“คุณจะไม่มีวันทำอาหารให้อร่อยได้อีกเลย ถ้าคุณยังชิมมันด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่หนักอึ้งแบบนั้น”
เสียงของเซนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องครัวเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นซุปดาชิ รินชะงักมือที่กำลังถือทัพพีไม้ ควันจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะใบหน้า แต่สำหรับเขา มันเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้กลิ่น ไร้รสชาติ เหมือนกับทุกๆ สิ่งที่เขาพยายามปรุงมาตลอดสามสัปดาห์
รินวางทัพพีลงในหม้อดินเผาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนรักที่ยืนพิงกรอบประตูไม้สน ดวงตาคมกริบคู่นั้นของเซนจ้องมองมาด้วยความนิ่งสงบ แต่มันกลับเป็นความสงบที่กรีดลึกเข้าไปในความเปราะบางของริน
“ผมพยายามแล้ว เซน” รินเอ่ยเสียงแผ่ว ความเหนื่อยล้าสะท้อนอยู่ในแววตา “ทุกวัตถุดิบที่ผมหยิบจับ มันดูเหมือนสิ่งของที่ไร้วิญญาณ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารสอูมามิที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร… หรือจริงๆ แล้ว ผมอาจจะไม่คู่ควรกับมันตั้งแต่แรก”
เซนไม่ตอบในทันที เขาเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีมอๆ บดบังแสงไฟสลัวจากหลอดไฟแขวนเพดาน เขาหยุดลงตรงหน้าคนตัวเล็กกว่า ระยะห่างที่ใกล้จนรินได้กลิ่นดินเหนียวจางๆ ที่ติดตัวเซนเสมอ มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนใจถึงความอ้างว้างที่ทั้งคู่ต่างแบกรับไว้
มือหนาหยาบกร้านจากการปั้นดินของเซนเอื้อมไปหยิบช้อนตวงขนาดเล็ก เขาตักซุปในหม้อขึ้นมา เป่าเบาๆ ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของริน
“ชิมสิ” เซนสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
รินเม้มปากแน่น ความกลัวที่จะต้องเผชิญกับความว่างเปล่าในปากแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาของเซน เขากลับเห็นบางอย่างที่ต่างออกไป รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของคนตรงหน้า รอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความคาดหวัง แต่มาพร้อมกับการยอมรับ—การยอมรับในความพังทลายของกันและกัน
รินอ้าปากรับน้ำซุปร้อนๆ เข้าไป ลิ้นของเขาสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่ไหลผ่านลำคอ ในชั่ววินาทีนั้น ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบ—เสียงตะคอกของพ่อที่โต๊ะอาหาร, ความกดดันจากความคาดหวังที่ต้องเป็นเชฟที่สมบูรณ์แบบ—มันพลันสลายตัวไปเหมือนหิมะแรกที่ถูกความร้อนจากเตาหลอมละลาย
สัมผัสของดาชิที่กลมกล่อมค่อยๆ แผ่ซ่าน ไม่ใช่แค่รสชาติของโชยุหรือสาหร่ายคอมบุ แต่เป็นรสชาติของความเข้าใจที่เซนแอบใส่ลงไปในหม้อใบนี้โดยที่เขาไม่รู้ตัว
รินเบิกตากว้าง ความอุ่นชื้นไหลรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาจ้องมองเซนที่ยังคงยิ้มให้ ความยิ้มนั้นทำหน้าที่เป็นกุญแจไขห้องที่ปิดตายในใจของรินออก รสชาติที่เขาคิดว่าสูญเสียไปตลอดกาลกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เต้นตุบอยู่ในอก
“เซน…” รินพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ “มัน… มันอร่อยมาก”
เซนวางช้อนลง เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาที่แก้มของรินอย่างแผ่วเบา “รสชาติมันไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกริน มันแค่รอเวลาให้คุณอนุญาตให้ตัวเองได้ลิ้มรสความสุขอีกครั้งต่างหาก”
บรรยากาศในห้องครัวที่เคยตึงเครียดพลันอ่อนนุ่มลง เซนขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แตะกัน รินหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นที่ไหลผ่านเข้ามา นี่คือความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย แต่กลับหนักแน่นจนเขาแทบจะหายใจไม่ออกในความรักนี้
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนเปราะบางนั้น เสียงเคาะประตูรั้วด้านหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรัวและร้อนรน มันเป็นจังหวะที่ขัดกับความสงบของค่ำคืนนี้อย่างสิ้นเชิง เซนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความสับสนชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างไม้ที่ปิดสนิท
รินรู้สึกถึงแรงบีบที่มือของเซนเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาอยู่ตรงนี้ แต่คนรักของเขากลับก้าวเดินออกไปทางประตูหน้าอย่างรวดเร็ว รินเดินตามไปอย่างลืมตัว เพียงเพื่อจะพบว่าที่หน้าประตูรั้วนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นฮารุที่ยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย
“เซน! ริน!” ฮารุตะโกนเสียงหลง ใบหน้าของเพื่อนสนิทดูตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “พวกคุณต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ พ่อของริน… เขาไม่ได้อยู่ที่โตเกียวแล้ว และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่คามาคุระพร้อมกับหลักฐานบางอย่างที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!”
เซนยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นดินเผาที่เขาสร้างขึ้น ในขณะที่รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เพิ่งกลับมาสดใสได้เพียงไม่กี่นาที กำลังถูกพายุซัดกระหน่ำจนสั่นคลอนอีกครั้ง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านลมทะเลไปพร้อมกับหิมะแรกในโตเกียวในตอนนี้นะคะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 7
รสชาติที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!