"คุณคินน์ครับ... เอกสารงบประมาณโครงการพรีเมียมเรสซิเดนซ์ชุดนี้ มีตัวเลขที่ถูกบิดเบือนไปจากต้นฉบับถึงส สิบล้านบาทนะครับ และคนที่เซ็นอนุมัติเบิกจ่ายในขั้นตอนสุดท้าย... คือคุณรินรดาครับ"
เสียงของเลขานุการอาวุโสดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหาร บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้กระดูกให้แหลกสลาย คินน์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สีหน้าของเขาเรียบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงแห่งความโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเยือกเย็น
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับการก้าวเข้ามาของรินรดา เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มตรงหน้า
"เรียกฉันเหรอคะ... เอ๊ย ผมหมายถึง เรียกดิฉันมีอะไรหรือคะ... ครับ" รินรดาเผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามผิดท่ามกลางความตึงเครียด แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อเห็นสายตาพิฆาตที่คินน์ส่งตรงมาให้
"คุณรินรดา อ่านเอกสารพวกนี้เสียสิครับ" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มสีดำสนิทที่วางอยู่ริมโต๊ะ "แล้วช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่า ทำไมลายเซ็นของคุณถึงไปปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับนี้... เอกสารที่กำลังบอกว่าบริษัทของเรากำลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อจากคนใกล้ตัว"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่น เธอเดินเข้าไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดผ่านๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อเห็นตัวเลขและความรับผิดชอบที่ถูกยัดเยียดให้ "นี่มันอะไรกันคะ! ฉัน... ผมไม่เคยเซ็นเอกสารพวกนี้เลยนะ! นี่มันเอกสารปลอมชัดๆ!"
"เอกสารปลอมงั้นเหรอครับ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้ ทว่าลึกๆ ในอกข้างซ้ายกลับปวดหนึบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง "ลายมือ ลายเซ็นต์ และรหัสประจำตัวของคุณ เป็นคนอื่นปลอมแปลงมันขึ้นมาได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือครับ รินรดา... หรือที่คุณทำเป็นตีหน้าซื่อ เพราะคิดว่าผมจะโง่จนดูไม่ออกว่าใครกันแน่ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง"
"คุณคินน์กำลังกล่าวหาว่าฉันเป็นคนโกงบริษัทงั้นเหรอคะ!" รินรดาเสียงสั่นด้วยความโกรธ เธอกำแฟ้มในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ "ที่คุณรู้จักฉันมาตลอด คุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอคะ... ถ้าฉันอยากได้เงิน ฉันคงไม่ดิ้นรนทำงานแทบตายจนขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าแบบนี้หรอกนะ!"
"แล้วไอ้เงินสิบล้านที่ถูกโอนเข้าบัญชีลับล่ะครับ มันคืออะไร?" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้รินรดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "หลักฐานมันคาตาอยู่แล้ว รินรดา! คุณจะแก้ตัวอย่างไรอีก หรือจะอว่าธันวา... เพื่อนสนิทแสนดีของคุณ เป็นคนช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ด้วย ถึงได้มั่นใจนักว่าจะไม่มีใครสาวมาถึงตัวคุณ!"
คำพูดที่พาดพิงถึงธันวาทำให้ฟางเส้นสุดท้ายในความอดทนของรินรดาขาดผึ่ง เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เคยเอ่ยปากบอกว่าจะปกป้องเธอ แต่วันนี้กลับเป็นคนแรกที่ยื่นดาบมาแทงข้างหลังเธอเสียเอง ความผิดหวังถาโถมเข้าใส่จนจุกแน่นที่ลำคอ
"ใช่ค่ะ! ฉันมันก็แค่ผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะเอาอะไรไปสู้คนที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างคุณล่ะคะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นกลั้นหยาดน้ำใสๆ ที่รื้นขึ้นมาขอบตา เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้คนใจร้ายคนนี้เห็นเด็ดขาด "ในเมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อกระดาษไร้ค่าพวกนั้น มากกว่าความจริงใจที่ฉันมีให้... งั้นก็เชิญเชิญฉันออกตามสบายเลยสิคะ! จะไล่ฉันออกตอนนี้เลยก็ได้!"
คินน์ชะงักไปชั่วขณะ คำว่า 'ไล่ออก' ที่หลุดออกมาจากปากเธอมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างความเจ็บแปลบในอกราวกับหัวใจกำลังถูกฉีกกระชาก ทว่าทิฐิและแรงกดดันจากคณะกรรมการบริหารที่บีบให้เขาต้องแสดงความเด็ดขาด ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถอ่อนข้อให้ได้
"ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... ผมก็จัดให้ได้ครับ" คินน์กัดฟันกรอด ข่มความเจ็บปวดไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา "คุณพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของที่นี่ตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป เก็บของแล้วออกไปจากห้องของผมซะ!"
รินรดาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของเธอ "ค่ะ... ขอบคุณสำหรับความไว้ใจที่คุณมอบให้นะคะ คุณชายคินน์"
เธอหันหลังกลับทันทีโดยไม่รอให้เขาได้พูดอะไรต่อ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นห้องทำงานดังเป็นจังหวะก้าวที่มั่น
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะผลักบานประตูห้องออกไปเพื่อเดินพ้นจากชีวิตของผู้ชายปากร้ายคนนี้ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคินน์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เลขานุการอาวุโสเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "คุณคินน์ครับ... สายจากฝ่ายตรวจสอบภายในครับ พวกเขาบอกว่า... เพิ่งจับตัวการที่แท้จริงได้แล้วครับ คนที่แฮกเข้าระบบและปลอมลายเซ็นของคุณรินรดaตัวจริงถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้วครับ!"
คินน์เบิกตากว้าง ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เขารีบหันขวับไปมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องออกไป
"รินรดา! หยุดก่อน!"
ทว่า... ในวินาทีนั้น เสียงประตูก็ปิดสนิทลงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทเนี๊ยบที่ยืนขวางทางรินรดาไว้ที่หน้าห้อง ธันวายื่นมือเข้ามาประคองไหล่บางของรินรดาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้คินน์ที่ยืนตัวแข็งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
"ดูท่าทางคุณจะไล่คนสำคัญผิดคนไปเสียแล้วนะครับ... คุณคินน์" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มกังวานรอยยิ้มร้ายกาจ "เพราะว่าต่อจากนี้ รินรดาเขาไม่ได้เป็นลูกจ้างของคุณอีกต่อไปแล้ว... แต่เธอมาที่นี่ในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นรายใหม่' ที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุดถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทคุณต่างหากล่ะครับ"
—————————————————
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ*
— ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 34
เมื่อความไว้ใจหมดลง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!