เสียงถอนหายใจแผ่วเบาของเซนดังแทรกเสียงเดือดปร่าของน้ำซุปดาชิในหม้อดินเผาใบย่อม รินสังเกตเห็นท่อนแขนใต้เสื้อเชิ้ตลินินสีครีมของคนรักที่เกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยนวดแป้งโดว์อย่างมั่นคง บัดนี้กลับกำขอบเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กแน่นเสียจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบเนยสดจากเตาที่ควรจะสร้างบรรยากาศอบอุ่นในยามบ่าย กลับถูกความเงียบอันน่าอึดอัดกลืนกินจนหมดสิ้น
"เซน..." รินเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว พยายามก้าวเข้าไปใกล้เพื่อสัมผัสลาดไหล่ที่กำลังแบกรับความหนักอึ้ง แต่ทว่า ปลายเท้าของเขากลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงเคาะกระจกบานใสหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง—ครั้งนี้มันหนักแน่นและเจือความเร่งร้อนกว่าเดิม
ก๊อก... ก๊อก...
ร่างสูงโปรดในชุดโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หลังบานกระจกฝ้า แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากภายในสตูดิโอขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเด่นชัดขึ้น ดวงตาสีเข้มคู่ยาวมองผ่านเข้ามาภายในร้าน ก่อนที่มือเรียวจะผลักประตูบานไม้เข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูกรีดเสียงกังวานใส—ใสจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนทั้งสามที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... เซน"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด มันเป็นโทนเสียงที่รินไม่เคยได้ยินมาก่อน น้ำเสียงของคนที่เคยมีสิทธิ์ครอบครองทุกพื้นที่ในใจของเซนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
เซนยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหินแกรนิต ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววเยือกเย็นและมั่นคงเสมอ บัดนี้กลับไหววับคล้ายผิวน้ำในยามพายุโหมกระหน่ำ รินมองแผ่นหลังกว้างของคนรักสลับกับผู้มาใหม่—ผู้ชายที่มีเส้นผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ทว่าแววตาคู่นั้นกลับกำลังทอดมองมาที่เซนด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความโหยหา ความผิด และความถือดีปะปนกันอยู่ในนั้น
"ยูสุเกะ..." เซนพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เกินกว่าที่รินจะเคยได้ยินจากปากของชายหนุ่มผู้สุขุมคนนี้
รินรู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นจุกขึ้นมาที่ลำคอโดยไร้สาเหตุ ฝ่ามือที่ถือผ้ากันเปื้อนอยู่ชื้นเหงื่อขึ้นมาฉับพลัน เขากวาดสายตามองความสัมพันธ์ที่ถูกแช่แข็งไว้ในอดีตกำลังละลายตัวลงต่อหน้าต่อตา ภาพถ่ายใบเก่าในกล่องไม้ที่เซินไม่เคยยอมเปิดให้เขาดู ผงดินเผาที่เซนใช้เวลาหมุนแป้นหมุนอย่างไร้จุดหมายในคืนฝนตก และแววตาเศร้าสร้อยที่เซนพยายามซ่อนไว้หลังรอยยิ้มจางๆ—ทุกอย่างประกอบเข้าด้วยกันจนกลายเป็นภาพจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์ในวินาทีนี้เอง
ยูสุเกะก้าวเท้าเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่ลอยวนเวียนอยู่ในความทรงจำอันมืดมิดของเซนฟุ้งกระจายปะปนกับกลิ่นเนยสด ยูสุเกะไม่ได้สนใจรินที่ยืนอยู่ข้างกายเซนแม้แต่น้อย สายตาของเขาถูกตรึงไว้ที่ใบหน้าของช่างปั้นดินเผาผู้เป็นอดีตคนรัก ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
"ฉันกลับมาแล้ว... ตามสัญญา" ยูสุเกะเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้รินรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ราวกับยืนอยู่ท่ามกลางหิมะแรกในโตเกียวโดยไม่มีเครื่องนุ่งห่ม
รินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เขารู้ดีว่าตนเองเป็นเพียง 'ปัจจุบัน' ที่เข้ามาเยียวยาบาดแผลให้เซนในวันที่ผุกร่อน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่เคยลืมเลยว่าแผลเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นนั้น... เกิดจากฝีมือของใคร
เซนสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับรวบรวมเศษ
ซากความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีในชีวิต กลับตัวหันมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างช้าๆ รินสังเกตเห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาที่เคยอ่อนโยนยามมองริน บัดนี้กลับเรียบเฉยราวกำแพงน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากมีแรงกระแทกเพียงนิดเดียว
