แก้วคริสตัลทรงสูงในมือของคินน์สั่นไหวตามจังหวะบีบกระชับที่แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนข้อนิ้วเรียวยาวขึ้นสีขาวซีด นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ทอดมองความหรูหราของงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จโครงการใหม่ของบริษัทเลยสักนิด หากแต่พิกัดสายตากำลังตรึงแน่นอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง
ตรงนั้น... รินรดาในชุดเดรสสั้นสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวขาวผ่องและสัดส่วนเย้ายวนกำลังยืนหัวเราะอย่างสดใสอยู่กับผู้ชายอีกคน
"มองจนตาไม่กระพริบขนาดนั้น ระวังคอเคล็ดนะครับคุณชายคินน์" เสียงทุ้มติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับที่เพื่อนสนิทอย่างพงศกรตบไหล่เขาแปะ
คินน์ไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนรัก ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างดุดัน รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องโดยอัตโนมัติที่จะก้าวเลี่ยง "ถ้าไอ้บ้านั่นมันยังไม่เอามือสกปรกๆ ของมันออกจากไหล่รินรดาภายในสามวินาทีนี้ งานฉลองนี่คงต้องเปลี่ยนเป็นงานศพแทนนะครับ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยไอสังหารทำเอาพงศกรถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปคว้าแก้วไวน์มากระดกแก้เก้อ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'ธันวา' สถาปนิกหนุ่มหล่อไฟแรงรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเก่าของรินรดา ซึ่งเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศและได้รับเชิญมาร่วมงานในฐานะพาร์ทเนอร์โปรเจกต์พิเศษ
ทางด้านรินรดากำลังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแม้ภายนอกจะยังคงปั้นยิ้มหวานหยดให้ธันวา "พี่ธันวาไม่ต้องชมรินขนาดนั้นก็ได้ค่ะ งานนี้รินก็แค่ทำตามหน้าที่"
"ไม่ได้ชมเกินจริงสักหน่อย รินเก่งขึ้นตั้งเยอะแยะ สมัยเรียนว่าเก่งแล้ว ตอนนี้ยิ่งฉายแวว... ว่าแต่ สัญญาที่คุยกันไว้เรื่องโปรเจกต์หน้า สนใจไปทำร่วมกันที่สิงคโปร์ไหมครับ? พี่มีทีมรออยู่แล้ว รับรองว่ารินจะได้แสดงฝีมือเต็มที่แน่" ธันวาเอ่ยชวนด้วยแววตาพราวระยับ มือหนาถือวิสาสะเอื้อมไปแตะข้อศอกเรียวเบาๆ อย่างสนิทสนมเกินงาม
รินรดาชะงัก กำลังจะอ้าปากปฏิเสธนิ่มๆ ตามมารยาท ทว่า...
*เพล้ง!*
เสียงแก้วคริสตัลกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วกระจายเกลื่อนพร้อมกับของเหลวสีแดงฉานที่นองพื้นจนผู้คนในรัศมีนั้นสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองเป็นตาเดียว รินรดารemวตาตื่นตระหนก หันขวับตามเสียงก่อนลมหายใจจะสะดุดกึกเมื่อร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับธันวาอย่างถือวิสาสะ
คินน์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงพายุโทสะที่กำลังก่อตัว
"ขอโทษทีครับ พอดีมือผมลื่น..." คินน์เอ่ยเสียงเรียบเย็นชา สายตาคมกริบกวาดมองต่ำไปยังมือของธันวาที่ยังค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตวัดขึ้นสบตากับคู่แข่งหัวใจตรงๆ "แล้วก็... พอดีว่ารินรดาเขาเป็นพนักงานในความดูแลของผม ตารางงานของเธอถูกจองเต็มยาวไปอีกสามปีข้างหน้า ไม่มีทางว่างไปทำโปรเจกต์ไกลถึงสิงคโปร์หรอกครับ"
ธันวาชักมือกลับ สีหน้าเปลี่ยนเป็นตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเจอการแสดงออกที่ก้าวร้าวและไรมารยาทต่อหน้าธารกำนัล "คุณคินน์สินะครับ... ผมคุยกับน้องรินอยู่ ไม่ทราบว่าคุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนเธอรึครับ?"
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ผู้คนรอบข้างเริ่มถอยร่นเว้นระยะห่างเพราะไม่อยากโดนลูกหลงจากสงครามประสาทครั้งนี้ รินรดารีบขยับตัวเข้ามาใกล้คินน์ เอื้อมมือไปดึงชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาเบาๆ พร้อมกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโห
"คุณคินน์... เล่นบ้าอะไรเนี่ย! ปล่อยนะ"
คินน์ไม่สนใจเสียงห้ามปรามของหญิงสาว เขาสบตากับธันวานิ่ง นัยน์ตาดุดันราวกับเสือหิวที่กำลังจ้องจะขย้ำเหยื่อ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนธันวาต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าว
"สิทธิ์เหรอครับ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "อยากรู้ไหมล่ะครับว่าผมมีสิทธิ์อะไร... หึ คนที่ยืนอยู่ตรงนี้แล้วไม่รู้ว่าเจ้าของเขายืนหัวโด่ทนโท่ มารยาททางสังคมของคุณมันติดลบ หรือสมองคุณมีปัญหาทางการประมวลผลกันแน่ครับถึงดูไม่ออกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร"
"คุณคินน์!" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกพูดจาเอาแต่ใจแบบสาธารณะ มือเล็กตีเพียะเข้าที่ต้นแขนแกร่งเต็มแรง "พูดบ้าอะไรของคุณ ใครเป็นของคุณไม่ทราบ! พูดจาพล่อยๆ แบบนี้ฉันเสียหายนะ!"
