“คุณกำลังสั่น เซน”
ฉันเอ่ยขึ้นเบาๆ ในความเงียบสงัดของห้องนอน ร่างสูงที่กอดรัดฉันแน่นราวกับกลัวว่าฉันจะระเหยกลายเป็นไอไปกับอากาศเมื่อครู่ผ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่ท่อนแขนแกร่งที่พาดผ่านเอวของฉันยังคงยึดเหนี่ยวไว้อย่างมั่นคง
ผมสีเข้มของเขาปรกหน้าผากชื้นเหงื่อ เซนไม่ได้ตอบอะไร ความอบอุ่นจากร่างกายของเขายังคงแทรกซึมผ่านเสื้อยืดตัวบางที่ฉันสวมใส่ ลมหายใจที่ยังหอบถี่กระทบอยู่ตรงซอกคอคือหลักฐานว่าฝันร้ายเมื่อคืนคงรุนแรงกว่าที่เขาอยากให้ฉันรับรู้
“ผู้หญิงคนนั้น... ไม่ใช่เธอใช่ไหม”
เขาถามเสียงแหบพร่า เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบเชิงข้อเท็จจริง แต่ต้องการการยืนยันว่าสิ่งที่เขากำลังสัมผัสอยู่ตรงนี้คือ ‘ความจริง’ ที่แตกต่างจาก ‘อดีต’
ฉันพลิกตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ช้อนสายตามองใบหน้าที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว ทว่าตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา ฉันยกมือขึ้นแตะแก้มสากเบาๆ สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นแรงภายใต้ผิวหนังนั้น
“ฉันคือรินค่ะ” ฉันเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น “ไม่ใช่ใครที่ไหนทั้งนั้น และฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน”
เซนจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน เหมือนกำลังค้นหาความลวงที่เขาเคยฝังใจ แต่แล้วเขาก็หลับตาลง ซุกหน้าลงกับลาดไหล่ของฉันอีกครั้ง ความเงียบในห้องนอนบ้านไม้หลังเก่าที่คามาคุระดูเหมือนจะขยายตัวขึ้น กลิ่นจางๆ ของดินเผาและไอฝนที่ติดอยู่ตามตัวเขาทำให้ฉันรู้สึกถึงความเปราะบางที่เขามีให้กับฉันเพียงผู้เดียว
เราใช้เวลาอยู่นานกว่าที่เขาจะยอมขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง ความรู้สึกประหม่าหลังจากการผ่านค่ำคืนแรกของการใช้ชีวิตร่วมกันเริ่มเข้ามาแทนที่ความตึงเครียด เซนเดินไปที่ห้องครัวโดยไม่หันมามอง แผ่นหลังกว้างของเขาสื่อถึงความสับสนที่ยังคงตกค้างอยู่
ฉันลุกขึ้นจัดที่นอนอย่างเชื่องช้า พยายามปรับจูนหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ กลิ่นมิโซะซุปเริ่มลอยมาแตะจมูก แม้ในวันที่ความรู้สึกสั่นคลอน เซนก็ยังคงรักษาจังหวะชีวิตที่เรียบง่ายของเขาไว้ได้เสมอ
ในห้องครัว เซนกำลังบรรจงหั่นเต้าหู้ด้วยความประณีตเกินจำเป็น ใบมีดกระทบเขียงไม้เป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนบทเพลงที่ไร้จังหวะชัดเจน ฉันเดินเข้าไปใกล้แล้วถือวิสาสะหยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมจะช่วย แต่เขากลับวางมีดลงกะทันหัน
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ริน” เขาเอ่ยโดยไม่หันมามอง “แค่... อยู่ใกล้ๆ แบบนั้นก็พอ”
“เซน... เรื่องเมื่อคืน...”