"นายมีธุระอะไร ยูสุเกะ" เซนถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มือข้างที่ซ่อนอยู่หลังเคาน์เตอร์กลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ยูสุเกะหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วสตูดิโอ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ถ้วยชาเซรามิกเคลือบคาราเมลสองใบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน—ถ้วยชาที่รínเป็นคนปั้นและเซนเป็นคนเผาด้วยความใส่ใจ
"ฉันไม่มีธุระอะไรเป็นพิเศษหรอก..." ยูสุเกะเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์อีกก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างเขากับเซนเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ "แค่คิดถึงกลิ่นชาเขียวฝีมือคุณ... และคิดถึงคนที่เคยบอกว่าจะรอฉันอยู่ที่นี่ตลอดไป"
คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนกลางใจของริน ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนเสียงหัวใจของตัวเองดังชัดเจนในโสตประสาท รินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าเขายังคงยืนอยู่ตรงนี้ แต่เซนกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย สายตาของเซนถูกตรึงไว้กับอดีตที่เดินกลับมาทวงคืนพื้นที่
ทว่า ในวินาทีที่รินกำลังจะถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเปิดทางให้คนทั้งสองได้เคลียร์ปมในใจที่ค้างคา เซนกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของรินเอาไว้แน่น—แน่นเสียจนรินต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
เซนไม่ได้หันมามองริน แต่ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเขากลับสั่นระริกขณะที่ออกแรงดึงรินให้เข้าไปยืนเคียงข้างตนเองอย่างปกป้อง ก่อนที่เซนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับยูสุเกะตรงๆ ด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเลใจอีกต่อไป
"นายจำผิดคนแล้ว..." เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ทุ้มต่ำ และก้องกังวานไปทั่วห้องสตูดิโอ "เพราะตรงนี้... ไม่มีใครรอคนใจร้ายอย่างนายมานานแล้ว และคนข้างๆ ฉันคนนี้... ไม่ใช่ตัวแทนของใครทั้งนั้น"
ยูสุเกะชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายแข็งค้างลงทันที ดวงตาสีเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อกวาดมองมาที่รินด้วยความรู้สึกเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจน บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจุดไฟติด รินมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเซน หัวใจที่เคยหวาดหวั่นกลับเริ่มพองโตขึ้นมาทีละน้อยท่ามกลางพายุอารมณ์
แต่ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบงันนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงผลักบานกระจกที่เปิดกว้างออกอย่างไร้ความเกรงใจ
"ขอโทษนะ... พอดีฉันลืมกุญแจรถ—เฮ้ย! บรรยากาศอะไรเนี่ย ทำไมหน้าตาแต่ละคนเครียดกันอย่างกับจะไปออกรบ"
เสียงของฮารุ เจ้าของร้านกาแฟเพื่อนสนิทดังแทรกขึ้นมาทำลายความตึงเครียด ฮารุก้าวเข้ามาในสตูดิโอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของแขกแปลกหน้าในชุดโค้ทสีเทา ฮารุเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับจำใบหน้านั้นได้ทันทีที่เห็นโครงหน้าคมคาย
ยูสุเกะหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาขัดจังหวะ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเซนและรินแทบจะหยุดไหล
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เพื่อนสนิทตัวติดกันนี่เอง... ไม่คิดเลยนะว่าผ่านมาตั้งหลายปี ฮารุจะยังคอยเป็นแม่สื่อคอยกันท่าให้เซนกับคนใหม่ได้เก่งเหมือนเดิมเลยนี่" ยูสุเกะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางปรายตามองรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตากล่าวหา "ว่าแต่... เจ้าเด็กฝึกงานคนนี้ รู้ความจริงหรือยังล่ะ ว่าเหตุผลจริงๆ ที่เซนยอมปั้นถ้วยชาให้ทุกวัน... มันเป็นเพราะใบหน้าของนายที่บังเอิญเหมือนกับฉันจนน่าตกใจต่างหากล่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครทุกตัวในทุกๆ บรรทัดเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%