คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 9

เหตุการณ์ในคืนพายุ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงฟ้าคำรามลั่นสนั่นหูผ่าลงมาพร้อมกับกระแสไฟฟ้าภายในบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบที่ดับวูบลงในพริบตา ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่งทันที เหลือเพียงแสงวาบจากสายฟ้าที่ฟาดผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาร่างของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด "กลัวความมืดหรือไงครับคุณรินรดา ถึงได้ถอยหลังจนแทบจะสิงร่างผมอยู่แล้ว" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่ตัวบ้าน คินน์ย่นหัวคิ้วเล็กน้อยแม้ในความมืดเขาจะมองเห็นใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวไม่ชัดเจนนัก แต่เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังกั้นใจทำเป็นเข้มแข็งอยู่แน่ๆ "ใครกลัวกันคะ... เอ๊ย ใครกลัวกันเล่า!" รินรดาเผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามหลุดโลกออกไป เธอรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน พยายามขยับถอยหลังหนีแผงอกกว้างที่ให้ความรู้สึกร้อนผ่าวราวจับเตาไฟ แต่ติดตรงที่สะโพกของเธอดันชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวจนไปไหนต่อไม่ได้แล้ว เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นอีกระลอกจนรินรดาเผลอสะดุ้งสุดตัว มือบางคว้าหมับเข้าที่สาบเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของคนตรงหน้าโดยอัตโนมัติ แรงดึงทำให้ร่างบางเซเข้าไปปะทะกับอกแกร่งเต็มแรง คินน์ส่งเสียง 'อุ프' เบาๆ ในลำคอ ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะสัญชาตญาณทำงานด้วยการยกขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้เพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไป อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลงเฉียบพลัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูก รินรดาแทบไม่กล้าหายใจแรง เมื่อตระหนักว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอกับเขาอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ไหนบอกว่าไม่กลัวไงครับ... แต่ดูมือคุณตอนนี้สกำแน่นเชียว แถมตัวยังสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอีกต่างหาก" คินน์กระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่จงใจแกล้งให้เธออายเล่น "ปล่อยฉันนะคุณคินน์ ฉันไม่ได้กลัวฟ้าผ่าสักหน่อย ฉันแค่... แค่สะดุดต่างหากเล่า" รินรดาเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในความมืด แม้จะมองไม่ค่อยเห็นแววตา แต่เธอก็รู้ว่าเขากกำลังยิ้มเยาะเธออยู่แน่ๆ "สะดุดที่อกผมเนี่ยนะ? เป็นมุมมองการสะดุดที่แปลกดีนะครับ" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่สั่นพร่าและทรงเสน่ห์จนรินรดาต้องเม้มปากแน่น เขายังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวของเธอ ซ้ำร้ายยังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด จนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับเรือนร่างกำยำ ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่านได้เลย ความร้อนจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่ตรงสะโพกผ่านเนื้อผ้าบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาในผิวเนื้อ ทำเอาสติสตางค์ที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด บรรยากาศรอบตัวช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน เสียงสายฝนด้านนอกที่กระหน่ำซัดเหมือนเป็นฉากกั้นโลกทั้งใบให้อยู่แค่เราสองคน ความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างบทสนทนาเริ่มถูกแทนที่ด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังแข่งกับเสียงฟ้าฝน คินน์ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน สายตาคมกริบที่เคยเย็นชาและดุดันยามอยู่ในบริษัท ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความปรารถนาที่ยากจะปิด The hidden fire in his eyes was burning bright even in the dark. "คุณ... มองอะไรเล่า" รินรดาถามเสียงแผ่วเบา ความซنและฝีปากกล้าเมื่อครู่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา "มองคนปากแข็ง... ที่ตอนนี้หน้าแดงจนผมมองเห็นแม้ในความมืด" คินน์ตอบเสียงพร่า เขายื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ "ปากบอกไม่กลัว ไม่แคร์ ไม่สนใจผมสักนิด... แต่ทำไมตอนนี้หัวใจคุณถึงเต้นแรงจนผมได้ยินล่ะครับรินรดา" "ฉันเปล่า..." "อย่าเถียงผมเลยครับ... เพราะหัวใจผมเองก็เต้นดังไม่แพ้กันเลย" คำพูดนั้นสะดุดลมหายใจของรินรดาให้หยุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับความตรงไปตรงมาที่จู่ๆ ก็ถูกโยนใส่หน้า คินน์ไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาหยอดคำหวานใส่ใครพร่ำเพรื่อ ความนิ่งเงียบและรังสีความเย่อหยิ่งคือเกราะประจำตัวของเขา แต่ในเวลานี้... ผู้ชายคนนี้กลับกำลังทำให้เเพรพราวด้วยความคลั่งรักแบบไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวหนาของคินน์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและทะนุถนอมจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด เธอยอมจำนนให้เขาแตะต้องโดยไม่ขัดขืน สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากดวงตาคมคายที่สะท้อนแสงสายฟ้าแวบหนึ่ง ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงทีละน้อย ความเย้ายวนของค่ำคืนนี้และกลิ่นอายความใกล้ชิดหลอมรวมสติของทั้งคู่ให้ละลายหายไป คินน์ชะลอจังหวะลงเล็กน้อยราวกับให้เวลาเธอปฏิเสธ แต่รินรดากลับหลับตาลงช้าๆ เป็นสัญญาณยอมจำนนโดยปริยาย หัวใจของเธอกำลังบอกว่าเธอไม่อยากผลักไสผู้ชายคนนี้ออกไปอีกแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านที่ดังลั่นขึ้นอย่างกะทันหันก็ทำลายมนต์สะกดทั้งหมดลงในพริบตา! ติ๊ดดด! ติ๊ดดด! เสียงนั้นดังซ้ำๆ ท่ามกลางความมืดและเสียงฝน รินรดาสดุ้งสุดตัวและรีบผลักอกคินน์ออกทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่คินน์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ใครกันที่บุกมาในคืนพายุฝนฟ้าคะนองแบบนี้? คินน์ถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปคว้าไฟฉายบนเคาน์เตอร์มาเปิดส่องทางเดินด้วยใบหน้าบึ้งตึง รินรดายืนกอดอกหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นตระหนก จัดเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองให้เข้าที่ในความมืด ขณะที่ฝีเท้าของคินน์ก้าวตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย มือหนาบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมจะอัดใส่แขกยามวิกาลที่ไม่รู้เวลาม่ำเวลา แต่แล้ว... ประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของคนที่ยืนเปียกปอนอยู่หน้าประตูกลับทำให้คินน์ต้องชะงักกึก และทำให้รินรดาที่เดินตามมาข้างหลังถึงกับหน้าถอดสี "ริน! เธออยู่ใช่ไหม... ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่ โทรหาก็ไม่ติดเลยขับรถฝ่าพายุมานี่แหละ!" เสียงของ 'ธันวา' ดังแทรกเสียงฝนเข้ามา พร้อมกับร่างหนาของเพื่อนสนิทรินรดาที่ก้าวล้ำเข้ามาในบ้านโดยไม่รออนุญาต ดวงตาของธันวาหวาดวิเคราะห์กวาดมองไปทั่วความมืด ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของคินน์ที่ยืนขวางประตูอยู่ด้วยสีหน้ามืดมนดั่งพายุฝนด้านนอก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%