คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 11

รอยร้าวเริ่มต้น

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของธันวาก้องสะท้อนอยู่ในคาเฟ่กึ่งออฟฟิศย่านสาทร รอยยิ้มอบอุ่นพิมพ์ใจที่เคยตกหัวใจสาวๆ มานักต่อนัก บัดนี้กำลังส่งให้หญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดูระคนคุ้นเคย ฝ่ามือหนายื่นไปปัดเศษกระดาษชิ้นเล็กที่ติดอยู่ตรงมุมผมของรินรดาอย่างเบามือ เป็นภาพที่ดูสนิทสนมและไว้วางใจกันจนเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน "ริน ช่วงนี้หักโหมเกินไปหรือเปล่า ขอบตาคล้ำหมดแล้วนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด พร้อมกับเลื่อนแก้วโกโการ้อนมาตรงหน้าเธอ "นี่... สั่งเมนูโปรดให้แล้ว ดื่มเสียหน่อย จะได้สมองแล่น" รินรดายิ้มรับบางๆ ดวงตากลมโตฉายแววอ่อนล้าแต่ก็มีความซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนสนิทคนนี้ "ขอบใจนะธัน ถ้าไม่ได้นายช่วยตรวจโปรเจกต์นี้ให้ มีหวังฉันโดนคุณชายจอมเผด็จการคนนั้นหักเงินเดือนจนตายแน่ๆ" "พูดถึงคินน์... ช่วงนี้เขาเป็นยังไงบ้างล่ะ ดูท่าทางจะตามติดเธอแจไม่ใช่หรือไง" ธันวาถามพลานหรี่ตามองปฏิกิริยาของหญิงสาว "ตามติดอะไรเล่า เขาแค่หาเรื่องแกล้งฉันสนุกๆ ตามประสาคนว่างงานก็เท่านั้นแหละ" รินรดาเบะปากน้อยๆ แม้ในใจลึกๆ จะนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาเย่อหยิ่งของใครบางคนขึ้นมาวูบหนึ่งก็ตามที คนอะไร ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่เวลาเธอมีปัญหาทีไร ก็มักจะวนเวียนเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวทุกที ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะยกแก้วโกโก้ขึ้นจิบ ประตูกระจกใสหน้าร้านก็ถูกผลักออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น เสียงกระดิ่งลมสั่นกริ๊งกร๊างลั่นร้านจนผู้คนในร้านต้องหันไปมอง ร่างสูงโปรดของคินน์ก้าวเข้ามาด้วยก้าวย่างมั่นคงและดุดัน ชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับขับเน้นให้เขาดูราวกับพญาคชสารที่กำลังก้าวเข้าสู่สนามล่าเหยื่อ รัศมีเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาเข้มกวาดมองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่โต๊ะริมกระจก—โต๊ะที่รินรดากำลังนั่งอยู่กับธันวา ภาพที่คินน์เห็นในเสี้ยววินาทีนั้น... ช่างบาดตาบาดใจเสียนี่กระไร ฝ่ามือของธันวากำลังแตะอยู่แถวข้างแก้มของรินรดาเพื่อปัดเศษกระดาษ (ซึ่งในมุมมองด้านหลังของคินน์ มันดูเหมือนการสัมผัสด้วยความเสน่หาอย่างยิ่งยวด) รอยยิ้มที่รินรดามอบให้ธันวาเมื่อครู่ ช่างสดใสและอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มแบบที่เธอไม่เคยส่งให้เขา... คนที่เป็นเจ้าของหัวใจ (แต่ปากแข็ง) อย่างเขาเลยสักครั้ง! หัวใจของคินน์กระตุกวูบ ความรู้สึกร้อนรุ่มประหลาดพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความหึงหวงที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม *หอะ... สนุกกันใหญ่เลยสินะ* คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นจนขึ้นสันกราม เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาเป้าหมายด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นกระเบื้องเกิดเสียงดังฟังชัด ทว่าคนทั้งคู่ยังคงมัวแต่พูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรส จนกระทั่งเงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนโต๊ะนั่นแหละ รินรดาถึงได้เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ "คุณ... คินน์?" คินน์ไม่ตอบ เขาปรายตามองธันวาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหันมาจ้องหน้ารินรดานิ่ง น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเยือกเย็นจนน่ากลัว "ว่างมากนักหรือไง ถึงได้มานั่งสวีทปาร์ตี้กลางวันแสกๆ แบบนี้ งานที่กองอยู่บนโต๊ะเธอเคลียร์เสร็จแล้วหรือยัง รินรดา" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกดีๆ ที่มีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อเจอวาจาถางถางของเขา "นี่ฉันจะมานั่งคุยงานกับเพื่อน มันไปหนักส่วนไหนของคุณไม่ทราบคะคุณคินน์" "คุยงาน?" คินน์ทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความประชดประชัน "เมื่อกี้ฉันเห็นมือมันเกือบจะสิงอยู่บนหน้าเธออยู่แล้ว เรียกว่าคุยงานหรือเรียกว่าจีบกันแน่!" "คุณคินน์! พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะ" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ เลือดขึ้นหน้าจนแก้มเนียนแดงก่ำ เธอไม่ชอบให้ใครมาดูถูกความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ระหว่างเธอกับเพื่อนสนิท ธันวานั่งนิ่งแต่แววตาส่อประกายท้าทาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเช่นกันเพื่อบังรินรดาไว้เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่คมกริบ "สวัสดีครับคุณคินน์ ผมธันวา... เพื่อนสนิทของรินครับ ดูท่าทางคุณจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับถึงได้มาโวยวายกลางร้านแบบนี้" สรรพนามว่า 'เพื่อนสนิท' และการกระทำปกป้องของธันวา ยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในใจคินน์เข้าไปใหญ่ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะ เขาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "เพื่อนสนิท? หึ... สมัยนี้เขาเอาเพื่อนสนิทมานั่งใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้เลยรึไง หรือว่าคำว่าเพื่อนมันเป็นแค่ฉากหน้าของคนบางคนกันแน่" "นี่คุณ!" