"ถ้าคุณไม่อยากไป ผมว่าเรายังพอมีเวลาถอยกลับตอนนี้ได้นะ"
รินเอ่ยประโยคนั้นออกมาในขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังพยายามจัดปมเนคไทให้เข้าที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ในห้องนั่งเล่นของบ้านพักริมทะเลที่คามาคุระ เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉยของเซน เขากำลังยืนกอดอกพิงผนังไม้ กลิ่นอายของดินเผาและไอเย็นจางๆ ที่ติดตัวเขามาเหมือนเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่เขามักใช้ปกปิดความกังวลใจเสมอ
เซนไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่มองผ่านกระจกมายังดวงตาของรินที่สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ มือที่ผ่านการปั้นแต่งรูปทรงของภาชนะมานับไม่ถ้วนเอื้อมมาจับปมเนคไทของริน แล้วปรับให้เข้าที่ด้วยความนุ่มนวลและมั่นคง
"ริน... วันนี้ไม่ใช่การไปออกรบ" เซนกระซิบเสียงต่ำ "มันคือการไปเจอพ่อแม่ของคุณ ต่อให้พวกท่านจะไม่ยินดี แต่ผมก็ไม่คิดจะถอยกลับไปจุดที่เราเคยเป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกันหรอกนะ"
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับเนื้อดินที่ผ่านการเผาจนแกร่ง รินพยักหน้าเบาๆ พลางสูดหายใจลึก เขาหยิบกล่องขนม ‘วะกะชิ’ ที่เขาบรรจงทำด้วยตัวเองเมื่อเช้ามืดขึ้นมาถือไว้ มันเป็นขนมที่เขาตั้งใจสื่อถึงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังผลิบาน—แทนความหมายของการเริ่มต้นใหม่ที่เขาหวังว่าพ่อกับแม่จะรับรู้
เมื่อรถแท็กซี่เคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บนเนินเขาห่างจากตัวเมืองคามาคุระ บรรยากาศเงียบสงัดจนรินได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว ผิดกับเซนที่ดูสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสคลื่น
รินสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนจะกดกริ่ง ประตูบานเลื่อนไม้ที่ดูแลอย่างดีถูกเปิดออกโดยแม่บ้านวัยกลางคน แต่บุคคลที่ยืนรออยู่ภายในโถงทางเดินไม้ขัดเงาคือพ่อของริน... ชายผู้ที่รินพยายามพิสูจน์ตัวเองมาตลอดชีวิต
"มาแล้วสินะ" พ่อเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าลูกชาย สายตาคมกริบของท่านกวาดผ่านรินไปหยุดอยู่ที่เซน ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "คนนี้น่ะเหรอ ที่ทำให้ลูกชายฉันทิ้งอนาคตในร้านอาหารระดับมิชลินที่โตเกียว?"
"ผมตัดสินใจเรื่องนั้นด้วยตัวเองครับท่าน" รินแทรกขึ้นทันที พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ไม่ได้เกี่ยวกับเซนเลยสักนิด"
"งั้นเหรอ?" พ่อก้าวเข้ามาใกล้ รัศมีของความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้อง "งั้นก็เชิญข้างในเถอะ แม่ของแกเตรียมน้ำชาไว้รอแล้ว"
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างอึดอัด เสียงตะเกียบกระทบถ้วยเซรามิกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แม่ของรินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของท่านเรียบเฉยแต่สายตาที่มองรินนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ
"เซน... ฉันได้ยินมาว่าเธอเป็นช่างปั้นดินเผาที่คามาคุระ" แม่เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบที่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงระยะห่าง "อาชีพที่ต้องอยู่กับฝุ่นควันและของเก่าๆ แบบนั้น มันพอจะสร้างอนาคตให้รินได้จริงๆ หรือ? ลูกฉันเขาควรจะอยู่ในครัวที่หรูหรา ไม่ใช่มานั่งปั้นดินเปื้อนมือไปวันๆ"
เซนวางตะเกียบลงช้าๆ เขาไม่โกรธ แต่แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความลุ่มลึกและจริงจังในแบบที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน
