คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 33

การใส่ร้ายครั้งใหญ่

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
หน้าจอแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนสิบกว่าเครื่องบนโต๊ะประชุมวีไอพีสั่นสะเทือนต่อเนื่องราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดย่อม ข้อมูลตัวเลข โปรเจกต์ และภาพถ่ายชุดใหญ่ถูกอัปโหลดสตรีมสดประหนึ่งไฟลามทุ่ง ข่าวฉาวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวซุบซิบออนไลน์และเพจแฉชื่อดังพุ่งทยอยขึ้นฟีดพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย พาดหัวข่าวตัวหนาสีแดงฉานกรีดแทงสายตาทุกคู่ในห้องให้หันขวับมามองจุดศูนย์กลางของพายุหมุนลูกนี้ “รินรดา” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาปลายนิ้วที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เอกสารสรุปงบประมาณการประมูลที่เธอเหน็ดเหนื่อยตรากตรำทำมาตลอดสามเดือนถูกเปลี่ยนสถานะกลายเป็น “หลักฐานทุจริต” ชั่วข้ามคืน ภาพถ่ายมุมสูงขณะเธอยื่นซองเอกสารให้ธันวาในร้านกาแฟเมื่อสองวันก่อนถูกตัดต่อครึ่งท่อน บิดเบือนข้อเท็จจริงจนกลายเป็นการส่งมอบข้อมูลลับทางการค้าให้คู่แข่งคนสำคัญ เสียงซุบซิบกระมิดกระเมี้ยนดังระงมไปทั่วห้องโถงกว้าง สายตาหลายสิบคู่ที่เคยชื่นชมและยำเกรง บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลง ชิงชัง และสมเพชเวทนา “ไม่คิดเลยนะว่าคนเก่งผลงานดีเด่นอย่างคุณรินรดา จะใช้เต้าไต่แล้วยังไม่พอ ยังขายความลับบริษัทให้คู่แข่งหน้าเลือดอย่างกลุ่มทุนธนวรรณอีก” เสียงเย้ยหยันจากผู้จัดการฝ่ายอาวุโสคนหนึ่งดังขึ้นลอยๆ ท่าบรรายากาศที่เย็นยะเยือก รินรดากวาดตามองรอบห้อง ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิในอกไม่อนุญาตให้หยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียวร่วงหล่นลงมาประจานความอ่อนแอ “ถ้าคุณมีสมองมากพอที่จะใช้คิดวิเคราะห์สักนิด ไม่ใช่สักแต่เสพข่าวขยะจากเพจไร้ตัวตน คุณก็น่าจะรู้ว่าเอกสารชุดนั้นเป็นแค่แผนการตลาดเบื้องต้นที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้” รินรดาตอกกลับเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนพูดถึงกับหน้าชา “ปากดีจริงๆ นะครับคุณรินรดา หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาปฏิเสธอีกเหรอ ทางคณะกรรมการบริหารกำลังพิจารณาไล่คุณออกและดำเนินคดีข้อหาจารกรรมข้อมูลทางธุรกิจด้วยซ้ำ!” “ปล่อยให้พวกเขาพิจารณาไปสิครับ...” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังทำเอาห้องประชุมทั้งห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น อุณหภูมิรอบกายราวกับลดฮวบลงจนติดลบ ร่างสูงโปรสงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง คินน์ปรากฏตัวขึ้นราวกับพญามัจจุราชที่เพิ่งหลุดออกมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบกวาดมองพนักงานทุกคนในห้องด้วยแววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาก้าวผ่านฝูงชนตรงดิ่งมาหยุดยืนเคียงข้างร่างบางที่กำลังยืนหยัดสู้ศึกอยู่เพียงลำพัง “คุณคินน์...” ใครบางคนครางชื่อประธานหนุ่มออกมาด้วยความตกใจ คินน์ไม่ได้ชายตามองคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่คมกวาดมองหน้าจอมือถือที่มีภาพข่าวฉาวโฉ่ก่อนจะแค่นجหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนคนใกล้เคียงต้องผถอยกรูด “เก่งมาก... สร้างข่าวปลอม ปลุกปั่นกระแส สาดโคลนคนของฉันกันสนุกสนานเลยสินะครับ” คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปคว้าแท็บเล็ตจากมือพนักงานคนเดิมมากำไว้แน่นจนหน้าจอแทบปริร้าว “พวกคุณคิดว่าบริษัทนี้มันไร้กฎระเบียบ ถึงปล่อยให้สุนัขตัวไหนเห่าหอนใส่ใครก็ได้ตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ?” “ท่านประธานครับ แต่นี่มันหลักฐาน...” “หลักฐานปลอมๆ ที่เด็กอนุบาลยังดูออกว่าตัดต่อเนี่ยเหรอครับ?” คินน์ปัดแท็บเล็ตเครื่องนั้นทิ้งลงพื้นเสียงดังเพล้ง เศษกระจกแตกกระจายไปคนละทิศละทาง “ตาบอดหรือว่าสมองเสื่อมกันหมด ถึงแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือเรื่องจริง หรือว่าอิจฉาที่ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถเหนือกว่าพวกคุณจนต้องรวมหัวกันเตะเธอออกนอกเกม?” รินรดาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม หัวใจที่กำลังเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัวและโดดเดี่ยวเมื่อครู่ กลับถูกกระแสความอบอุ่นอันดุดันเข้าโอบอุ้มไว้ ปากหนาที่ชอบพ่นคำร้ายกาจใส่เธอนักหนา