“ถ้าคุณยังประคองมือให้มั่นคงไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะได้จับมีดทำครัวอีกเลยค่ะ”
คำพูดเย็นชาของอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนสอนทำอาหารยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นเครื่องเตือนใจถึงความล้มเหลวที่รินพยายามฝังกลบไว้ใต้รอยยิ้มที่ฝืนทำ มือของรินที่กำลังประคองถ้วยชาเซรามิคเคลือบสีครามสั่นเทาโดยไม่ตั้งใจ เขาเพียงแค่ต้องการหยิบมันส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อเป็นการแสดงไมตรี แต่ความประหม่ากลับทำให้ปลายนิ้วไร้เรี่ยวแรง
*เพล้ง!*
เสียงเซรามิกกระทบพื้นไม้ในสตูดิโอทำเครื่องปั้นดินเผาของเซนไม่ได้ดังบาดหู แต่มันกลับกังวานในความรู้สึกราวกับเสียงระเบิด ชาอุ่นๆ ที่ยังไม่ทันได้จิบกระเด็นเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมของเซนจนเป็นวงกว้าง รินหน้าถอดสี ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกผิดประดังเข้ามาจนทำอะไรไม่ถูก
“ขอโทษค่ะ... คือผม ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษจริงๆ!” รินรีบคว้าผ้าเช็ดมือบนโต๊ะใกล้ๆ เข้าไปซับรอยเปื้อนบนอกเสื้อของเซนอย่างลนลาน โดยลืมไปสนิทว่านั่นเป็นการลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของชายผู้รักความสันโดษคนนี้มากเพียงใด
เซนยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดทำงานที่เปื้อนคราบชาดูไม่ได้ลดทอนความเยือกเย็นในแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ถอยหนี แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวช่วยเหลือ รินชะงักมือที่กำลังสั่นงันงกอยู่บนหน้าอกของเขา สายตาของคนทั้งคู่ประสานกันในระยะที่ใกล้จนรินได้กลิ่นดินเหนียวจางๆ และกลิ่นอายความเศร้าที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้นของเซน
“ริน” เสียงของเซนทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันทำให้รินหยุดทุกการเคลื่อนไหว “หยุดเถอะ มือคุณกำลังสั่นมากกว่าเดิมแล้วนะ”
รินรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอาย “ผมแค่... ผมอยากจะช่วย ผมขอโทษจริงๆ ครับที่ทำของสำคัญของคุณเลอะเทอะ”
เซนก้มลงมองคราบชาบนเสื้อ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความโกรธเคือง “ของสำคัญเหรอ? มันก็แค่เสื้อตัวหนึ่ง ริน... คุณมักจะให้ค่ากับสิ่งที่พังทลายไปแล้วมากเกินไปเสมอเลยนะ”
ชายหนุ่มขยับตัวเดินไปที่ชั้นวางผลงานด้านหลัง สันหลังของเขากว้างและดูเหงาหงอยในเวลาเดียวกัน รินยืนกอดตัวเองแน่นในพื้นที่กลางห้อง ความเงียบงันเริ่มปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความมั่นใจที่แตกกระจายเหมือนถ้วยชาบนพื้น
เซนกลับมาพร้อมกับถ้วยชาดินเผาใบเล็กที่เคลือบด้วยสีเทาอมเขียวจางๆ คล้ายสีของตะไคร่น้ำบนก้อนหินหลังฝนตก เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้ามาใกล้รินแล้วคว้ามือของเขาขึ้นมาวางถ้วยใบนั้นลงบนฝ่ามือของรินอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากนิ้วมือที่หยาบกร้านจากการนวดดินเหนียวของเซนทำให้รินใจเต้นแรงจนเกือบหลุดออกมานอกอก
“ใบนี้ผมตั้งใจปั้นให้คุณ” เซนเอ่ยแผ่วเบา สายตาจับจ้องไปที่ถ้วยชาในมือริน “ผิวของมันไม่ได้เรียบเนียนสมบูรณ์แบบ เพราะผมตั้งใจทิ้งร่องรอยของการใช้นิ้วกดลงไปตอนปั้น มันไม่ได้สวยงามตามตำรา แต่ผมว่ามันดู ‘มีชีวิต’ ดี... คุณว่าไหม?”