“ผมไม่ได้หมายถึงผู้หญิงคนนั้น” เขาหันกลับมา แววตาที่มองมาที่ฉันเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่มีบางอย่างในน้ำเสียงที่สั่นไหว “ผมแค่กลัวว่าถ้าผมตื่นมาแล้วพบว่าคุณหายไป เหมือนกับทุกอย่างที่ผมเคยพยายามรักษาไว้... มันจะกลายเป็นสิ่งที่ผมไม่เหลืออะไรเลย”
ฉันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มือที่ถือตะเกียบวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ
“ฉันไม่ใช่คนรักเก่าของคุณ และฉันก็ไม่มีวันจะเป็นภาพลวงตาให้คุณได้” ฉันเดินเข้าไปคว้ามือเขาที่สั่นเทาขึ้นมาแนบแก้ม “ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณกลัว เรามาสร้างความทรงจำใหม่กันเถอะค่ะ ความทรงจำที่ไม่มีเงาของใครคนอื่นเข้ามาปะปน”
เซนมองมือของฉันที่กุมมือเขาไว้ เขาค่อยๆ คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สวยงามไร้ที่ติ แต่เป็นรอยยิ้มที่แลกมาด้วยความอดทนและการเยียวยา
มื้อเช้าผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าอบอุ่นด้วยรสชาติของน้ำซุปที่กลมกล่อม แต่ความสงบสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นทำลายจังหวะชีวิตที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่
เซนขมวดคิ้ว เขาดูไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นหน้าปัดนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาเพียงเก้าโมงเช้า ใครกันที่มาหาเขาในเวลาที่เขาตั้งใจจะปลีกวิเวกกับฉัน
เขาเดินไปที่ประตูด้วยท่าทางระมัดระวัง ฉันเดินตามไปเงียบๆ ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เมื่อประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก ลมหนาวก็พัดกรูเข้ามาในบ้าน พร้อมกับร่างหญิงสาวในชุดกิโมโนสีหม่นที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นฉันยืนอยู่ข้างหลังเซน
“ในที่สุดก็หาเจอ” เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของฉัน “เซน... นายคงลืมไปแล้วว่าสัญญาระหว่างเรายังไม่จบสิ้น”
เซนหน้าซีดเผือดลงทันที มือที่กำลูกบิดประตูแน่นจนขึ้นข้อขาว เขาไม่ได้หันมามองฉัน แต่เขากลับถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างเสียอาการ
“เธอยังไม่ตาย...” เสียงของเซนสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “นั่นมันเป็นเรื่องโกหกที่เธอสร้างขึ้นเพื่อหายไปจากชีวิตฉันเองไม่ใช่เหรอ!”
หญิงสาวคนนั้นไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับก้าวเท้าเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาของเธอจ้องตรงมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อ
“ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อจะเอาชีวิตคืน แต่ฉันกลับมาเพื่อจะเตือนว่า... สิ่งที่เธอได้รับไปจากฉัน เซน มันมีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าที่เธอคิด”
ฉันรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เมื่อหญิงสาวคนนั้นยื่นจดหมายให้เซน และในวินาทีที่เขารับมันไป นิ้วมือของเขาก็สั่นจนจดหมายร่วงหล่นลงพื้นเผยให้เห็นข้อความเพียงบรรทัดเดียวที่เขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด
'ความลับของตระกูลที่คุณปกป้อง คือสิ่งที่ทำให้รินไม่มีวันเป็นของใครได้นอกจากผม'
รอยยิ้มของหญิงสาวคนนั้นกว้างขึ้น ขณะที่เซนหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคำถามที่ฉันเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน
ความสัมพันธ์ของเราที่เพิ่งเริ่มผลิบาน กำลังถูกพายุจากอดีตซัดเข้าใส่ก่อนที่หิมะแรกจะทันได้ตกลงมาเสียด้วยซ้ำ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองความรักของคนทั้งคู่ในวันที่ความจริงเริ่มเปิดเผยนะคะ หิมะแรกในโตเกียวค่ะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 23
ตื่นมาพร้อมกัน
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!