"ความหรูหราที่ท่านกล่าวถึง อาจเป็นสิ่งที่รินแสวงหาในอดีตครับ" เซนเริ่มพูด น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "แต่ที่คามาคุระ... สิ่งที่รินสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่รสชาติของอาหาร แต่มันคือความสุขที่เขาสามารถทำได้โดยไม่ต้องแบกรับความคาดหวังของใคร สำหรับผม สิ่งนี้มีค่ามากกว่าชื่อเสียงในระดับมิชลินเสียอีกครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอาหารอีกครั้ง พ่อของรินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองลูกชายด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก รินรู้สึกว่ามือของเขาที่วางอยู่ใต้โต๊ะถูกกุมไว้แน่นจากมือที่หยาบกร้านของเซน มันเป็นไออุ่นที่ช่วยดึงให้เขามีสติและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับครอบครัวของตนเองอีกครั้ง
"แกคิดว่ารักกันแค่นี้จะพอกินเหรอ?" พ่อถามเสียงเย็น "คนเราเมื่อถึงจุดหนึ่ง สุดท้ายก็ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง ริน... พ่อไม่ได้ต้องการให้แกเป็นเชฟที่รวยที่สุดในญี่ปุ่น แต่พ่อแค่อยากให้แกมีความมั่นคง ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามอารมณ์ชั่ววูบกับคนแปลกหน้าแบบนี้"
"เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าครับพ่อ" รินตัดสินใจพูดสิ่งที่อัดอั้นมานาน "เขาคือคนที่เห็นผมในวันที่ผมพังทลายที่สุด ในวันที่ผมเกลียดการทำอาหารที่สุด เซนคือคนที่ทำให้ผมกลับมาทำอาหารได้อีกครั้งด้วยความรัก... ไม่ใช่เพราะหน้าที่"
พ่อของรินวางตะเกียบลงเสียงดังจนคนในห้องสะดุ้ง ท่านลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปที่ระเบียงไม้โดยไม่พูดอะไรทิ้งความว่างเปล่าไว้ให้รินกับเซน และแม่ที่ยังคงนั่งมองพวกเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน
รินรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้ แม่ของเขาก็เอื้อมมือมาหยิบกล่องขนม ‘วะกะชิ’ ของเขาไปเปิดดู
"ขนมของลูก... กลิ่นเหมือนที่ยายเคยทำให้กินเลยนะ" แม่เปรยออกมาเบาๆ ในขณะที่น้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเซนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม "คุณคงเป็นคนสอนให้เขาทำแบบนี้สินะ... แล้วลูกบอกคุณหรือยังล่ะ ว่าเหตุผลจริงๆ ที่พ่อของเขาไม่ยอมให้เขาไปจากที่นี่คืออะไร?"
รินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นแม่เลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซองที่ซ่อนไว้ใต้จาน "พ่อของลูกไม่ได้โกรธเรื่องที่ลูกลาออกหรอกนะริน... แต่เขาโกรธที่ลูกเลือกที่จะเดินหนี 'ความลับ' ที่กำลังจะทำลายตระกูลของเราไปพร้อมๆ กับการหายตัวไปของใครบางคน"
เซนชะงักไปทันที มือที่กุมมือรินอยู่เย็นเยียบขึ้นมาฉับพลัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของพ่อที่เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับโทรศัพท์ที่กำลังสั่นค้างไว้ในมือ พ่อวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกลางพร้อมกับรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งเข้าเครื่อง... มันเป็นรูปของเซนที่ยืนอยู่กับคนรักเก่าที่จากไปเมื่อหลายปีก่อน ในสถานที่ที่รินไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยในชีวิต
"เซน... แกอธิบายมาซิว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงโทรหาฉันเมื่อเช้านี้?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นพยานในความรักที่กำลังเผชิญบททดสอบอันหนักหน่วงนี้ด้วยกันนะคะ - หิมะแรกในโตเกียว
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 32
นัดพบกับครอบครัวริน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!