"ถ้าคุณยังกล้าแย่งชิ้นสุดท้ายในจานไปอีกคำเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจประกาศสงครามกับประธานบริษัทอย่างเป็นทางการนะครับ, รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววหยอกเย้าอย่างชัดเจนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศรอบตัวในยามเย็นช่างเป็นใจเสียจนน่าประหลาด แสงอาทิตย์สีส้มอมชมพูที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ทว่าความสนใจทั้งหมดของคินน์ในเวลานี้กลับไม่ได้อยู่ที่ทัศนียภาพอันงดงามตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านกำลังจดจ้องอยู่เพียงแค่หญิงสาวตรงข้าม
รินรดาชะงักมือที่กำลังใช้ส้อมจิ้มเนื้อกุ้งแม่น้ำตัวโต เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมแพ้ใคร แม้ในยามที่จนตรอก เธอก็ยังหาทางพลิกเกมได้เสมอ
"ประกาศสงครามอะไรกันล่ะคะ... เอ๊ย! หมายถึง... ผมพูดบ้าอะไรของคุณ" รินรดาเผลอหลุดปากใช้สรรพนามตามความคุ้นเคยเก่าก่อนจะรีบแก้เกี้ยวด้วยการตวัดสายตาค้อนใส่ "ของอร่อยแบบนี้ เขากินตามสิทธิของคนมือไวนะคะคุณคินน์ ใครช้าก็อดสิคะ"
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความเอ็นดูที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชา รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรจุติยิ่งดูมีเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มยอมวางส้อมลง ยอมแพ้ราบคาบให้กับสายตาคมปลาบและรอยยิ้มรั้นๆ นั่นอย่างง่ายดาย
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขาพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงปากเก่งคนนี้...
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทั้งคู่เป็นเหมือนน้ำกับน้ำมันที่ไม่มีทางผสมเข้ากันได้ คินน์คือคุณชายผู้หยิ่งยโส เย็นชา และมองโลกผ่านผลกำไรขาดทุน ส่วนรินรดาคือสาวสู้ชีวิตที่ต้องวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์เพื่อปลดหนี้สินครอบครัว ทั้งคู่พบกันด้วยความบังเอิญที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการปะทะคารมที่ร้อนแรง แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่า ภายใต้เกราะป้องกันตัวอันแข็งกร้าวของทั้งคู่ จะมีช่องว่างเล็กๆ ที่เปิดทางให้หัวใจได้เรียนรู้ความอบอุ่น
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการเป็น "คู่กัด" ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง คินน์ที่เคยปากจัดและเย่อหยิ่ง กลับกลายเป็น "หมาโบ้" คอยตามติดและตามใจรินรดาในทุกเรื่องอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่รินรดาเองก็เริ่มเรียนรู้ที่จะวางกำแพงลง และยอมให้ผู้ชายเย็นชาคนนี้เข้ามามีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ
"ตามใจคุณก็แล้วกันครับ" คินน์ยอมจำนนด้วยสายตา ถาดอาหารตรงหน้าถูกเลื่อนไปให้หญิงสาวอย่างเอาใจ "อยากกินอะไรอีกสั่งได้เลย วันนี้ผมเป็นเจ้ามือ... เลี้ยงฉลองที่คุณผ่านโปรเจกต์ใหญ่มาได้"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่หัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอรู้ดีว่าคินน์ไม่ใช่คนที่จะยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ แต่กับเธอ... เขากลับยอมเสมอ มือเล็กเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพื่อซ่อนอาการใจสั่น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวยโดยไม่รู้ตัว
"ขอบคุณนะคะ... วันนี้คุณใจดีแปลกๆ มีเลศนัยอะไรหรือเปล่าเนี่ย" เธอดักคอด้วยน้ำเสียงติดตลก
"ผมก็ใจดีกับคุณคนเดียวเท่านั้นแหละครับ" คินน์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและแววตาคู่คมที่มองตรงมาทำเอารินรดาแทบสำลักน้ำในแก้ว ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองวิวด้านนอกเพื่อซ่อนความเขินอาย
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนในตอนนี้ช่าง "กำลังดี" เหลือเกิน ไม่มีเรื่องหนี้สิน ไม่มีปัญหาเรื่องงาน หรือแรงกดดันจากสังคมรอบข้าง มีเพียงแค่เสียงหัวเราะเบาๆ กลิ่นหอมของอาหาร และสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ
คินน์มองรินรดาที่กำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ อย่างมีความสุข หัวใจของเขารู้สึกเต็มตื้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เคยมีแต่มุมมืดและความโดดเดี่ยว จะถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มของเด็กสาวสู้ชีวิตคนนี้ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือกลับ เธอมองสบตาเขา ความเงียบที่โรยตัวลงมาไม่ได้น่าอึดอัด ทว่าเต็มไปด้วยความหวานชื่นที่กำลังผลิบาน
"ริน..." คินน์เอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เคยใช้มา "คือว่า..."
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความประหม่าที่หาได้ยากยิ่งกำลังเล่นงานประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล คินน์สูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะเอ่ยประโยคสำคัญที่เก็บไว้ในใจมานานหลายวัน ประโยคที่จะเปลี่ยนสถานะของพวกเขาไปตลอดกาล
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะขยับเปล่งถ้อยคำนั้นออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนหวานลงในพริบตา
"ริน! อยู่นี่เอง ผมตามหาซะทั่วเลย"
ทั้งคินน์และรินรดาหันขวับไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของธันวา เพื่อนสนิทหนุ่มอบอุ่นผู้เป็นทั้งที่พึ่งและตัวกระตุ้นความหึงหวงของคินน์ยืนหอบหายใจเล็กน้อยอยู่ข้างโต๊ะ บนใบหน้าของธันวายังคงรอยยิ้มเป็นมิตรเช่นเคย แต่แววตากลับฉายแววเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด
รินรดาผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ "ธันวา? มีอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าตาตื่นมาแบบนั้น"
ธันวาปรายตามองคินน์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่ทำให้เลือดในกายของหญิงสาวเย็นเฉียบลงทันที
"ริน... กลับบ้านตอนนี้ไม่ได้แล้วนะ แม่เธอ... แม่เธอล้มหมดสติไปที่ร้าน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล และ..." ธันวาเว้นวรรคกลืนก้อนสะอื้นในคอ "เจ้าหนี้กลุ่มนั้น... พวกมันไปรออยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว"
รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าของรินรดามลายหายไปสิ้น โลกทั้งใบคล้ายหมุนคว่ำด้วยความตกใจ มือไม้เย็นเฉียบจนชาไปหมด ขณะที่คินน์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันดั่งพายุร้ายในชั่วพริบตา
ความสุขชั่วคราวที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กำลังถูกกระชากกระชั้นให้แตกสลายลงต่อหน้าต่อตาอย่างไม่ทันตั้งตัว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ จากใจ "ปราณธาตุเก้าสุริยัน"
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 31
วันที่ทุกอย่างกำลังดี
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!