"ถ้าคุณจะยืนจ้องเงาของตัวเองบนระเบียงแบบนั้นจนเช้า ผมว่าเราคงไม่ต้องคุยเรื่องสูตรเมนูฤดูหนาวที่ตกลงกันไว้หรอกนะคะ"
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องนั่งเล่นจนแทบหายใจไม่ออก มือเรียวที่กำลังถือถ้วยชาเซรามิกเนื้อหยาบสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เขาไม่ได้หันไปมองคนที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่ตรงนั้น ชายที่เพิ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของเซน... อดีตที่เซนเคยบอกว่าตายไปแล้วพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลาย
เซนไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขยับตัวช้าๆ กลิ่นอายของดินเผาเย็นเยียบที่เคยเป็นเซฟโซนของริน บัดนี้กลับดูห่างเหินและเต็มไปด้วยความอึดอัด ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับรินด้วยสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้
"เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายสิ่งที่รินสร้างขึ้นหรอกนะ" เซนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากรินสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวสัมผัสนั้น "เขาแค่... กลับมาเพื่อทวงคืนคำตอบที่ผมเคยติดค้างไว้"
"คำตอบที่ว่านั่น รวมถึงความสัมพันธ์ของเราด้วยไหมคะ?" รินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบกันเบาๆ ของเครื่องปั้นดินเผาดังชัดเจนในโสตประสาท รินเงยหน้าขึ้น สบสายตากับเซนตรงๆ ความมั่นใจที่เขาเคยพยายามฟูมฟักมาตลอดหลายเดือนสั่นคลอน แต่เขาก็ไม่ยอมหลบตา
เซนเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่เคยเป็นดั่งเส้นขนานเริ่มลดน้อยลงจนรินรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่าย เซนหยุดลงตรงหน้าเขา นิ้วเรียวยาวเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของรินเบาๆ บังคับให้คนตัวเล็กกว่าต้องแหงนหน้ามอง
"สำหรับผม สิ่งที่เรามีตอนนี้ไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ที่จะมีตัวแปรใหม่เข้ามาแทนที่ได้รวดเร็วขนาดนั้นนะคะริน" เซนกระซิบ "แต่การที่เขาโผล่มาแบบนี้... มันทำลายกำแพงที่ผมเคยคิดว่าพังทลายลงไปแล้วจริงๆ"
รินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือคว้าข้อมือของเซนเอาไว้ "กำแพงน่ะ มันไม่ได้พังเพราะเขากลับมาหรอกค่ะเซน แต่มันพังเพราะคุณยังให้พื้นที่เขาในใจมากกว่าที่ตัวคุณเองยอมรับต่างหาก"
ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำมันกฤษณาที่เซนชอบจุดทิ้งไว้ ความเงียบที่ตามมานั้นไม่ได้ชวนให้อึดอัดอีกต่อไป แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยการปะทะกันของความรู้สึก รินเลือกที่จะวางความคาดหวังทั้งหมดลง เขารู้ดีว่าหากจะข้ามผ่านเรื่องนี้ไปได้ เขาต้องหยุดเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่เฝ้ารอคอยความมั่นคงจากคนอื่น
รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาเซนจนหน้าอกแนบชิด เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ใจเรียกร้องมาตลอดแต่ไม่เคยกล้าพอ
"ถ้าคุณยังลังเล... งั้นคืนนี้ ช่วยมองแค่ผมคนเดียวได้ไหมคะ" รินกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ความกล้าหาญที่สั่งสมมาจากความเจ็บปวดในอดีตทำให้เขากลายเป็นฝ่ายรุกคืบ "เลิกมองไปที่หน้าต่างนั่น แล้วกลับมามองที่จานอาหารที่ผมตั้งใจทำ... มองคนที่รอคุณอยู่ตรงนี้จริงๆ"
เซนชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ดวงตาที่เคยเฉยชาทอประกายบางอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเศร้า แต่เป็นความปรารถนาที่ซื่อตรงและรุนแรงจนน่าใจหาย เซนรวบเอวของรินเข้าหาตัวแน่นจนแทบไม่มีอากาศแทรกกลาง
"ริน... คุณรู้ไหมว่ากำลังเล่นกับไฟ" เซนพึมพำ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงมาอย่างแผ่วเบาในคราแรก ก่อนจะหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รสสัมผัสของความหวังผสมปนเปไปกับความวิตกกังวล แต่มันคือจูบที่ยืนยันว่าในเวลานี้และที่นี่ มีเพียงเขาสองคนเท่านั้น
การสัมผัสที่ไม่ประสีประสาของรินทำให้เซนต้องประคองทุกจังหวะอย่างทะนุถนอม รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในทะเลที่กว้างใหญ่ คามาคุระในยามค่ำคืนดูเงียบเหงา แต่ในอ้อมกอดนี้กลับอบอุ่นจนแทบละลาย ทุกจังหวะที่ขยับเข้าหากันคือการทลายกำแพงที่กั้นระหว่างความหวาดกลัวในอดีตกับความสุขในปัจจุบัน
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังลึกซึ้งไปถึงแก่นแท้ของความรู้สึก เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างใจเย็น... แต่ออกแรงหนักแน่นและไร้มารยาท
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เซนชะงักกึก ร่างกายเกร็งขึ้นทันที รินสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างชัดเจน ฝ่ามือของเซนที่แนบอยู่บนแผ่นหลังของเขาสั่นไหว ก่อนจะผละออกอย่างช้าๆ ราวกับถูกกระชากให้ตื่นจากฝัน
"เซน...?" รินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงที่แผ่วหวิว ความสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ
เซนไม่ตอบ เขาค่อยๆ เดินไปที่ประตูไม้บานเลื่อน มือหนาเอื้อมไปจับที่ขอบประตู รินก้าวตามไปติดๆ หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึกที่รอเวลาประจันหน้า เซนเลื่อนประตูออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงไฟสลัวจากทางเดินหน้าบ้าน
ผู้มาเยือนคนนั้นไม่ได้สวมรองเท้าเดินเข้าบ้าน แต่เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเข้มคมกริบเหลือบมองรินที่ยืนอยู่ข้างหลังเซนเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่เซนพร้อมรอยยิ้มที่ดูราวกับคนกำลังชื่นชมงานศิลปะชิ้นเอก
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ" คนแปลกหน้าเอ่ยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด ก่อนจะก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในบ้านโดยไม่รอคำเชิญ "แต่ฉันว่าคืนนี้... เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันให้จบเสียทีนะ เซน"
รินเห็นเซนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความกลัวที่เขาพยายามจะก้าวข้ามกลับมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ใช่เพียงแค่เงา... แต่เป็นตัวตนจริงที่กำลังจะพรากทุกอย่างไปจากเขา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักของรินและเซนนะคะ หิมะแรกในโตเกียวหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงเหมือนกับตัวละครนะคะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 21
ก้าวข้ามกำแพงในใจ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!