“คุณอย่ามาพูดจาพล่อยๆ แบบนั้นที่นี่เลยค่ะ”
เสียงของรินสั่นพร่าขณะที่เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กลิ่นอายของอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองงานครัวหวนกลับมาทิ่มแทงด้วยประโยคเพียงไม่กี่คำจากปากของ ‘ชายคนนั้น’ คนที่ทิ้งให้รินเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความคาดหวังที่พังทลายของครอบครัว
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มยืนพิงกรอบประตูร้านด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบร้านที่รินพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ก่อนจะหยุดลงที่แผ่นหลังบางของเชฟหนุ่มที่กำลังสั่นน้อยๆ
“อาหารมื้อสุดท้ายงั้นเหรอ?” เซนก้าวเข้ามาในร้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบได้ มือหนาที่เปื้อนคราบดินจากการปั้นถ้วยชามวางลงบนไหล่ของรินอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยอำนาจการปกป้อง “คุณมาผิดที่แล้ว และที่สำคัญ... คุณมาผิดเวลา”
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศในร้านรินให้น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ความอดทนที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปีเหมือนจะแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ความเปราะบางที่เขาซ่อนไว้หลังผ้ากันเปื้อนสีสะอาดตาถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้เอง
เซนไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงเดินไปปิดป้ายหน้าร้าน ปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะที่รินเคยเตรียมวัตถุดิบไว้อย่างเงียบเชียบ ความเงียบของเซนไม่ใช่ความเฉยเมย แต่มันคือการโอบอุ้มพื้นที่ส่วนตัวของรินเอาไว้ไม่ให้พังทลายลงไปมากกว่านี้
“ไม่ต้องเก็บหรอกค่ะ” รินพึมพำ เสียงของเขายังคงไม่มั่นคงนัก
เซนหยุดมือที่กำลังจัดวางถ้วยชา เขาเดินอ้อมมาด้านหลัง กลิ่นดินเผาอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนที่ติดตัวคนรักเสมอมาทำให้หัวใจของรินที่เต้นระรัวเริ่มจังหวะที่ผ่อนคลายลงช้าๆ เซนเอื้อมมือไปคว้าแขนของรินให้ลุกขึ้น ก่อนจะโอบกอดเขาจากด้านหลัง รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของรินแนบชิดกับอกแกร่งที่อบอุ่น
“ริน... เงยหน้ามองฉัน” เสียงทุ้มต่ำของเซนดังอยู่ข้างหู
รินไม่ยอมเงยหน้า เขาซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนที่โอบรัดเขาไว้ หยากน้ำตาที่ไม่รู้ว่ากลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ร่วงหล่นลงบนแขนเสื้อของเซน ความร้อนของน้ำตาทำให้เซนกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับต้องการจะดูดซับความเจ็บปวดทั้งหมดไปจากริน
“มันจบไปแล้วนะคะริน อดีตมันเป็นแค่ภาพสะท้อนในกระจกที่แตกไปแล้ว ถ้าคุณมัวแต่มองย้อนกลับไป คุณจะมองไม่เห็นทางข้างหน้าหรอก”
“แต่เขารู้... เขารู้ว่าความล้มเหลวของผมมันคืออะไร” รินสะอื้นเบาๆ “ผมพยายามจะเริ่มต้นใหม่ที่คามาคุระแห่งนี้ แต่เขาก็ยังตามมาตอกย้ำว่าผมมันก็แค่ลูกที่ไม่มีทางทำตามความคาดหวังได้”
เซนไม่พูดอะไรอีก เขาคลายอ้อมกอดเพียงเล็กน้อยเพื่อหมุนตัวรินให้หันมาเผชิญหน้ากัน ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานปั้นเกลี่ยรอยน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับรินคือเครื่องปั้นดินเผาที่ล้ำค่าที่สุดที่เขาเคยได้รับมา
“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในสายตาใคร” เซนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำ “สำหรับฉัน... แค่รินที่ทำซุปหัวหอมชามแรกให้ฉันกินในวันฝนตกนั่น ก็เป็นรินที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ฉันปรารถนาแล้ว”
รินเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้ความหนาวเหน็บในใจที่เกิดจากคำพูดของคนคนนั้นจางหายไป เซนก้มลงมาจูบที่หน้าผากของเขาเบาๆ มันไม่ใช่จูบที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา แต่เป็นจูบที่ให้คำมั่นสัญญาว่า ‘ฉันจะอยู่ตรงนี้’
พวกเขาขยับตัวออกไปที่ระเบียงไม้ด้านหลังร้าน ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลคามาคุระไกลๆ ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้า ความเงียบในยามนี้กลับกลายเป็นความเงียบที่แสนสบายใจ รินเอนศีรษะซบไหล่ของเซน ปล่อยให้ความอุ่นของอีกฝ่ายเติมเต็มช่องว่างในใจ
“เซนคะ... ถ้าวันหนึ่งผมกลายเป็นคนที่ไม่มีอะไรเหลือเลย คุณยังจะอยู่ที่นี่ไหม?”
เซนไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบผ้าคลุมไหล่สีครีมมาห่มให้ริน ก่อนจะดึงตัวเขามากอดอีกครั้งที่ริมระเบียงใต้แสงจันทร์ที่เริ่มทอแสง “ถ้าวันนั้นมาถึง... ฉันจะปั้นดินให้คุณก้อนหนึ่ง แล้วเรามาเริ่มปั้นชีวิตของเราใหม่ด้วยกันที่นี่... ที่คามาคุระแห่งนี้ไงคะ”
รินยิ้มออกมาได้ในที่สุด เป็นยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งจากความคาดหวังของครอบครัว แต่เป็นยิ้มที่มาจากความสุขภายในใจจริงๆ แต่ทว่า ช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งนั้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นจากทางเดินเข้าสู่ระเบียง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงของใครบางคนที่รินคุ้นเคยจนลมหายใจสะดุดกึก
“ริน... ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างในนั่น เปิดประตูให้ฉันหน่อยเถอะ ก่อนที่เรื่องของครอบครัวเราจะเลวร้ายไปกว่านี้”
ใบหน้าของรินซีดเผือดลงทันที มือที่กำชายเสื้อของเซนไว้แน่นสั่นระริกอีกครั้ง ราวกับว่าพายุที่เขาพยายามจะหลบเลี่ยงได้พุ่งเข้าชนประตูด้านหน้าของเขาเสียแล้ว
ความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเหมือนจะดับวูบลงในพริบตา เมื่อเงาของใครคนนั้นทาบผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างระเบียง...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของรินและเซนในตอนนี้ หวังว่าคุณจะพบความอบอุ่นในใจเช่นเดียวกับหิมะแรกในโตเกียวนะคะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 20
กอดแรกที่ริมระเบียง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!