"ถ้ามือคู่นี้เกิดสั่นขึ้นมากลางคัน... คุณเซนจะยังไว้ใจให้ผมทำสึยุชามีรสชาตินี้อยู่ไหมคะ"
เสียงของรินดังแผ่วเบาแข่งกับเสียงฝันที่โปรยปรายกระทบหลังคาบ้านไม้โบราณในคามาคุระ นิ้วเรียวของเชฟหนุ่มที่เคยจับมีดแล่ปลาด้วยความมั่นใจ บัดนี้กำลังกำปลายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น ดวงตากลมโตสะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากเตาถ่านที่กำลังเคี่ยวหัวไชและรากบัวอย่างใจ
เซนไม่ได้ตอบทันที ช่างปั้นดินเผาร่างสูงเพียงแต่ขยับตัวเข้าใกล้รินอีกนิด กลิ่นดินเผาและไอน้ำฝนจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นหอมหวานของโชยุและมิริน ร่างสูงเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทานั้นไว้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเซนแผ่ซ่านเข้ามาจนรินเผลอกลั้นหายใจ
"ต่อให้มือคู่นั้นจะถืออะไรไม่ได้เลย..." เซนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของคนรัก "รินก็ยังเป็นริน... และผมไม่ได้รักรินเพราะฝีมือการทำอาหาร แต่ผมรักเพราะรินคือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ข้างๆ ผม"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นนั้นทำให้ขอบตาของรินร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในอกข้างซ้ายมีความรู้สึกจุกแน่นแต่ก็อิ่มเอมจนแทบหายใจไม่ออก ปมในใจเรื่องความคาดหวังของครอบครัวที่คอยตามหลอนว่าเขาต้อง "สมบูรณ์แบบ" ถึงจะมีค่า ค่อยๆ คลายตัวลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสอุ่นเยือกเย็นแต่มั่นคงของคนตรงหน้า
แต่ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบอันเปราะบางกำลังโอบกอดเขaาไว้ด้วยกันนั้นเอง—
*เปรี๊ยะ!*
เสียงกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นมาจากคานบ้าน ตามมาด้วยความมืดสนิทที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวในเสี้ยววินาที แสงไฟสีส้มจากเตาถ่านมอดดับลงเหลือเพียงถ่านแดงก่ำที่ริบหรี่ เสียงฝนตกนอกหน้าต่างกลับกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังชัดเจนขึ้นมาในความมืด
"ไฟดับเหรอคะ..." รินอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจโดยสัญชาตญาณ มือที่ถูกกุมไว้เผลอบีบมือเซนแน่นขึ้น
"ครับ น่าจะเป็นเพราะพายุข้างนอกค่อนข้างแรง" เสียงของเซนดังขึ้นใกล้หูจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ข้างแก้ม "ริน... อยู่เฉยๆ นะครับ อย่าเพิ่งขยับ"
ในความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง ประสาทสัมผัสอื่นๆ กลับตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด รินรู้สึกได้ถึงอ้อมแขนกว้างที่ขยับเข้ามาโอบรอบเอวของเขาอย่างระมัดระวัง เซนดึงตัวเขาร่างโปร่งเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นกายสะอาดและไอร้อนจากตัวของชายหนุ่มกลายเป็นที่พึ่งพิงเดียวในความเวิ้งว้างนี้
"คุณเซน... มองไม่เห็นเลยค่ะ" รินพึมพำ ใบหน้าร้อนผ่าวแม้จะอยู่ในความมืด หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวความมืด แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไป
"มองไม่เห็น... บางครั้งอาจจะดีกว่าก็ได้นะครับ" เซนกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความสั่นไหวเล็กน้อยที่หาได้ยากยิ่ง "เพราะเวลาที่มองไม่เห็นอะไรเลย... เราถึงกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ปกติเก็บไว้ข้างใน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นสะท้อนก้องอยู่ในอก รินสัมผัสได้ถึงความเปราะบางบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบของเซน ชายผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น บัดนี้กำลังสั่นน้อยๆ ในอ้อมกอดของเขา
