"ดินไม่ได้ต้องการคำสั่งจากมือคุณ แต่มันต้องการความเชื่อใจ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเซนดังขึ้นท่ามกลางเสียงหมุนของแป้นหมุนดินเผาที่ดูเหมือนจะเนิบช้าแต่กลับสั่นประสาทรินอยู่ไม่น้อย นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มทาบทับลงบนมือที่สั่นเทาของริน สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบตัดกับอุณหภูมิในห้องสตูดิโอทำเอาคนถูกสอนต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
รินพยายามกดฝ่ามือลงบนก้อนดินเหนียวสีเทาหม่นที่กำลังหมุนเหวี่ยงไปตามแรงเฉื่อย แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามควบคุมมันอย่างไร ดินก้อนนั้นก็ดูจะบิดเบี้ยวและเสียรูปทรงไปทุกที ราวกับมันรับรู้ได้ถึงความวิตกกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจของเชฟหนุ่มที่เคยประสบความสำเร็จจนเกือบถึงจุดสูงสุด แต่กลับพังทลายลงเพียงเพราะความคาดหวังที่หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับไหว
"เกร็งเกินไปแล้วค่ะ" เซนเอ่ยแผ่วเบา แต่คราวนี้เขาไม่ได้ถอยห่าง กลับขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของรินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากหน้าอกของอีกฝ่าย "คุณกำลังพยายามควบคุมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบเหมือนงานในครัวของคุณหรือเปล่าคะ?"
รินชะงัก แป้นหมุนหยุดกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่มีเพียงกลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นไม้สนจางๆ เขารู้ดีว่าเซนไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องปั้นถ้วย แต่มันคือเรื่องของ 'ชีวิต' ที่เขาเผลอวางมาตรฐานไว้สูงลิ่วจนหล่นหายไปในวันที่ทุกอย่างแตกสลาย
"ผมแค่... ไม่อยากให้มันพังอีก" รินพึมพำ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ถ้วยดินเผาบิดเบี้ยวตรงหน้า
เซนถอนหายใจแผ่วๆ ก่อนจะปล่อยมือจากริน เขาเดินไปหยิบผ้าเปียกมาชุบน้ำหมาดๆ แล้ววางลงข้างๆ "งั้นพักเรื่องดินไว้ก่อนดีไหมคะ? ฉันหิวจนตาลายแล้ว ถ้าขืนคุณยังปั้นต่อแบบนี้ สงสัยมื้อเย็นเราคงต้องจบลงด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแน่นอน"
รินหัวเราะฝืนๆ ออกมาได้บ้าง บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงทันตาเห็น เขาผละออกจากแป้นหมุนดินเผาแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องครัวเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกันด้วยบานประตูไม้บานเลื่อน นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขาหยิบผ้ากันเปื้อนผืนเก่าขึ้นมาสวมอีกครั้ง
อาหารในวันนี้ไม่มีสูตรลับที่ซับซ้อน รินเลือกใช้วัตถุดิบพื้นฐานเท่าที่หาได้ในตู้เย็นของเซน หัวไชเท้าญี่ปุ่น หัวหอม และไข่ไก่สดๆ เขาบรรจงซอยหัวหอมด้วยจังหวะที่คล่องแคล่ว เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของเขากลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง เซนยืนกอดอกพิงวงกบประตูมองดูรินเงียบๆ สายตาของเขาไม่ได้จดจ้องที่ความสวยงามของอาหาร แต่มองที่ 'ความสุข' ที่กำลังฉายชัดบนใบหน้าของคนทำ
"ทำไมถึงเป็นเมนูนี้คะ?" เซนถามขณะมองรินตั้งกระทะ
"เพราะมันเรียบง่ายที่สุดครับ... เอ้อ หมายถึง เรียบง่ายที่สุดค่ะ" รินรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเซน "ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก แค่ปล่อยให้รสชาติของวัตถุดิบแสดงตัวของมันเอง เหมือนที่คุณสอนผมเรื่องดินนั่นแหละ"
