เสียงกระดาษรายงานงบประมาณที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสตัวใหญ่ดังขึ้นจนสะเทือนไปถึงความรู้สึกของคนฟัง ทว่าคนทำกลับไม่มีทีท่าว่าจะใส่ใจ ใบหน้าคมคายของคินน์ยังคงนิ่งสนิท เยชาชา และแฝงความหยิ่งผยองตามแบบฉบับทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน
"คุณทำบ้าอะไรลงไปรินรดา? ตัวเลขตรงนี้มันติดลบสามล้าน ไม่ใช่สามสิบบาท"
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนจัด สาดใส่หญิงสาวที่ยืนกอดอกเชิดหน้าตรงหน้าเขาอย่างไม่คิดจะไว้หน้า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว กลับย่างสามขุมเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาแล้วจิ้มปลายนิ้วเรียวลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างแม่นยำ
"ถ้าคุณชายอภิมหาเศรษฐีอย่างคุณจะกรุณากวาดสายตาอันทรงคุณค่าลงมาอ่านหมายเหตุบรรทัดล่างสุดสักนิด คุณก็จะรู้ว่าเงินสามล้านนั่นมันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการลงทุนซื้อความน่าเชื่อถือในระยะยาวค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืด
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงพิจารณาคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้หญิงอะไร ทั้งดื้อ ทั้งปากเก่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครแม้กระทั่งตอนที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ สถานการณ์แบบนี้คนอื่นคงหน้าซีดตัวสั่นคุกเข่าขอร้องเขาไปนานแล้ว แต่รินรดากลับยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาท้าทายราวกับแมวป่าตัวน้อยที่พร้อมจะตะปบหน้าคนได้ทุกเมื่อ
"ความน่าเชื่อถือเหรอ? หึ... พูดได้ดีนี่ แต่บริษัทผมไม่ได้ทำมูลนิธิการกุศล รินรดา ถ้าคุณยังแยกแยะระหว่างธุรกิจกับความใจบุญไม่ออก พรุ่งนี้คุณก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก"
คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกผ่านอากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดัน รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความโกรธที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ดวงตาคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจากความอัดอั้นตันใจ แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อไม่ให้หยดน้ำพวกนั้นไหลลงมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้
"ต่อให้ฉันไม่มีงานทำจนต้องไปเก็บขยะข้างถนน ฉันก็ไม่เคยคิดจะก้มหัวขอความเห็นใจจากคนใจแคบอย่างคุณหريكหรอกค่ะ!"
เธอสะบัดหน้าใส่เขาอย่างไม่ไว้หน้า หมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวด้วยความเร็ว ทว่าจังหวะนั้นเอง มุมปากของรินรดาที่เม้มแน่นด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับเผลอยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ—รอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทายและความพึงพอใจลึกๆ ที่ได้ตอกหน้าคนเผด็จการอย่างเขาจนมุม
แต่ทว่า... ภาพรอยยิ้มนั้นกลับไม่รอดพ้นจากสายตาของคินน์ที่มองตามหลังเธออยู่
เสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน
คินน์ชะงักค้างไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้อกเสื้อสูทราคาแพงกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย รอยยิ้มจางๆ บนเรียวปากอิ่มของหญิงสาวเมื่อครู่... มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มที่สว่างไสว ดื้อรั้น และมีเสน่ห์เหลือเกินจนทำเอาสติที่เคยควบคุมได้ดีเยี่ยมของนักบริหารหนุ่มพังทลายลงในพริบตา
ตั้งแต่รู้จักและต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนนี้มาหลายสัปดาห์ เขินเห็นแต่ใบหน้าที่บึ้งตึง แววตาดุดัน หรือไม่ก็คำพูดแสบสันต์ที่คอยกวนประสาทเขาอยู่เสมอ แต่นี่เป็นครั้งแรก... ครั้งแรกจริงๆ ที่เขาได้เห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง รอยยิ้มที่ออกมาจากความรู้สึกจริง และมันดันฝังตรึงอยู่ในโสตประสาทของเขาอย่างดื้อดึง
*ยัยตัวแสบนี่... เวลาเผลอยิ้มแล้วมันน่ามองขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?*
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นให้กับความคิดประหลาดที่แล่นเข้ามาในหัว เขาพยายามสะบัดศีรษะไล่ความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน ภาพรอยยิ้มเมื่อครู่ก็ยังคงวนเวียนเด่นชัดอยู่ในห้วงความคิด
"เดี๋ยวก่อน..."
น้ำเสียงที่หลุดออกจากปากของคินน์มีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อย ซึ่งเจ้าตัวก็เพิ่งสังเกตเห็นและนึกฉุนตัวเองในใจ
รินรดายกมือขึ้นปาดหางตาตัวเองลวกๆ ก่อนจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาระแวดระวัง ปากบางเม้มเข้าหากันอีกครั้งเตรียมรับมือกับการหาเรื่องรอบใหม่ "อะไรอีกคะ? จะไล่ออกตอนนี้เลยหรือไง ฉันจะได้เก็บของสะดวกๆ"
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินรดาต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจก ปิดตายทางหนี
"ใครบอกว่าผมจะไล่คุณออก" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เพียงแต่... เมื่อกี้คุณยิ้มอะไร หืม? ดีใจนักเหรอที่เถียงผมชนะ?"
รินรดาชะงัก เผลอถอยหลังหนีจนชิดกระจกมากกว่าเดิมเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ฉันไม่ได้ยิ้ม! คุณตาฝาดไปแล้วคุณชาย"
"ตาฝาดงั้นเหรอ?" คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเจ้าเล่ห์และแพรพราวอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป "ผมมั่นใจว่าสายตาตัวเองไม่ได้แย่ขนาดนั้น... และรอยยิ้มของคุณเมื่อกี้ มันก็..."
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงระหว่างคนทั้งสอง ก่อนที่บานประจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต
"ริน... ผมเอากาแฟมาฝาก... อ้าว คินน์... ผมขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย?"
ธันวา เพื่อนสนิทหนุ่มอบอุ่นของรินรดา ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแก้วกาแฟในมือ รอยยิ้มเป็นมิตรถูกส่งมาให้ แต่ดวงตาคมปลาบกลับกวาดมองท่าทางที่แนบชิดเกินเหตุระหว่างคินน์กับรินรดาด้วยความระแวงอย่างปิดไม่มิด
คินน์ชักมือกลับทันที ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่ความเรียบเฉยเยชาชาอย่างรวดเร็วราวกับสับสวิตช์ ทว่าดวงตาคมกริบที่หันไปมองธันวาคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 6
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!