คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 5

ห้องนอนที่ใช้ร่วมกัน

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"คุณช่วยถอยออกไปห่างจากรัศมีสามเมตรของฉันได้ไหมคะ... เอ่อ หมายถึง... ถอยไปสิคะคุณคินน์!" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดที่ไร้ความเกรงใจออกไปเสียแล้ว ดีที่ไหวตัวทันเปลี่ยนสรรพนามและหางเสียงได้ทันท่วงที ก่อนที่ดวงตาคู่คมดุราวกับพญาเหยี่ยวของชายหนุ่มตรงหน้าจะหรี่แคบลงด้วยความจับผิด ทว่า ต่อให้เธอจะพยายามรักษาท่าทีสุภาพเรียบร้อยแค่ไหน พื้นที่ห้องพักขนาดกะทัดรัดของโรงแรมระดับสามดาวแห่งนี้ ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้คนตัวโตอย่าง ‘คินน์’ สามารถรักษาระยะห่างได้ตามต้องการเลยแม้แต่น้อย ยิ่งในยามที่พายุฝนด้านนอกกระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว บรรยากาศภายในห้องที่ถูกตัดกระแสไฟฟ้ากะทันหัน ยิ่งบีบให้ทั้งคู่ต้องถอยร่นมารวมกันอยู่บนโซฟาตัวเล็กเพียงตัวเดียวอย่างไร้ทาง "หึ... เมื่อกี้คุณเกือบเรียกชื่อผมห้วน ๆ แล้วนะรินรดา" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าของเขาลอยละลิ่วอยู่เหนือกลุ่มผมของหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ที่ทอดกายพิงพนักโซฟาไม่ได้ขยับเขยื้อนหนີไปไหน ซ้ำร้ายเขายังจงใจทิ้งน้ำหนักข้อศอกพนักแขน กักขังร่างบอบบางให้อยู่ในอาณัติของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ "กล้ามากนะที่พาตัวเองมาติดแหง็กกับผมในสภาพที่... เอ่อ จะเรียกว่าห้องหับเป็นใจก็คงไม่เชิง" "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณคินน์ ถ้าไม่ใช่เพราะรถบัสสายสุดท้ายยางแตก และกระเป๋าเอกสารโปรเจกต์สำคัญของบริษัทดันมาเปียกน้ำจนเสียหายจนฉันต้องรีบเอามาไดร์... ฝันไปเถอะค่ะว่าฉันจะยอมมาติดอยู่กับคนปากเสียอย่างคุณในห้องที่มีเตียงแค่... เตียงเดียวแบบนี้!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียง ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความคับแค้นใจ เธอกอดอกแน่นพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากอุณหภูมิร่างกายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนจาง ๆ ของเขากำลังเล่นงานประสาทสัมผัสของเธอให้ปั่นป่วนอย่างร้ายกาจ คินน์มองท่าทางพยศเหมือนลูกแมวขนฟูของคนตรงหน้าแล้วมุมปากหยักลึกก็กระตุกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความขัดเขินแต่ปากแข็ง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเย็นชาใส่คนอื่นเสมอ "เตียงเดียวแล้วยังไงล่ะครับ... หรือว่าคุณกลัว?" เขาจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านพวงแก้มเนียน รินรดาสะดุ้งสุดตัว เอนหลังหนีจนแทบจะจมหายไปกับพนักโซฟา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ใครกลัวกันคะ! ฉันแค่วิตกจริตว่าเตียงมันจะรับน้ำหนักคนตัวใหญ่อย่างคุณไม่ไหวต่างหากล่ะคะ!" เธอกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกด้วยวาจายอกย้อน "งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับว่าเตียงมันรับไหวไหม... หมายถึง มานอนพิสูจน์ด้วยกันตรงนี้" คินน์เอ่ยเสียงพร่า สายตาคมกวาดมองเรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกมันเขี้ยว มือหนาเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่คลอเคลียกรอบหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดที่แตะลงบนผิวแก้มทำเอารินรดาถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาต้องใกล้ชิดกันในสถานการณ์ชวนหัวใจวาย แต่ทุกครั้งที่กลิ่นอายความดุดันแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนของคินน์โอบล้อมเธอไว้ กำแพงความแข็งกระด้างที่รินรดาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตมักจะพังทลายลงอย่างง่ายดาย "ถอยไปเลยนะ... ฉันจะไปดูปลั๊กไฟเผชิญภัยมืดข้างนอกนั่นดีกว่า" หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนผ่าว พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ความมืดและพื้นที่จำกัดทำให้ข้อเท้าของเธอสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะกาแฟ ร่างบางเซถลาล้มลงไปในทิศทางที่คาดเดาไม่ได้ *พรึบ!* คินน์คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปกองบนเตียงนุ่มกลางห้องโดยที่เขาร่างสูงทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างหมิ่นเหม่ ลมหายใจของทั้งสองคนประสานกันจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน นัยน์ตาคมดุของคินน์ฉายแววไหววูบชั่วขณะเมื่อมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายอยู่เบื้องนอก และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันจนดังสะท้อนก้องในความรู้สึก รินรดานิ่งค้าง มือเล็กที่พยายามจะดันแผงอกกว้างเอาไว้กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อปลายนิ้วอุ่นของชายหนุ่มไล้เกลี่ยเบา ๆ ที่พวงแก้มของเธออย่างเผลอไผล สายตาที่เขามองมาในวินาทีนี้... มันไม่มีความเยชาชาหรือความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาและบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน รินรดากลั้นหายใจ สมองสั่งการให้ผลักเขาออกไป แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการหลับตาพริ้มรอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่า ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เสียงเคาะประตูห้องพักเสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูทิ้งสิ้นซาก! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "รินรดา! อยู่ข้างในหรือเปล่าคุณ! ผมธันวาเอง! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้ ผมรู้ว่าคุณติดอยู่กับไอ้คุณคินน์ที่นี่!" เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรนจากเพื่อนสนิทที่บุกฝ่าพายุฝนมาถึงหน้าห้อง ทำเอาคินน์ชะงักกึก สีหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักเมื่อครู่กลับมาบึ้งตึงและแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดทันที ชายหนุ่มสบถเบา ๆ ในลำคออย่างหัวเสีย รินรดาลืมตาขึ้นสบตากับคนตัวโตที่ยังคร่อมร่างเธออยู่ ประกายความตกใจฉายชัดในแววตาก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโล่งอกปนกระอักกระอ่วน คินน์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวก่อนจะกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ "ดูเหมือนว่า... หมาป่าตัวอื่นจะตามกลิ่นเหยื่อมาเจอเร็วกว่าที่คิดนะ แต่คิดเหรอว่าผมจะยอมปล่อยคุณไปง่าย ๆ แบบนี้..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%