คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 6

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงกระดาษรายงานงบประมาณที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสตัวใหญ่ดังขึ้นจนสะเทือนไปถึงความรู้สึกของคนฟัง ทว่าคนทำกลับไม่มีทีท่าว่าจะใส่ใจ ใบหน้าคมคายของคินน์ยังคงนิ่งสนิท เยชาชา และแฝงความหยิ่งผยองตามแบบฉบับทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน "คุณทำบ้าอะไรลงไปรินรดา? ตัวเลขตรงนี้มันติดลบสามล้าน ไม่ใช่สามสิบบาท" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนจัด สาดใส่หญิงสาวที่ยืนกอดอกเชิดหน้าตรงหน้าเขาอย่างไม่คิดจะไว้หน้า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว กลับย่างสามขุมเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาแล้วจิ้มปลายนิ้วเรียวลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างแม่นยำ "ถ้าคุณชายอภิมหาเศรษฐีอย่างคุณจะกรุณากวาดสายตาอันทรงคุณค่าลงมาอ่านหมายเหตุบรรทัดล่างสุดสักนิด คุณก็จะรู้ว่าเงินสามล้านนั่นมันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการลงทุนซื้อความน่าเชื่อถือในระยะยาวค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืด คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงพิจารณาคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้หญิงอะไร ทั้งดื้อ ทั้งปากเก่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครแม้กระทั่งตอนที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ สถานการณ์แบบนี้คนอื่นคงหน้าซีดตัวสั่นคุกเข่าขอร้องเขาไปนานแล้ว แต่รินรดากลับยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาท้าทายราวกับแมวป่าตัวน้อยที่พร้อมจะตะปบหน้าคนได้ทุกเมื่อ "ความน่าเชื่อถือเหรอ? หึ... พูดได้ดีนี่ แต่บริษัทผมไม่ได้ทำมูลนิธิการกุศล รินรดา ถ้าคุณยังแยกแยะระหว่างธุรกิจกับความใจบุญไม่ออก พรุ่งนี้คุณก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก" คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกผ่านอากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดัน รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความโกรธที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ดวงตาคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจากความอัดอั้นตันใจ แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อไม่ให้หยดน้ำพวกนั้นไหลลงมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้ "ต่อให้ฉันไม่มีงานทำจนต้องไปเก็บขยะข้างถนน ฉันก็ไม่เคยคิดจะก้มหัวขอความเห็นใจจากคนใจแคบอย่างคุณหريكหรอกค่ะ!" เธอสะบัดหน้าใส่เขาอย่างไม่ไว้หน้า หมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวด้วยความเร็ว ทว่าจังหวะนั้นเอง มุมปากของรินรดาที่เม้มแน่นด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับเผลอยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ—รอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทายและความพึงพอใจลึกๆ ที่ได้ตอกหน้าคนเผด็จการอย่างเขาจนมุม แต่ทว่า... ภาพรอยยิ้มนั้นกลับไม่รอดพ้นจากสายตาของคินน์ที่มองตามหลังเธออยู่ เสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน คินน์ชะงักค้างไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้อกเสื้อสูทราคาแพงกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย รอยยิ้มจางๆ บนเรียวปากอิ่มของหญิงสาวเมื่อครู่... มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มที่สว่างไสว ดื้อรั้น และมีเสน่ห์เหลือเกินจนทำเอาสติที่เคยควบคุมได้ดีเยี่ยมของนักบริหารหนุ่มพังทลายลงในพริบตา ตั้งแต่รู้จักและต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนนี้มาหลายสัปดาห์ เขินเห็นแต่ใบหน้าที่บึ้งตึง แววตาดุดัน หรือไม่ก็คำพูดแสบสันต์ที่คอยกวนประสาทเขาอยู่เสมอ แต่นี่เป็นครั้งแรก... ครั้งแรกจริงๆ ที่เขาได้เห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง รอยยิ้มที่ออกมาจากความรู้สึกจริง และมันดันฝังตรึงอยู่ในโสตประสาทของเขาอย่างดื้อดึง *ยัยตัวแสบนี่... เวลาเผลอยิ้มแล้วมันน่ามองขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?* คินน์ขมวดคิ้วมุ่นให้กับความคิดประหลาดที่แล่นเข้ามาในหัว เขาพยายามสะบัดศีรษะไล่ความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน ภาพรอยยิ้มเมื่อครู่ก็ยังคงวนเวียนเด่นชัดอยู่ในห้วงความคิด "เดี๋ยวก่อน..." น้ำเสียงที่หลุดออกจากปากของคินน์มีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อย ซึ่งเจ้าตัวก็เพิ่งสังเกตเห็นและนึกฉุนตัวเองในใจ รินรดายกมือขึ้นปาดหางตาตัวเองลวกๆ ก่อนจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาระแวดระวัง ปากบางเม้มเข้าหากันอีกครั้งเตรียมรับมือกับการหาเรื่องรอบใหม่ "อะไรอีกคะ? จะไล่ออกตอนนี้เลยหรือไง ฉันจะได้เก็บของสะดวกๆ" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินรดาต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจก ปิดตายทางหนี "ใครบอกว่าผมจะไล่คุณออก" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เพียงแต่... เมื่อกี้คุณยิ้มอะไร หืม? ดีใจนักเหรอที่เถียงผมชนะ?" รินรดาชะงัก เผลอถอยหลังหนีจนชิดกระจกมากกว่าเดิมเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "ฉันไม่ได้ยิ้ม! คุณตาฝาดไปแล้วคุณชาย" "ตาฝาดงั้นเหรอ?" คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเจ้าเล่ห์และแพรพราวอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป "ผมมั่นใจว่าสายตาตัวเองไม่ได้แย่ขนาดนั้น... และรอยยิ้มของคุณเมื่อกี้ มันก็..." ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงระหว่างคนทั้งสอง ก่อนที่บานประจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต "ริน... ผมเอากาแฟมาฝาก... อ้าว คินน์... ผมขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย?" ธันวา เพื่อนสนิทหนุ่มอบอุ่นของรินรดา ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแก้วกาแฟในมือ รอยยิ้มเป็นมิตรถูกส่งมาให้ แต่ดวงตาคมปลาบกลับกวาดมองท่าทางที่แนบชิดเกินเหตุระหว่างคินน์กับรินรดาด้วยความระแวงอย่างปิดไม่มิด คินน์ชักมือกลับทันที ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่ความเรียบเฉยเยชาชาอย่างรวดเร็วราวกับสับสวิตช์ ทว่าดวงตาคมกริบที่หันไปมองธันวาคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%