"คุณเซนกลัวอะไรอยู่เหรอคะ..." รินตัดสินใจเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงเจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "เวลาที่ฝนตกหนักแบบนี้... หรือเวลาที่คิดถึงเรื่องอดีต... คุณเซนกำลังกลัวว่าวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้จะหายไปเหมือนควันไฟใช่ไหมคะ"
เซนชะงักไปครู่ใหญ่ ลมหายใจสะดุดกึกก่อนจะผ่อนออกมาอย่างยาวนาน มือหนายกขึ้นลูบเส้นผมนุ่มของรินอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบประโลมทั้งรินและตัวเขาเองไปพร้อมๆ กัน
"ผมเคยสูญเสียทุกอย่างไปในพายุแบบนี้..." เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำที่เจ็บปวดจากการสูญเสียคนรักเก่าในอดีตผุดขึ้นมาในความมืดมิด "วันที่ผมสูญเสียเขาไป... ไม่มีแม้แต่โอกาสได้บอกลา ไม่มีแม้แต่แสงไฟสักดวง... ตั้งแต่วันนั้น ผมเลยกลัวความมืด กลัวการยึดติดกับใครสักคน เพราะกลัวว่าวันหนึ่งความอบอุ่นนั้นจะกลายเป็นแค่ความว่างเปล่า"
น้ำคำที่เอ่อล้นด้วยบาดแผลในอดีตทำให้รินรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจ เชฟหนุ่มเข้าใจความรู้สึกนั้นดีกว่าใคร เพราะตัวเขาก็เคยกลัวการสูญเสียการยอมรับจนไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นกัน
รินขยับมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเซนในความมืด ปลายจมูกชนเข้ากับลาดไหล่กว้างอย่างไม่ตั้งใจ ความกล้าหาญที่ถูกหล่อหลอมด้วยความรักและความเข้าใจทำให้เขาเอמהออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ต่อให้โลกใบนี้จะมืดสนิท หรือพายุข้างนอกจะโหมกระหน่ำแค่ไหน..." รินกระซิบเบาๆ ริมฝีปากเฉียดผ่านผิวแก้มของเซนอย่างแผ่วเบา "ผมจะไม่ไปไหนค่ะ... ผมจะอยู่ตรงนี้ เป็นเทียนเล่มเดียวที่จะคอยส่องสว่างให้คุณเซนเอง... ต่อให้ต้องละลายจนหมดเล่ม ผมก็จะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด"
เซนสะท้านเฮือกเมื่อได้ยินคำสัญญาที่จริงจังและอ่อนโยนนั้น ความมืดรอบตัวราวกับถูกปัดเป่าให้จางลงด้วยประกายแสงอุ่นๆ จากหัวใจของริน ร่างสูงขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกันในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขาทั้งสอง
"ริน..." เซนครางเรียกชื่อนั้นราวกับคนละเมอ ความอดกลั้นทั้งหมดพังทลายลงในความมืด
ในเสี้ยววินาทีที่เซนกำลังจะโน้มตัวลงมามอบจุมพิตที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกทั้งหมดในก้นบึ้งของหัวใจนั้นเอง—
*พรึบ!*
แสงไฟนีออนบนเพดานสว่างวาบขึ้นอย่างกะทันหันจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลงสู้แสงด้วยความแสบตา รินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมกอดของเซนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างโปร่งก้มหน้ามองพื้นทันทีด้วยความเขินอาย
เซนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ดวงตาคมมองตามร่างของคนที่พยายามเดินหนีไปหยิบผ้ากันเปื้อนบนเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่เต้นรำ
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศความเขินอายจะทันได้จางหายไป เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ท่ามกลางเสียงฝนที่ซาลง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
รินและเซนหันไปมองพร้อมกันที่ประตูทางเข้าหน้าร้าน ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนยืนอยู่หลังกระจกใส แววตาดุดันและคุ้นเคยคู่นั้นจ้องตรงมาที่รินผ่านบานกระจก... เป็นบุคคลที่รินคาดคิดไว้ว่าชาตินี้จะไม่มีวันได้เจออีกที่คามาคุระแห่งนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุแห่งความรู้สึกนี้ไปกับรินและเซนด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- หิมะแรกในโตเกียว -
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 47
เทียนเล่มเดียว
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!