“ถ้าคิดจะเอาที่ดินตรงนี้ไปใช้หนี้ค้ำประกัน ก็ช่วยกรุณาจำกัดความฝันเรื่องร้านอาหารบ้าน ๆ ของเธอไว้แค่ตรงนี้นะ ริน”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีดโกนบาดลึกลົງไปในความเงียบงันของห้องทำงานใต้ดิน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับปะปนกับกลิ่นอับชื้นของดินเผาและกระดาษเก่า ๆ สร้างความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนตระหง่านอยู่ตรงปากบันได แสงไฟสีส้มสลัวสาดกระทบกรอบแว่นโลหะสะท้อนประกายความเย็นชา
เขาคือ ‘ทานากะ เคนอิจิ’ ผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของริน และเป็นเจ้าของเงาอดีตอันน่าหวาดกลัวที่รินพยายามวิ่งหนีมาตลอดหลายปี
รินยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาว นิ้วเรียวที่เปื้อนเศษดินและคราบแป้งกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ใบหน้าหวานที่มักจะเจือรอยยิ้มอบอุ่นยามเมื่อได้จับตะหลิวหรือนวดแป้ง บัดนี้กลับซีดเผือด ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง
บนโต๊ะทำงานตรงหน้า มีเอกสารบัญชีการเงินของร้านอาหาร ‘Kamakura Kitchen’ ที่รินทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมากับมือ กองอยู่เคียงข้างกับจดหมายทวงหนี้จากธนาคาร ตัวเลขสีแดงฉานเหล่านั้นมันช่างเด่นชัดและโหดร้าย มันคือเครื่องยืนยันว่าความฝันอันเรียบง่ายในการทำอาหารให้ผู้คนมีความสุข กำลังจะพังทลายลงในพริบตาด้วยฝีมือของสายเลือดเดียวกัน
เซน ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากริน ขยับตัวเข้ามาใกล้ชิดขึ้นอีกนิดอย่างเงียบเชื่อง แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้รินรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้าง มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับแป้นหมุนดินเผาเอื้อมไปสัมผัสข้อศอกของรินเบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนสติว่า *‘ฉันอยู่ตรงนี้’*
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งอะไรที่นี่ครับ... ที่นี่ไม่ใช่บ้านของตระกูลทานากะ” เสียงของเซนเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ทว่าเย็นเยียบและเต็มไปด้วยแรงกดดันไม่แพ้กัน ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายนอกเซนจะเป็นช่างปั้นที่ดูสันโดษและเงียบขรึม แต่เมื่อมีใครกล้ามารังแกคนที่เขารัก เกราะป้องกันอันแข็งแกร่งก็พร้อมจะกางกั้นทันที
เคนอิจิปรายตามองเซนด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างดูแคลน “ช่างปั้นดินเผาไส่าแห้งกับเชฟตกอับ... ช่างเป็นคู่หูที่ดูอนาคตไกลเสียจริงนะ ริน แกนี่มันเกิดมาเพื่อสร้างความน่าอับอายให้ตระกูลเราไม่เว้นแต่ละวันจริง ๆ คิดเหรอว่าร้านกาแฟเล็ก ๆ กับร้านอาหารตามสั่งโทรม ๆ นี่จะหาเงินมาใช้หนี้ก้อนโตสิบล้านเยนได้ภายในสิ้นเดือนนี้?”