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความน้อยเนื้อต่ำใจและความโกรธผสมปนเปกันจนจุกอก เธอไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมองเธอในแง่ลบและใช้วาจาทำร้ายจิตใจเธอได้ขนาดนี้ "ถ้าคุณจะมาหาเรื่องพาลอย่างไร้สาระแบบนี้ ก็เชิญกลับไปซะเถอะค่ะ พวกฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคนไม่มีเหตุผลอย่างคุณหรอก!" พูดจบ รินรดาก็คว้ากระเป๋าถือของตัวเองบนเก้าอี้ หันไปบอกธันวาด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "ธัน... เรากลับกันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว" ธันวาพยักหน้ารับอย่างนุ่มนวล "อืม ไปสิริน อยู่ตรงนี้ก็มีแต่เสียบรรยากาศ" ภาพที่ทั้งสองคนตกลงจะเดินจากไปโดยไม่สนใจใยดีเขานั้น ทำให้คินน์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง ความหยิ่งทะนงและทิฐิที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาทำได้เพียงยืนกำหมัดแน่นเส้นเลือดปูดโปนอยู่ที่ขมับ ร่างกายขยับไม่ได้ดั่งใจสั่งเพราะความปากแข็งที่สั่งให้เขาทำตัวเย็นชาใส่เธอ แต่ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะเดินผ่านไหล่หนาของเขาไป คินน์ก็ตัดสินใจคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการไม่อยากปล่อยมือ "ปล่อยนะ!" รินรดาหันมาตวัดสายตาแข็งกร้าวใส่ "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" "ฉันมีสิทธิ์หรือไม่มี เธอไม่มีวันรู้หรอกรินรดา..." คินน์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาที่มองเธอนั้นสั่นระริกไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่ มันคือความหึงหวง ความโกรธ และความกลัวที่จะสูญเสียเธอไปให้คนอื่น—ความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และรินรดากำลังจะสะบัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใยนั้นเอง เสียงหวานใสที่ไม่คาดคิดก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังประตูร้าน "พี่ยักษ์คะ! อยู่นี่เอง มินตามหาซะทั่วเลย..." ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในร้านอย่างคุ้นเคย เธอตรงรี่เข้ามาคล้องแขนคินน์ไว้อย่างสนิทสนม ใบหน้าสวยหวานเปื้อนรอยยิ้มสดใสโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศรอบตัวเลยแม้แต่น้อย รินรดาชะงักกึก ดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความโกรธ เลื่อนมองไปยังผู้หญิงที่กำลังเกาะแขนชายหนุ่มตรงหน้า... ผู้หญิงที่ดูเหมาะสมกับคินน์ทุกประการ และเธอก็จำได้แม่นว่าคือใคร หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว ความเข้าใจผิดที่ถูกตอกย้ำด้วยภาพตรงหน้า ทำให้เธอสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมของคินน์อย่างแรงในทันที คินน์เบิกตาโพรงด้วยความตกใจ รีบผลักมือของหญิงสาวอีกคนออกอย่างรวดเร็ว "มิน! เธอมาทำไมที่นี่?" "อ้าว... ก็คุณแม่บอกว่าพี่ยักษ์มาคุยธุระแถวนี้ มินก็เลยแวะมาหาไงคะ แล้วนี่... พาใครมาด้วยเหรอคะ หน้าตาคุ้นๆ นะ..." หญิงสาวผู้มาใหม่หันมามองรินรดาด้วยสายตาสำรวจและรอยยิ้มระรื่น รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันส่งตรงไปให้คินน์ที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต "อ๋อ... ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับคู่หมั้นนะคะคุณคินน์" รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เชิญพวกคุณสวีทกันตามสบายเถอะค่ะ ตัวจริงเสียงจริงเขามาตามถึงที่แล้วนี่... ฉันกับเพื่อนคงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่เป็นก้างขวางคออีกต่อไป!" พูดจบ รินรดาก็หันหลังเดินหนีออกไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้คินน์ได้อ้าปากแก้ตัวแม้แต่คำเดียว "รินรดา! เดี๋ยวก่อน! ฟังฉันก่อน!" คินน์ตะโกนเรียกสุดเสียง ร่างสูงพยายามจะก้าวตามไป แต่ถูกร่างบางของหญิงสาวผู้มาใหม่คว้าแขนรั้งไว้ "พี่ยักษ์คะ จะรีบไปไหน มินเพิ่งมาถึงเองนะ!" คินน์หันกลับมามองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและเยือกเย็นจนน่ากลัว เป็นแววตาที่ทำให้คนที่โดนมองถึงกับผถะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบของคินน์ทอดมองตามแผ่นหลังบางของรินรดาที่หายลับไปจากประตูกระจก พร้อมกับเสียงหัวใจที่ร่วงหล่นวูบ... เมื่อเขารู้ตัวแล้วว่า ความปากหนักและความซุ่มซ่ามในจังหวะชีวิตของตัวเองในครั้งนี้ กำลังจะพังทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพยายามสร้างมากับเธอลงด้วยมือของเขาเอง! -(โปรดติดตามตอนต่อไป)- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนเดระของพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%