คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 10

คำสารภาพที่พูดไม่จบ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
ไอความเย็นเยียบจากสายฝนภายนอกที่สาดซัดเข้ามา ไม่ระคายเคืองผิวเนื้อของชายหนุ่มทั้งสองเท่ากับบรรยากาศมาคุที่แผ่พุ่งออกมาจากนัยน์ตาคมกริบของคินน์ "นายมาทำไมดึกดื่นแบบนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากไรฟันของคินน์ มันไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีต้อนรับแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือเสียงคำรามของสัตว์หวงถิ่นที่พร้อมจะขย้ำใครก็ตามที่กล้าก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของตน ธันวาไม่สนใจรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของทายาทธุรกิจอสังหาฯ เบื้องหน้า ดวงตาคมของเพื่อนสนิทรินรดากวาดมองสำรวจสภาพภายในห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดาซึ่งยืนตัวเปียกปอนอยู่ด้านหลังของคินน์ เนื้อตัวที่สั่นเทาและเสื้อผ้าที่แนบไปกับสัดส่วนทำให้ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวลระคนไม่พอใจ "ฉันควรถถามนายมากกว่าว่าทำไมรินถึงมาอยู่ที่นี่ ในสภาพเปียกปอนแบบนี้... แล้วนายปล่อยให้เธอตากฝนมาได้ยังไง คินน์" ธันวาเอ่ยเสียงแข็ง ฝ้าวเท้าก้าวเข้ามาประชิดโดยไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "เรื่องของฉันกับรินรดา ไม่มีความจำเป็นต้องมารายงานให้เพื่อนสนิทอย่างนายทราบกระมัง" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าขวางทางเดินของธันวาไว้อย่างมิดชิด แผ่นหลังกว้างบังร่างบางของหญิงสาวไว้จนมิดราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของทางพฤติกรรม "ถอยไป ฉันจะไปดูริน" ธันวาเอ่ยเสียงเข้ม พยายามเบี่ยงตัวเพื่อจะเดินไปหารินรดาที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ทว่าคินน์กลับขยับตัวตามอย่างรวดเร็ว ไหล่กว้างบล็อกทางไว้สนิท ดวงตาคมปลาบจ้องมองธันวาด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "เธออยู่ในบ้านของฉัน ดูแลความปลอดภัยของเธออยู่... ฉันจัดการเองได้ นายกลับไปซะ ธันวา" "จัดการ? สภาพรินตอนนี้เนี่ยนะที่นายเรียกว่าจัดการ?" ธันวาโต้กลับเสียงดังขึ้น ดวงตาฉายแววเดือดดาลไม่แพ้กัน "ถ้าฉันไม่โทรหารินแล้วติดต่อไม่ได้ จนต้องขับรถมาตามหาเพราะเป็นห่วง ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ นายมันใจร้ายและเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน คินน์!" คำว่า 'เป็นห่วง' จากปากของธันวากระแทกเข้าโสตประสาทของคินน์อย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนแผลอักเสบในใจ ความหึงหวงที่พลุ่งพล่านผสมปนเปกับความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานทำให้เส้นเลือดที่ขมับของคินน์เต้นตุบ "ห่วงเหรอ..." คินน์ทวนคำ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้าไปประชิดธันวาจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนบรรยากาศแทบจะขาดออกเป็นเสี่ยงๆ "นายมีสิทธิ์อะไรมาห่วงเธอในพื้นที่ของฉัน ธันวา? เธอเป็นเพื่อนสนิทนายก็จริง แต่ตอนนี้... เธอยืนอยู่ตรงนี้ กับฉัน" "หยุดนะ! ทั้งสองคนนั่นแหละ หยุดเถียงกันสักที!" เสียงหวานที่เจือความเหนื่อยอ่อนดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียด รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือบางเอื้อมไปดึงชายเสื้อของคินน์เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แม้ลึกๆ เธอจะตกใจกับท่าทีเกรี้ยวกราดของคนทั้งคู่ แต่สภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากการไข้ขึ้นกำลังทำให้เธอหมดแรงจะยืนอยู่รอมร่อ สัมผัสเบาๆ ที่ชายเสื้อทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนของคินน์ชะงักงันลงชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเขารับรู้ได้ถึงความสั่นเทาจากร่างที่แนบชิดอยู่ไม่ไกล คินน์รีบหันขวับกลับมามองหญิงสาวทันที ดวงหน้าหวานซีดเผือด ริมฝีปากที่เคยอวดดีตอนนี้แห้งผากและไร้สีเลือด ดวงตากลมโตคู่นั้นปรือปรอยแทบจะลืมไม่ขึ้น หยดน้ำจากเส้นผมที่เปียกชื้นไหลลงมาตามกรอบหน้าและลำคอระหง ยิ่งขับเน้นให้เธอดูเปราะบางและน่าทะนุถนอมจนหัวใจคนมองกระตุกวูบ "ริน..." คินน์ลืมความบาดหมางกับธันวาไปสิ้นเชิง มือหนาเอื้อมออกไปโดยอัตโนมัติเพื่อจะแตะหน้าผากมนที่เริ่มร้อนผ่าว แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ นิ้วเรียวเกร็งน้อยๆ ก่อนจะดึงกลับอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก ธันวาที่เห็นเหตุการณ์รีบพุ่งเข้ามาแทรกกลาง เขาดึงรินรดาเข้าหาตัว วงแขนอบอุ่นโอบประคองไหล่บางไว้ทันที "ริน ตัวเธอร้อนมาก... กลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันพาไปหาหมอ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ภาพนั้น... ภาพที่รินรดาซบอยู่กับอกของธันวา ราวกับมีน้ำกรดราดลงกลางใจของคินน์ ความหึงหวงแล่นริ้วขึ้นมาจนเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้าย มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ปล่อยเธอ!" คินน์ตวาดลั่น ยื่นมือไปกระชากแขนของธันวาให้ออกห่างจากหญิงสาว แรงดึงนั้นกึ่งบังคับให้รินรดาต้องเซถลอยกลับมาทางเขาอีกครั้ง "นายทำบ้าอะไรของ kinn!" ธันวาตาดุใส่ด้วยความโมโห พยายามดึงตัวรินรนดากลับมา "เธอไม่สบาย นายยังจะมาทำรุนแรงอีกเหรอวะ!" "ฉันไม่ได้ทำรุนแรง!" คินน์สวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขาจ้องหน้าธันวาเขม็งก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนหายใจหอบรินอยู่ตรงกลาง "เธอก็เห็นว่าฉันพาเธอมาหลบฝน ดูแลเธอ เช็ดตัวให้ ป้อนยาให้... แล้วนายโผล่มาทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมารับเธอกลับเนี่ยนะ นายคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ธันวา!" "แล้วนายเป็นใครล่ะคินน์?" ธันวาแค่นยิ้มเยาะ แววตาท้าทาย "ถ้าไม่ใช่เพราะนายปากแข็ง ปฏิเสธความรู้สึกตัวเอง ปล่อยให้รินต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้หรอก นายมันก็ดีแต่ปาก... ดีแต่ทำร้ายความรู้สึกคนอื่น!" คำพูดจี้ใจดำของธันวาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด คินน์ชะงักค้าง นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนแทบจะระเบิดออกมา เขากวาดสายตามองรินรดาที่ยืนก้มหน้าหลบสายตา ความรู้สึกผิดผสมปนเปกับความรักที่ล้นทะลักจนจุกอก มันจุกจนพูดไม่ออก... ใช่... ที่ธันวาพูดมันถูกทุกอย่าง เขามันไอ้คนปากแข็งที่ไม่ยอมรับความจริงสักที คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงคำรามก้อง เสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของรินรดา และสายตากดดันจากธันวาที่รอคอยการตอบโต้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหารินรดาอีกครั้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาไม่ไว้วางใจของธันวา คินน์ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่แก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นระริกเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมาย คินน์จ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกข้างในใจมันเรียกร้อง โหยหา และอยากจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมาให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว ริมฝีปากหยักขยับน้อยๆ คล้ายจะเอื้อnเอ่ยประโยคที่เก็บงำไว้ในใจมาเนิ่นนาน... "ฉัน... ฉันแค่อยาก..." คินน์เกือบจะยอมรับออกไปแล้ว... เกือบจะพูดคำว่า 'เป็นห่วง' ออกไปให้เธอและทุกคนได้ยินอยู่รอมร่อแล้วเชียว ทว่า... ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอและความกลัวที่จะต้องพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง ก็ทำให้เขากลับลำทันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย! ดวงตาคมวาววับขึ้นมาอีกครั้ง คินน์ชักมือกลับอย่างรวดเร็วดั่งคนทำอะไรผิด เขากัดฟันกรอดแล้วเปลี่ยนคำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากกลายเป็นน้ำเสียงเยชาและกระด้างตามความเคยชิน "ฉัน... แค่อยากให้เธอรีบไสหัวไปกับเพื่อนสนิทของเธอซะ จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระอยู่ในบ้านของฉันอีก!" คำพูดตัดเยื่อใยที่สวนทางกับหัวใจอย่างสิ้นเชิง ทำเอารินรดาถึงกับชะงักงัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ข้างใน ความหวังริบหรี่ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาบังคลองจักษุ แต่เธอก็พยายามกลั้นมันไว้สุดชีวิต ไม่ยอมให้คนใจร้ายคนนี้ได้เห็นน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ของเธอเด็ดขาด "หึ พูดออกมาได้นะคินน์" ธันวาแค่นหัวเราะด้วยความสมเพช ดึงร่างบางของรินรดาเข้าหาตัวแน่นขึ้น "ในเมื่อเจ้าของบ้านเขาไล่ขนาดนี้แล้ว... ริน กลับบ้านเราเถอะ" รินรดาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด เธอพยักหน้าน้อยๆ อย่างอ่อนแรง ไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านอีกต่อไป ธันวาจึงประคองร่างที่สั่นเทาของเธอให้หันหลังเตรียมก้าวเดินออกไปจากที่นี่ หัวใจของคินน์กระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเห็นแผ่นหลังบางนั้นกำลังหันหนี ความรู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญกำลังจะหลุดลอยหายไปจากมือตลอดกาล "เดี๋ยวก่อน!" คินน์ตะโกนลั่น ร่างสูงพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะคว้าแขนเรียวของหญิงสาวเอาไว้ ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนข้อมือของเธอ... *ปัง!* เสียงประตูกระจกบานใหญ่ด้านข้างห้องรับแขกถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวล้ำเข้ามาในบ้านท่ามกลางสายฝนสาดกระเซ็น ดวงตาคมกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยชื่อขึ้นมาทำลายความเงียบทั้งหมด "อ้าว... อยู่กันพร้อมหน้าเลยนี่ สนุกกันใหญ่เลยสินะครับคุณคินน์?" *** *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนเดระของพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)*
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%