คินน์หันขวับมามองคนตัวเล็กที่กำลังหน้าดำหน้าแดงด้วยความฉุนเฉียว แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว แต่ความดื้อรั้นและอาการหวงก้างยังคงฉายชัดเจน มือหนาคว้าข้อมือเล็กของรินรดาเอาไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ดิ้นหนีหรือปฏิเสธ
"เจ็บนะริน!" เธอร้องประท้วง ตาขวางใส่เขา
"เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนที่ชอบทำตัวน่าตีนะครับ" คินน์กระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันกลับไปปะทะสายตากับธันวาอีกครั้ง "ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เชิญไปคุยกับคนอื่นเถอะครับ แฟนผมเขาเหนื่อย อยากไปพักผ่อนแล้ว"
พูดจบร่างสูงก็ไม่รอคำอนุญาตหรือคำทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น เขากระชากข้อมือนุ่มให้เดินตามแรงดึงกึ่งลากออกจากกลางวงล้อมของผู้คนทันที ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของแขกเหรื่อในงานที่ต่างพากันมองตามคู่รัก (ที่ฝ่ายชายประกาศกร้าวฝ่ายเดียว) ด้วยความตื่นตะลึง
รินรดากลั้นใจก้าวตามขาเรียวยาวของเขาอย่างทุลักทุเล รองเท้าส้นสูงทำให้เธอเกือบสะดุดล้มหลายครั้ง จนต้องเอ่ยปากด่ากราดตลอดทาง
"นี่คุณคินน์! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยฉัน! ฉันบอกให้ปล่อยไง เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันสักที ฉันจะกลับไปคุยกับพี่ธันวาต่อ!"
ชื่อของ 'ธันวา' ทำเอาฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงักกะทันหัน คินน์หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้ร่างบางของรินรดาพุ่งเข้าชนแผงอกกว้างเข้าอย่างจัง จมูกรั้นชนกับกระดุมเสื้อสูทของเขาจนเจ็บแปลบ
"โอ๊ย!" รินรดาอุทาน ยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองป้อยๆ
คินน์ไม่ปล่อยให้เธอมีจังหวะต่อรอง มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นประคองเอวบางของเธอไว้ แล้วดันร่างบางถอยหลังจนแผ่นหลังนุ่มแนบชิดติดกับผนังห้องพักรับรองแขกวีไอพีที่ลับตาคน ซึ่งเขาเพิ่งลากเธอเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ประตูห้องถูกปิดล็อกลงด้วยกลอนอัตโนมัติ เสียง *คลิก* เบาๆ สะท้อนก้องในความเงียบ
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองถูกขังให้อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มแดงระเรื่อ
"คุณ... จะทำอะไร ออกไปห่างๆ เลยนะ" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดันอกแกร่งเอาไว้แต่ก็ไร้ผล
คินน์ก้มหน้าลงมาดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บซ่อนไว้
"อยากไปคุยกับมันมากนักใช่ไหมครับ หืม?"
"มันเรื่องของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มา..."
"ผมไม่มีสิทธิ์?" คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างเย้ยหยันแต่แฝงความเจ็บปวดลึกๆ "เมื่อกี้ผมประกาศชัดเจนขนาดนั้นแล้ว เธอยังกล้าบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์อีกเหรอ... รินรดา เธอใจร้ายเกินไปแล้วนะ"
รินรดาชะงัก ชะתากับแววตาไหววับที่ฉายชัดความเจ็บปวดในดวงตาคู่คมของคนตรงหน้า หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"ฉัน... ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณสักหน่อย อยู่ๆ คุณก็มาประกาศตัวเป็นเจ้าของแล้วใครจะไปตั้งรับทันล่ะคะ" เสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความดื้อรั้นเมื่อครู่เลือนหายไปแทนที่ด้วยความสั่นไหวในอารมณ์
คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแก้มนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่วเบาราวกับจะสลักคำพูดนั้นลงในหัวใจของเธอ
"งั้นก็ฟังเอาไว้ให้ดีนะครับ... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามมองหน้าไอ้เวรนั่น ห้ามไปไหนมาไหนกับมันสองคน และที่สำคัญที่สุด..."
คินน์หยุดพูดชั่วขณะ ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินเธอบัดนี้เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไร้ขีดจำกัด
"...ห้ามปฏิเสธหัวใจตัวเองอีกว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับผม"
รินรดาลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธคำพูดเอาแต่ใจนั้น ทว่าจังหวะที่ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย คินน์กลับไม่รอให้เธอได้เปล่งเสียงใดๆ ออกมาอีก...
...ดวงตาคมกริบกวาดมองเรียวปากอิ่มสีระเรื่อด้วยประกายตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่อด
รินรดาสัมผัสได้ถึงเงาดำที่ทาบทับลงมาและสัมผัสอุ่นร้อนที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงศูนย์...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 7
ปาร์ตี้และการประกาศสิทธิ์
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!