ไม่นานนัก กลิ่นหอมฟุ้งของโอยาโกะด้ง (ข้าวหน้าไก่และไข่) ก็อบอวลไปทั่วบ้าน เซนตักชิมคำแรกแล้วนิ่งไป รินลุ้นจนแทบหยุดหายใจ เขาจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยนั้นด้วยความระแวงว่าจะทำอะไรพลาดไปหรือไม่ แต่แล้วเซนก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของรินที่ดูนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
"รสชาติเหมือน... วันแรกที่เราเจอกันเลยค่ะ" เซนพูดสั้นๆ แต่ทว่ากินใจ
มื้ออาหารผ่านไปท่ามกลางบทสนทนาที่ไม่มีเรื่องงาน มีเพียงเรื่องราวสัพเพเหระ รินเริ่มเปิดใจเล่าถึงความกดดันที่เขาได้รับจากครอบครัว ส่วนเซนก็ค่อยๆ แง้มประตูหัวใจที่เคยปิดตายเกี่ยวกับการสูญเสียคนรักเก่าที่เคยสัญญากันว่าจะมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ที่นี่ด้วยกัน ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดผ่านมื้ออาหาร จนกระทั่งรินตัดสินใจถามคำถามที่เขาเก็บไว้ในใจมาตลอด
"เซน... ในวันที่ทุกอย่างแตกสลาย คุณรับมือกับมันยังไงคะ? ความรู้สึกที่เหมือนถ้วยที่ปั้นมากับมือพังครืนลงต่อหน้าต่อตา"
เซนวางตะเกียบลง สีหน้าของเขากลับมาจริงจังอีกครั้ง "ฉันไม่ได้ซ่อมมันหรอกค่ะริน สิ่งที่พังไปแล้วต่อให้พยายามประกอบกลับมาให้เหมือนเดิม มันก็จะมีรอยร้าวหลงเหลืออยู่เสมอ... สิ่งเดียวที่ฉันทำคือ การเริ่มปั้นก้อนใหม่จากเศษดินก้อนเดิมที่พังไปนั่นแหละค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจของริน มันคือความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดว่าสิ่งที่สูญเสียไปไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ในขณะที่รินกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงเคาะประตูไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรัวและหนักแน่นในเวลาที่ไม่มีใครควรจะมาเยือน
รินชะงัก มือที่ถือถ้วยค้างอยู่กลางอากาศ เซนขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนทันทีอย่างระแวดระวัง เพราะที่นี่คือคามาคุระในช่วงดึกดื่นเช่นนี้ ไม่มีใครที่รู้จักเขาจะมาหาด้วยท่าทีรีบร้อนเช่นนี้
ทันทีที่เซนเลื่อนบานประตูออก ลมหนาวก็พัดกรูเข้ามาพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดโค้ทสีครีมที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝนที่เพิ่งเริ่มตก หญิงสาวคนนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว แต่สายตาที่เธอมองมาที่เซนกลับเปี่ยมไปด้วยความโหยหาและปวดร้าวอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน
"เซน... ฉันนึกว่าคุณจะลืมฉันไปแล้วจริงๆ เสียอีก"
เสียงนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของรินอย่างประหลาด เพราะหญิงสาวคนนั้น... มีใบหน้าที่คล้ายกับภาพถ่ายใบเก่าที่รินเคยเห็นซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกของเซนเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
ความเงียบเข้าปกคลุมบ้านทั้งหลัง รินรู้สึกราวกับลมหายใจของเขาถูกกระชากหายไปในความมืดที่อยู่เบื้องหน้า หญิงสาวคนนี้คือใคร และทำไมเธอถึงปรากฏตัวในคืนที่เขากำลังจะเริ่มตั้งหลักชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง
หิมะแรกในโตเกียวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเดินทางไปพร้อมกับรินและเซนในค่ำคืนที่แสนเปราะบางนี้ค่ะ
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 3
สูตรลับที่ไม่ลับ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!