสึงิ (Kintsugi) “ท่านเห็นนี่ไหมครับ? รอยร้าวเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ถ้วยใบนี้ไร้ค่า แต่มันคือเรื่องราวที่บอกว่ามันผ่านอะไรมาบ้าง ความสมบูรณ์แบบที่ท่านพยายามยัดเยียดให้ริน... ก็เหมือนถ้วยที่ไม่มีรอยร้าว ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็ไม่มีวิญญาณ” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ บิดารินมองดูถ้วยใบนั้นสลับกับใบหน้าของรินที่เริ่มมีความมั่นใจกลับคืนมาทีละน้อย เซนไม่ได้ใช้กำลัง แต่เขาใช้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเป็นอาวุธในการปกป้องรินจากการถูกตีตราให้กลายเป็นเครื่องมือ “กลับกันเถอะริน” เซนเอ่ยเบาๆ โดยไม่หันมามอง แต่เขารู้ว่ารินกำลังมองเขาอยู่ “ที่คามาคุระ... มีวัตถุดิบดีๆ รอให้คุณไปรังสรรค์มื้อเย็นให้ผมอยู่” รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาสบตาบิดาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ใช่ด้วยความโกรธแค้น แต่ด้วยความเข้าใจที่เหนือกว่า ก่อนจะโค้งคำนับให้ท่านตามมารยาทแล้วหมุนตัวเดินตามเซนออกไปจากห้องนั้น ทิ้งให้ความทรงจำและความคาดหวังที่หนักอึ้งไว้เบื้องหลัง รถคันเล็กของเซนเคลื่อนตัวผ่านถนนเลียบชายหาด ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มตัดกับสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า คามาคุระในยามเย็นยังคงมีความเงียบสงบที่โอบกอดทุกอย่างไว้ รินนั่งมองทะเลผ่านกระจกหน้าต่าง ความรู้สึกที่เหมือนหัวใจถูกฉีกขาดเมื่อครู่เริ่มได้รับการเยียวยาด้วยความนิ่งเงียบข้างๆ “ไม่เสียใจใช่ไหมที่เลือกเดินออกมา?” เซนถามขึ้นขณะจอดรถที่หน้าบ้านไม้หลังเล็กของเขา รินหันไปมองคนข้างกาย เขาเห็นรอยยิ้มบางๆ ของเซน รอยยิ้มที่เป็นเหมือน "เซน" ในความหมายที่แท้จริง—ความสบายใจที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ “ผมไม่เสียใจเลยค่ะ” รินตอบพลางเอื้อมมือไปกุมมือเซนไว้ “ขอบคุณนะ... ที่ทำให้ผมรู้ว่า ชีวิตนี้เป็นของผมจริงๆ ไม่ใช่ของใครคนอื่น” เซนบีบมือรินเบาๆ ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง “ริน... ถ้าหากพรุ่งนี้ครอบครัวของคุณไม่ยอมหยุดเพียงแค่นี้ล่ะ? ถ้าเขามีวิธีการที่รุนแรงกว่านี้ เพื่อดึงตัวคุณกลับไป” รินชะงักไป คำถามนั้นช่างทิ่มแทงหัวใจ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยตอบ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของเซนก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด เซนหยิบมันขึ้นมาดู แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ—มันไม่ใช่เบอร์ที่คุ้นเคย แต่เป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้เห็นมานานหลายปี “ใครคะ?” รินถามด้วยความกังวล เซนไม่ได้ตอบ เขาส่งโทรศัพท์ให้รินดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ลมหายใจของรินแทบหยุดกะทันหัน มันคือชื่อของ 'อายาโนะ' คนรักเก่าที่เสียชีวิตไปแล้วของเซน... และที่น่ากลัวไปกว่านั้น คือข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาใหม่ล่าสุด *‘ฉันกลับมาแล้วนะ... หวังว่าคุณจะยังไม่ลืมคำสัญญาในคืนนั้น’* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของรินและเซนมาจนถึงตอนนี้นะคะ หิมะแรกในโตเกียวจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนเช่นกันค่ะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%