รินก้มมองถ้วยในมือ ความอบอุ่นจากพื้นผิวดินเผาส่งผ่านถึงฝ่ามือ เขาจำความรู้สึกนี้ได้ดี มันไม่ใช่ความอบอุ่นจากความร้อนของน้ำชา แต่มันคือความเข้าใจที่เซนหยิบยื่นให้โดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ ในวันที่รินรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเศษแก้วที่ไม่มีใครต้องการ เซนกลับมองเห็นคุณค่าในรอยร้าวเหล่านั้น
“ขอบคุณค่ะ...” รินกระซิบ น้ำเสียงสั่นเครือ “แต่ผมทำชาหกใส่คุณนะ ทำไมคุณถึง...”
“เพราะคุณไม่ใช่คนแรกที่ทำอะไรพังในที่แห่งนี้หรอก” เซนขัดขึ้น สายตาของเขาเหม่อออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสวนหินในยามเย็น “ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงเลือกที่จะปั้นดิน? เพราะดินไม่เคยโกหก มันรับรู้ได้ว่ามือของคนที่ปั้นมันกำลังสั่นด้วยความกลัว หรือกำลังมั่นคงด้วยความรัก ความผิดพลาดในงานปั้นไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของรูปร่างใหม่ที่คาดเดาไม่ได้”
รินเงยหน้ามองเซน ดวงตาของเขาฉายแววสับสนและซาบซึ้งในคราวเดียว เขาไม่แน่ใจว่าเซนกำลังพูดถึงงานปั้น หรือกำลังพูดถึงความสัมพันธ์ที่พวกเขากำลังก่อร่างสร้างขึ้นกันแน่ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศที่กำลังทอดยาว ฮารุเปิดประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มร่าเริงตามสไตล์ แต่เมื่อเห็นสภาพเปียกปอนของเซนและบรรยากาศที่ดูเหมือนมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างวิ่งผ่าน เขาก็ชะงักไปชั่วครู่
“โอ๊ะ... ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่านะ?” ฮารุเลิกคิ้ว สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองทั้งคู่ “ว่าแต่ริน... เธอรู้ข่าวหรือยัง? ร้านที่เธอไปสมัครงานทำอาหารเมื่อเดือนก่อน โทรมาหาฉันเมื่อกี้นี้ เขาบอกว่าผลการคัดเลือกออกแล้วนะ”
รินใจหายวาบ ความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงถาโถมเข้ามาในอก มือที่ถือถ้วยชาของเซนกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาหันไปมองเซนที่ยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าอ่านยาก ก่อนจะหันกลับมาหาฮารุที่ยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งกังวล
“เขาบอกว่า... เขาอยากคุยกับเธอด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้เลย” ฮารุเอ่ยย้ำ ก่อนจะทิ้งระเบิดประโยคสุดท้าย “และดูเหมือนว่า เขาจะรู้เรื่อง ‘อุบัติเหตุ’ ครั้งใหญ่ที่ทำให้เธอต้องออกจากร้านเดิมมาด้วยนะริน”
รินตัวแข็งทื่อ ถ้วยชาในมือที่เซนเพิ่งมอบให้ดูหนักอึ้งขึ้นมาทันที ความลับที่เขาพยายามปกปิดกำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเซน ในวินาทีที่เขากำลังเริ่มเปิดใจ... หรือนี่จะเป็นจุดจบของทุกอย่างที่เขาเพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นกันแน่?
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินและเซนในตอนนี้ หวังว่าหัวใจของคุณจะอบอุ่นเหมือนไอจากถ้วยชาใบนั้นนะคะ
หิมะแรกในโตเกียว
สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ•ตอนที่ 2
ถ้วยชาใบนั้น
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรรักฉบับหิมะแรก ณ คามาคุระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!