“เอกสารชุดนี้... ถ้าหลุดออกไปถึงมือบอร์ดบริหาร ชีวิตการทำงานของเธอก็จบสิ้นลงตรงนี้แหละนะรินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดังสะท้อนก้องขึ้นภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของ ‘กรวิชญ์’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมือทอง—บุคคลที่ใครต่อใครต่างก็มองว่าเป็นพี่ชายที่แสนดีและพึ่งพาได้เสมอมา ทว่าในเวลานี้ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากของเขากลับบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด
รินรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวและท้าทายมาโดยตลอด บัดนี้กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธและ... ความตกใจสุดขีด เอกสารลับทางการเงินของโปรเจกต์ใหญ่ที่เธอกำลังรับผิดชอบอยู่ ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้า พร้อมกับลายเซ็นปลอมแปลงที่ถูกโยงมาใส่ร้ายป้ายสีเธออย่างแนบเนียน
“พี่กร... ทำไมถึงทำแบบนี้คะ... เอ๊ย... ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะครับ” รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเก่า เกือบจะหลุดปากใช้สรรพนามเดิมเสียแล้ว แต่ความโกรธที่พุ่งพล่านทำให้เธอต้องรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างฉับพลัน “คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร! เราทำงานร่วมกันมาตั้งนาน ทำไมคุณต้องหักหลังบริษัท และที่สำคัญที่สุด... ทำไมต้องโยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉันด้วย!”
กรวิชญ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ารังเกียจดังขึ้นเบาๆ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนหลังชนผนังห้องอย่างไร้ทางหนี
“ทำไมงั้นเหรอ? ก็เพราะว่าเธอ... มันเด่นเกินหน้าเกินตาไปยังไงล่ะรินรดา” กรวิชญ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ “คุณคินน์เขาเริ่มจับตามองผลงานของเธอเป็นพิเศษแล้วนี่ ตั้งแต่เธอเข้าไปพัวพันกับเขาในโปรเจกต์คราวก่อน ถ้าปล่อยให้เธอไต่เต้าขึ้นไปมากกว่านี้ ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายที่ฉันควรจะได้... ก็คงหลุดลอยไปนะสิ อีกอย่าง... การมีแพะรับบาปที่ฉลาดเป็นกรดอย่างเธอมันสะดวกจะตายไป ใครๆ ก็พร้อมจะเชื่อว่าเด็กสร้างของท่านประธานอย่างเธอเป็นคนทุจริตจริง”
“คุณมันคนสารเลวที่สุด!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ เธอยกมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าคนทรยศตรงหน้าสักฉาก แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเรียวเล็กถูกคว้าเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด กรวิชญ์บีบข้อมือเธอแน่นขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“อย่าคิดจะเล่นตลกอะไรงี่เง่าตอนนี้เลยรินรดา เพราะต่อให้เธอมีปากไว้เถียงเก่งแค่ไหน หรือมีแบ็คอัพเป็นหนุ่มไฮโซปากจัดอย่างคุณคินน์คอยตามเช็ดตามล้างให้... แต่หลักฐานชิ้นนี้ มันถูกส่งตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ของบอร์ดบริหารเรียบร้อยแล้วล่ะนะ”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจ รินรดาชาวาบไปทั้งร่าง สมองอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออก ภาพรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาอ่อนโยนที่คินน์มอบให้เธอเมื่อคืนนี้ ผุดขึ้นมาในหัวราวกับจะตอกย้ำความอ่อนแอของตัวเอง ความสุขชั่วคราวที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กำลังถูกกระชากกระชั้นให้แตกสลายลงต่อหน้าต่อตาอย่างไม่ทันตั้งตัว... เธอพลาดไปแล้ว พลาดที่ไว้ใจคนผิด พลาดที่ไม่ระวังตัวให้มากกว่านี้
ในขณะเดียวกัน ที่ชั้นบนสุดของตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง ‘คินน์’ กำลังยืนมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานกระจกเป็นจังหวะกระวนกระวายใจอย่างไร้สาเหตุ สัญชาตญาณดิบภายในกายกำลังส่งเสียงร้องเตือนภัยบางอย่างที่น่าหงุดหงิดที่สุด
“คุณคินน์ครับ รายงานความเคลื่อนไหวจากฝ่ายบัญชี... มีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นกับบัญชีลับของโปรเจกต์ที่คุณรินรดารับผิดชอบครับ!” เสียงของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังขึ้นผ่านอินเตอร์คอม พร้อมกับประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างเร่งรีบ
คินน์หันขวับกลับมาทันที แววตาคมกริบฉายประกายความเยียบเย็นที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานในพริบตา
“ว่ายังไงนะ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามลอดไรฟัน “เกิดอะไรขึ้นกับรินรดา!”
“มีคนแอบอ้างชื่อของคุณรินรดาโอนถ่ายเงินจำนวนมหาศาลออกไปยังบัญชีต่างประเทศ และตอนนี้... ทางคณะกรรมการตรวจสอบกำลังเรียกตัวเธอไปสอบสวนด่วนที่สุดครับ!”
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมดุหรี่แคบลงอย่างอันตราย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
กล้ามากนะ... ที่กล้าแตะต้องคนของ ‘คินน์’ คนนี้
ร่างสูงใหญ่ก้าวสาวเท้าด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงไปยังประตูห้องทันทีโดยไม่รอฟังคำรายงานใดๆ เพิ่มเติมอีกแม้แต่ครึ่งคำ โทรศัพท์มือถือในมือถูกยกขึ้นกดโทรหารินรดารัวๆ ทว่าสิ่งที่ดังกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ยาวนานอย่างไร้การตอบรับ
*“รับสายสิรินรดา... ถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผมเดียว ผมจะลากคอมันมาลงนรกด้วยกันทั้งหมดแน่!”* คินน์คิดในใจด้วยความร้อนรนระอุเป็นไฟ
ตัดภาพกลับมาที่ห้องทำงานมืดทึบ กรวิชญ์กำลังหัวเราะร่าด้วยความได้ใจ ปล่อยมือจากข้อมือของรินรดาแล้วถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยประโยคเย้ยหยันออกมา
“หมดเวลาสนุกแล้วล่ะรินรดา เธอเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทนี้... และเตรียมตัวไปนอนในคุกได้เลย!”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด หยดน้ำใสๆเอ่อคลอเบ้าตาแต่เธอไม่มีวันยอมปล่อยให้มันไหลออกมาให้คนชั่วๆ อย่างมันได้เห็นความอ่อนแอเด็ดขาด เธอกำหมัดแน่น เตรียมรับชะตากรรมที่กำลังจะถาโถมเข้ามา
ทว่า... ในวินาทีที่ความมืดมนกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง ประตูห้องทำงานบานหนาก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวจนกรวิชญ์สะดุ้งสุดตัว
ร่างสูงสง่าของคินน์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่ดุดันราวกับพญาคชสาร ท8รากฐานความเกรี้ยวกราดและคลั่งรักพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง
“ใคร...” คินน์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่กระจายไปทั่วบริเวณจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที “ใครมันบังอาจ... แตะต้องคนของฉันวะ!”
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 32
แผนร้ายที่ถูกวางไว้
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!