หัวใจของรินกระตุกวูบ ตัวเลขสิบล้านเยน... มันคือยอดหนี้ก้อนใหญ่ที่เกิดจากการบริหารงานผิดพลาดของบริษัทพ่อ แต่มันกลับถูกโยกย้ายภาระมาให้รินในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมโดยที่เขาไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ รสชาติฝื่อนเคอแล่นพล่านในลำคอ ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ภาพของร้านอาหารที่เขารัก กลิ่นหอมของซุปดาชิยามเช้า และรอยยิ้มของลูกค้าประจำกำลังจะถูกพรากไป
“ผมจะหาเงินมาคืนให้ครบทุกเยน... ขอแค่เวลาอีกหน่อย” รินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด เสียงของเขาแหบพร่าแต่พยายามบังคับไม่ให้สั่น
“เวลาเหรอ?” เคนอิจิหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเสียดแท่นหัวใจ “แกไม่มีเวลาเหลือแล้ว ริน ทางเลือกเดียวคือเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ให้บริษัทของฉัน แล้วไสหัวกลับไปโตเกียว ไปแต่งงานกับลูกสาวนักการเมืองคนนั้นซะ ชีวิตแกถึงจะกลับมาเข้ารูปเข้ารอย”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง บรรยากาศอึมครึมราวกับพายุฝนในฤดูร้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไร้ความปรานี ด้านนอกหน้าต่างบานเล็ก เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระทบกระจกเป็นจังหวะน่าหงุดหงิด เสียงฟ้าร้องคำรามเบา ๆ คล้ายเสียงหัวเราะเยาะของโชคชะตา
เซนสูดหายใจเข้าลึก ๆ มือที่จับแขนของรินกระชับแน่นขึ้น เขากำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าแทน แต่รินกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน
รินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ดวงตาที่เคยไหวระริกกลับมานิ่งสงบอีกครั้ง แม้ภายในจะเจ็บปวดเจียนตาย แต่ความรักที่เขามีต่อร้านอาหารแห่งนี้ และความผูกพันที่มั่นคงกับเซน ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่มีวันยอมแพ้ให้กับอำนาจเงินและความกดดันไร้สาระพวกนี้เด็ดขาด
“ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นครับ... และผมจะไม่ขายที่ดินนี่ด้วย” รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “คุณพ่อจะทำลายผมกี่ครั้งก็ได้ แต่ความฝันของผม... และคนที่ผมรัก จะไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากมันไปเด็ดขาด”
เคนอิจิหุบยิ้มทันที แววตาคุกามิฉายชัดขึ้น “แกกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำ...”
“เชิญออกไปจากร้านของผมด้วยครับ” เซนกล่าวแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงทรงพลังและเย็นชาจนเคนอิจิชะงักไป “ถ้าคุณยังไม่ยอมไป ผมคงต้องเรียกตำรวจข้อบุกรุกและสร้างความวุ่นวายในเคหสถาน”
ผู้เป็นพ่อจ้องมองลูกชายและชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะเค่นเสียงออกมาทางจมูก “ดี... อยากจะดองกันอยู่ไปกับกองหนี้พวกนี้ก็เชิญ! แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... อีกสามวัน ฉันจะส่งหมายศาลมายึดทรัพย์ทุกตารางนิ้วที่นี่!”
ร่างในชุดสูทหรูสะบัดตัวหันหลังเดินกลับขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงค่อย ๆ ห่างออกไป จนกระทั่งเสียงประตูด้านบนปิดลงอย่างแรง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความกดดันที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ
รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายไป น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้นคลอหน่วยดวงตาคู่สวย หยดน้ำใสไหลร่วงลงมากระทบกับหลังมือที่สั่นเทา ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงกำหนดเวลาสามวัน
เซนไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าริน ดึงมือทั้งสองข้างที่เย็นเฉียบของคนรักขึ้นมาจูบเบา ๆ ที่หลังมืออย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นซ่านจากริมฝีปากของเซนส่งผ่านความห่วงใยและความมั่นคงมาให้รินอย่างไม่มีเงื่อนไข
“ไม่ต้องกลัวนะริน...” เซนกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของรินด้วยความจริงจังขั้นสุด “ต่อให้เราต้องสูญเสียทุกอย่าง... ต่อให้ร้านนี้เหลือแค่ซากอิฐปูน ฉันก็จะปั้นมันขึ้นมาใหม่ด้วยมือคู่นี้... กับเธอ”
รินมองหน้าคนรัก เม็ดฝนข้างนอกยังคงตกลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับฤดูฝนที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่ในใจของรินเวลานี้ กลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาจนความหนาวเหน็บเริ่มจางหายไป
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสบตากันด้วยความซาบซึ้งใจ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านด้านบนก็ดังขึ้น ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... สามครั้งติด ๆ กันด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด
รินกับเซนขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ในยามวิกาลและท่ามกลางสายฝนกระหน่ำเช่นนี้ ใครกัน2 ที่ยังมาเคาะประตูร้านที่ปิดทำการแล้ว?
เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับตัวบังรินไว้ด้านหลังเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณระแวดระวัง ก่อนจะเดินสาวเท้าขึ้นบันไดเพื่อไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนยามวิกาล
เมื่อบานประตูไม้เปิดออก แสงไฟสีสลัวจากถนนสะท้อนร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนเปียกปอนอยู่ใต้ร่มคันใหญ่ รินที่เดินตามขึ้นมาติด ๆ เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของแขกยามวิกาลชัดเจน
เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตู... คือคนรักเก่าของเซน ผู้ที่ควรจะหายสาบสูญและตายจากไปจากชีวิตของเซนเมื่อหลายปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรสชาติความรักอันเรียบง่ายแต่มั่นคงนี้นะคะ
— หิมะแรกในโตเกียว
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 45
ฤดูฝนที่ไม่มีวันจบ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!