“ถ้าคุณจะเก็บซากุระพวกนี้ไว้ในแจกันดินเผาที่ร้าวอยู่แล้ว มันก็รังแต่จะทำให้ดอกไม้ช้ำเปล่าๆ นะคะเซน”
รินวางถ้วยชาอุ่นๆ ลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา เสียงกระทบกันของเซรามิกเบาหวิวแต่กลับดังก้องไปทั่วสตูดิโอเงียบเชียบ เซนไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่วางแปรงเขียนลวดลายลงบนแจกันใบที่ยังไม่เสร็จสิ้น นิ้วเรียวยาวเปื้อนคราบดินเหนียวของเขาสั่นไหวน้อยๆ ยามที่เขามองกลีบสีชมพูอ่อนที่ร่วงหล่นลงบนพื้นปูน
“ความร้าวรานมันคือส่วนหนึ่งของงานปั้นริน” เซนเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่แฝงความหนักอึ้ง “มันคือหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเคยพยายามรักษาความสมบูรณ์แบบเอาไว้... แต่ก็ล้มเหลว”
รินถอนหายใจยาว แววตาของเขาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคนรักที่ดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปทุกขณะ ฤดูกาลที่ผลิบานที่สุดของคามาคุระกำลังมาถึง แต่ดูเหมือนหัวใจของพวกเขากลับกำลังเข้าสู่ช่วงร่วงโรยที่ยากจะประคับประคอง รินก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นดินเปียกชื้นผสมกับกลิ่นแป้งจากตัวเขาทำให้เขารู้สึกสงบลงเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่หนาของอีกฝ่ายเบาๆ
“เราไม่ได้อยู่กับอดีตในเตาเผาอีกต่อไปแล้วนะคะ” รินกระซิบ “ซากุระไม่ได้ร่วงโรยเพื่อจะจากไป แต่มันร่วงโรยเพื่อให้ต้นไม้ได้เติบโตในฤดูกาลถัดไป... เหมือนกับเรา ที่อาจจะต้องยอมให้ความคาดหวังเก่าๆ ร่วงหล่นลงไปบ้าง”
เซนหันกลับมา แววตาที่มักจะเยือกเย็นดั่งบ่อน้ำลึกคู่นั้นวูบไหว รอยร้าวในใจที่เขาพยายามปิดตายมานานดูเหมือนจะเริ่มปริแตกออกในวันที่สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา สัมผัสจากปลายนิ้วของรินที่แตะบนไหล่ทำให้นึกถึงความอบอุ่นของซุปเต้าหู้ที่รินเคยทำให้ทานในวันแรกที่พวกเขาพบกัน มันไม่ใช่ความหรูหรา แต่มันคือความเรียบง่ายที่ช่วยเยียวยาบาดแผล
“ริน... ผมกลัว” เซนสารภาพเสียงแผ่ว “กลัวว่าถ้าผมยอมปล่อยมือจากรอยร้าวพวกนี้ ผมจะไม่มีอะไรหลงเหลือให้คุณยึดเหนี่ยวอีก”
รินโน้มตัวลงไปจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งการปิดกั้นทำให้อัตราการเต้นของหัวใจชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ “คุณลืมไปแล้วหรือคะ ว่าฉันไม่ได้รักที่ผลงานอันสมบูรณ์แบบของคุณ แต่ฉันรักผู้ชายที่นั่งปั้นดินด้วยความเปราะบางคนนี้ต่างหาก”
บรรยากาศในสตูดิโอเปลี่ยนไป จากความตึงเครียดกลายเป็นความอ่อนหวานที่แฝงไปด้วยความเปราะบางเหมือนแก้วเจียระไน ฮารุที่ยืนหลบมุมอยู่หลังประตูไม้หน้าร้านกาแฟถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินที่ไม่อาจก้าวเข้าไปแทรกกลางได้ เขาถือถาดกาแฟที่เริ่มเย็นชืดไว้ในมือ ก่อนจะตัดสินใจวางมันลงบนโต๊ะข้างๆ แล้วเดินจากไปเงียบๆ ปล่อยให้คนสองคนได้ทำความเข้าใจกับหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาต้อนรับกลีบซากุระที่พรมอยู่เต็มพื้นดิน
รินถอยออกมาเล็กน้อย เขาจ้องมองเซนที่ดูเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้างแล้ว “ไปทานมื้อเย็นกันเถอะค่ะ ฉันทำเมนูพิเศษไว้รอคุณ...”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากสตูดิโอ เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจนบานประตูไม้สั่นสะเทือน บุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ลูกค้าประจำ หรือเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร แต่เป็นหญิงสาวในชุดกิโมโนสีหม่นที่ดูคุ้นตาคนทั้งคู่เป็นอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาเซนด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก ก่อนจะยื่นซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าสีเหลืองกรอบให้เขา
“ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกแล้วนะ เซน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “เลือกว่าจะเก็บเศษดินที่พังทลายไว้กับตัว หรือจะยอมรับความจริงที่ว่าคนรักเก่าของคุณไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุ... แต่เขาตายเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณเอง”
รินชะงักไป ความอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในหัวใจดูเหมือนจะมอดดับลงในพริบตา เขามองไปยังซองจดหมายในมือเซน สลับกับใบหน้าของคนรักที่ตอนนี้กลายเป็นสีซีดขาวราวกับคนไร้วิญญาณ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านฤดูหนาวมาสู่ฤดูใบไม้ผลิด้วยกันนะคะ - หิมะแรกในโตเกียว
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 31
ดอกซากุระร่วงโรย
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!