บัดนี้กลับกำลังยืนหยัดปกป้องเธอจากฝูงหมาป่าที่พร้อมจะรุมทึ้ง “คุณคินน์... ไม่จำเป็นต้องออกตัวแรงขนาดนี้หรอกค่ะ ฉันเคลียร์เองได้” รินรดาเอ่ยกระซิบเบาๆ พยายามดึงแขนเสื้อสูทของเขาเพื่อเตือนสติ “เงียบก่อนครับรินรดา เรื่องของคุณกับผมค่อยเคลียร์กันทีหลัง แต่ตอนนี้... ขอผมจัดการขยะพวกนี้ให้เสร็จก่อน” คินน์หันมาสบตาเธอนิ่ง แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาดุดันและเฉียบคมดังเดิมเมื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับที่ประชุม “ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังข่าวนี้ และใครก็ตามที่ช่วยกันแชร์ ช่วยกันซ้ำเติม ส่งจดหมายลาออกบนโต๊ะผมภายในเที่ยงนี้ซะ!” คินน์ประกาศิตเสียงกร้าว กวาดสายตาคมกริบทั่วห้อง “ส่วนคุณรินรดา... เธอไม่ได้ทำอะไรผิด และผมในฐานะประธานและผู้ถือหุ้นใหญ่ ขอประกาศตรงนี้เลยว่า โปรเจกต์นี้เธอคือหัวหน้าทีมตัวจริง และใครที่กล้าแตะต้องเธออีก ผมจะฟ้องให้หมดตัวจนไม่มีแผ่นดินจะ 10 ล้านก็ไม่พอชดใช้ค่าเสียหาย!” ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกคนหน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา คินน์ไม่รอให้ใครได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกไปจากห้องประชุมนรกนั่นทันที แรงบีบที่กระชับมั่นคงถ่ายทอดความอบอุ่นและปกป้องได้อย่างชัดเจน พวกเขาก้าวเข้ามาในลิฟต์ส่วนตัวที่ปิดกั้นจากโลกภายนอก บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกของคนทั้งคู่ คินน์ดันร่างบางจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ร่างสูงก้าวตามเข้าไปกักขังเธอไว้ด้วยวงแขนแกร่งทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ยังคงมีความรั้นเจืออยู่จางๆ “ทำไมถึงไม่บอกผมฮึ?” คินน์เอ่ยถามเสียงพร่า ทว่าแฝงความดุระคนเป็นห่วง “ปล่อยให้พวกมันรุมทึ้งอยู่ได้ตั้งนาน รินรดา คุณคิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์หรือยังไง ถึงแบกรับเรื่องบ้าๆ นี่ไว้คนเดียว?” “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ วิ่งไปร้องไห้ฟูมฟายฟ้องคุณประธานบริษัทใจร้ายอย่างคุณ ว่ามีคนรังแกฉันงั้นเหรอ?” รินรดาเชิดหน้าเถียงกลับ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกกับระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินไป “ใช่สิครับ!” คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความคลั่งรักแบบไม่คิดปิดบัง “เป็นคนของผม ทำไมจะฟ้องไม่ได้? จำไว้รินรดา... ต่อไปนี้ถ้าใครกล้าทำอะไรคุณอีก ไม่ต้องเถียง ไม่ต้องสู้ให้เหนื่อย แค่โทรหาผม... แล้วผมจะจัดการกวาดล้างมันให้เรียบ!” รินรดานิ่งงคำพูดของเขาทำเอาเธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ กับคำว่า “คนของผม” ที่ถูกตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ใครเป็นคนของคุณกัน...” เธอพึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบคู่นั้น “ก็คุณนี่แหละครับ...” คินน์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ “ดื้อด้าน ปากเก่ง แต่ทำให้ผมคลั่งจนแทบเป็นบ้าอยู่คนเดียวเนี่ยแหละ... เมียผมในอนาคต” “ใครเป็นเม... อื้อ!” คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบลงมาปิดริมฝีปากเธออย่างอุกอาจและเอาแต่ใจ คินน์ไม่ได้รุกล้ำเกินเลย แต่เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหวงแหน ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกระบายกลายเป็นความอ่อนโยนที่ดึงดูดวิญญาณ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายอ่อนยวบลงจนต้องใช้มือเรียวเกาะไหล่กว้างของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ข้อกังขา เสียงเตือนของลิฟต์ก็ดังขึ้น *“ติ๊ง!”* พร้อมกับประตูโลหะที่เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก ธันวายืนถือแฟ้มเอกสารค้างเติ่ง ดวงตาคมคู่กวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวด เมื่อเห็นผู้บริหารหนุ่มสุดโหดกำลังจูบผู้หญิงที่เขาแอบรักคาตา คินน์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่รีบร้อน เขายังคงโอบเอวบางของรินรดาไว้หลวมๆ ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเยเย็นชาและท้าทาย “อ้าว ธันวา...” คินน์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับประกายกร้าวราวกับประกาศความเป็นเจ้าของ “มาหาคนของผม... ถึงถิ่นเลยเหรอครับ?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ — ปราณธาตุเก้าสุริยัน
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%