"ถ้าขืนปล่อยให้เตาถ่านตรงนี้ดับลง คืนนี้เราได้หนلาวตายกันทั้งบ้านแน่ค่ะ ริน"
เสียงของเซนดังแทรกเสียงคำรามของสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างร้านเซรามิกอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุไต้ฝุ่นที่พัดเข้าสู่คามาคุระอย่างไร้ความปรานีในช่วงค่ำคืนนี้ ทำให้หม้อต้มซุปดาชิบนเตาเซรามิกส่งกลิ่นหอมกรุ่นของปลาแห้งและสาหร่ายคอมบะอบ1อบอวลตัดกับความเย็นยะเยือกของอากาศภายนอก รินสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความกังวลเรื่องวัตถุดิบในห้องครัวที่อาจจะเสียหายหากน้ำฝนรั่วซึมเข้ามา เขารีบก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงของชายหนุ่มผู้เป็นคนรัก มือเรียวของเชฟหนุ่มเอื้อมไปช่วยประคองท่อนฟืนเนื้อแข็งที่เซนกำลังพยายามดันเข้าไปในเตาเผาขนาดเล็กในห้องสตูดิโอ
พื้นที่ในห้องทำงานศิลปะยามนี้แคบลงถนัดตาเมื่อประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้กันพายุ เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านรอยต่อวงกบราวกับเสียงกระซิบของภูตผี ความมืดมิดนอกหน้าต่างถูกแทนที่ด้วยแสงสีส้มอุ่นจากเปลวไฟในเตาที่สะท้อนกระทบใบหน้าด้านข้างของเซน สันจมูกโด่งเป็นคมและนัยน์ตาสีเข้มที่มักจะนิ่งสงบ ยามนี้ฉายแววเคร่งเครียดเล็กน้อยเนื่องจากกังวลเรื่องกระแสไฟฟ้าที่เพิ่งตัดขาดไปเมื่อครู่
"รินไม่เป็นไรค่ะ เซนต่างหาก มือพองหมดแล้วนะนั่น" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวถือวิสาสะคว้าข้อมือของเซนขึ้นมาดู รอยเขม่าสีดำเปื้อนอยู่บนผิวเนียนของช่างปั้นดินเผา และมีรอยแดงจางๆ จากความร้อน รินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุบน้ำอุ่นหมาดๆ จากอ่างข้างๆ มาบรรจงเช็ดทำความสะอาดให้อย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ
เซนไม่ได้ชักมือกลับ เขายืนนิ่งปล่อยให้รินปรนนิบัติด้วยความใส่ใจ นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของคนรักที่ยามนี้มีหยดเหงื่อซึมอยู่ตามไรผมเนื่องจากความร้อนจากเตาไฟและไอซุปเดือด ความเงียบงันก่อตัวขึ้นระหว่างเขaทั้งสอง ท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำด้านนอกราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน
"รินคิดถึงเรื่องเมื่อตอนบ่ายอยู่งั้นเหรอคะ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น ขณะที่มืออีกข้างของเซนเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของรินอย่างทะนุถนอม
รินชะงักมือที่กำลังเช็ดฝุ่นเขม่าให้เซน ปลายตาตวัดมองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ค่ะ... รินกำลังคิดว่า ถ้าหากพายุลูกนี้ทำให้สวนผักหลังร้านของฮารุเสียหาย หรือวัตถุดิบที่เราสั่งมาจากตลาดปลาซากะเอะมาส่งไม่ทันพรุ่งนี้ เมนคอร์สที่เราวางแผนไว้สำหรับงานนิทรรศการเซรามิกเดือนหน้าคงต้องพังไม่เป็นท่า"
เซนขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ พื้นที่จำกัดในสตูดิโอและบรรยากาศที่กดดันจากภายนอกทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของเซน—กลิ่นดินเผาชื้นผสมกับกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สน—โอบล้อมรินไว้รอบด้าน ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจของเชฟหนุ่มเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
"รินมักจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอเลยนะคะ" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่จริงจัง มือที่เคยถือฟืนเลื่อนมาประคองข้างแก้มของริน ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ บนโหนกแก้มเนียนอย่างปลอบประโลม "ต่อให้ไม่มีพายุเข้ามาคามาคุระ รินก็ยังสร้างพายุขึ้นมาในหัวตัวเองอยู่ดี... เชื่อใจผมสิคะ อาหารของรินไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่มันมาจากความตั้งใจที่รินใส่ลงไปต่างหาก"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นนั้นทำให้ขอบตาของรินร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความกดดันจากครอบครัวที่เคยแบกรับ ความคาดหวังในฐานะเชฟที่ต้องไร้ที่ติ และความกลัวลึกๆ ที่จะทำได้ไม่ดีพอ คล้ายจะถูกหลอมละลายหายไปในความอบอุ่นจากมือของเซน รินขยับเข้าไปซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่กว้างของคนรักอย่างไร้การป้องกัน ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดระบายออกมาผ่านลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนเนื้อผ้าเสื้อเชิร์ตของเซน
เซนกระชับอ้อมแขนโอบกอดร่างโปร่งของรินเข้ามาแนบอกแน่นขึ้น ไออุ่นจากร่างกายของทั้งคู่ผสานกันจนแทบไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นจากพายุภายนอกอีกต่อไป เขากดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบa เป็นการปลอบโยนที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำพูดใดมาทดแทนได้
ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความผูกพันอันมั่นคง เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ตัวบ้านไม้โบราณสั่นสะเทือนเบาๆ ทันใดนั้นเอง แสงไฟสำรองจากตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะทำงานก็ไหววูบก่อนจะดับลง พาทั้งห้องดิ่งสู่ความมืดมิดที่มีเพียงแสงสีส้มรำไรจากเตาไฟคอยนำทาง
รินผงะเงยหน้าขึ้นจากอกของเซนด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอก—จุดที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้กันพายุ—ก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างชัดเจน ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เซนขมวดคิ้วมุ่นทันที นัยน์ตาคมกริบมองไปยังประตูกระจกเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวัง ในยามวิกาลท่ามกลางพายุไต้ฝุ่นรุนแรงเช่นนี้ ไม่มีทางที่ลูกค้าหรือชาวบ้านคนใดจะออกมาข้างนอกได้เด็ดขาด
"ใครกันคะ..." รินกระซิบเสียงแผ่ว มือเรียวเผลอเอื้อมไปกำชายเสื้อของเซนไว้แน่นด้วยความไม่
ก่อนที่เซนจะทันได้ขยับตัวไปตรวจสอบ เสียงเปิดประตูไม้ชั้นนอกที่ถูกงัดด้วยแรงบางอย่างก็ดังเอี๊ยดอ๊าด ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินย่ำน้ำฝนเข้ามาเหยียบย่างบนพื้นไม้ปาร์เกต์ในส่วนทางเดินมืดทึบของบ้าน พร้อมกับเสียงทุบกระจกเบาๆ และน้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยเรียกชื่อของเซนอย่างคุ้นเคยดังลอดเข้ามาในความมืด—เสียงที่เซนคิดว่าได้กลบฝังไปพร้อมกับอดีตเมื่อหลายปีก่อนแล้ว
"เซน... ลูกพ่อเอง เปิดประตูให้พ่อหน่อย..."
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าเซนที่ยามนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดในแสงไฟจากเตาถ่าน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุแห่งความรู้สึกนี้ไปกับรินและเซนด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 46
พายุเข้าคามาคุระ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!