"ถ้าคุณยังดื้อดึงเอาเวลาพักผ่อนไปละลายทิ้งกับโปรเจกต์บ้าๆ นี่อีกสักวินาทีเดียว ผมจะยึดแล็ปท็อปแล้วโยนมันลงจากชั้นยี่สิบสี่ตรงนี้ซะ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนห่วงใยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีส้มสลัวยามค่ำคืน คินน์ยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างถือแก้วกาแฟดำที่เจ้าตัวชงเข้ามาเองอย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องมองร่างบางที่ยังคงงละงุมอยู่หน้ากองเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววอ่อนล้าแต่ก็ยังรั้นระคนท้าทาย เธอปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มลวกๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า
"จะขู่หรือจะปล้นคะ... เอ้ย จะขู่หรือจะปล้นครับ คุณภาคินทร์" เธอเผลอหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นชินก่อนจะรีบแก้ด้วยน้ำเสียงกวนๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเหนื่อยล้า "นี่มันเงินในบัญชีฉัน งานในโปรเจกต์ฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่ง!"
"ผมไม่ได้สั่ง... ผมแค่แจ้งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นถ้าคุณยังไม่ยอมนอน" คินน์ย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายขยับเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องเผลอเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นคาเฟอีนจางๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้ม ทำให้หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติอยู่แล้วเริ่มรวนเรอย่างไร้สาเหตุ "ดื้อตาใสแบบนี้... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คิดว่าผมแค่ขู่เล่น?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายปากร้ายคนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับกลองเพลในอก
ตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายในบริษัทและปัญหาโปรเจกต์ใหญ่ที่เกือบพังไม่เป็นท่าเมื่อสัปดาห์ก่อน คินน์ที่ทุกคนต่างขนานนามว่า "ท่านประธานน้ำแข็ง" กลับสลัดคราบความเย็นชาทิ้งจนหมดสิ้น เขากลายร่างเป็นหมาโบ้จอมตื๊อที่คอยตามประกบเธอทุกฝีก้าว ยอมแม้กระทั่งนั่งทำงานล่วงเวลาเคียงข้างเธอจนตีสองตีสาม ทั้งที่เมื่อก่อนแค่เห็นหน้ากันห้ามนาทียังเป็นเรื่องยาก
"ถอยไปเลยนะ คุณคินน์..." เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี แต่มือเจ้ากรรมกลับไม่ยอมผลักออกในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า "ฉันต้องเคลียร์เอกสารชุดนี้ให้เสร็จก่อนรุ่งสาง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้โดนธันวาบ่นหูชาแน่"
แค่เอ่ยชื่อ "ธันวา" ออกไป บรรยากาศรอบตัวของคินน์ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความหึงหวงแผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"ธันวาอีกแล้วเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะประชดประชัน "หมอนั่นมันมีดีอะไรนักหนา ถึงได้คอยเอาแต่เรียกหาอยู่ได้ ทั้งที่คนยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ คอยดูแล ป้อนข้าวป้อนน้ำ ทำงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน... ไม่เคยอยู่ในสายตาคุณเลยใช่ไหม รินรดา"
ประโยคตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายเย่อหยิ่งอย่างภาคินทร์ ทำให้รินรดาถึงกับชะงัก เธอมองใบหน้าคมคายที่ฉายแววเจ็บลึกและน้อยใจอย่างปิดไม่มิด ความดื้อรั้นในใจพลันสั่นคลอนลงอย่างง่ายดาย
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดมาตลอดว่าคินน์ทำดีกับเธอเพราะความรับผิดชอบ หรือทำไปตามเกมธุรกิจที่ต้องร่วมมือกัน แต่ยิ่งนานวันเข้า การกระทำของเขามันเกินเลยขอบเขตคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" หรือแม้แต่ "คู่กัด" ไปไกลโข สายตาที่เขาใช้มองเธอ ยามที่เธอเผลอหลับคาโต๊ะแล้วเขาเอาเสื้อสูทมาคลุมให้ หรือแม้แต่ตอนที่เธอป่วยแล้วเขาโวยวายสั่งให้คนหาของกินมาส่งถึงคอนโด ทั้งหมดนั้น... มันไม่ใช่การเสแสร้ง
รินรดากะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอกอย่างช้าๆ มือเรียวที่เคยดันอกเขาไว้ค่อยๆ เลื่อนลงมาจับชายเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ
"นี่..." เธอเรียกเสียงแผ่ว เบี่ยงเบนสายตาไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ "คุณ... หึงเหรอ?"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็วราวกับเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินขนม "ใครหึง? ผมเนี่ยนะ? พูดเพ้อเจ้ออะไร รินรดา สมองคุณคงกระทบกระเทือนจากการอดนอนจริงๆ แล้วมั้ง"
"ปากแข็ง..." รินรดาพึมพำเบาๆ แต่รอยยิ้มกลับระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน "ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องทำหน้ายักษ์ทุกครั้งที่ฉันพูดถึงธันวาด้วยล่ะคะ?"
คำพูดและสรรพนามที่หลุดปากออกไปอย่างเป็นกันเอง ทำให้คินน์นิ่งงันไปชั่วขณะ
นี่เป็นครั้งแรก... ตั้งแต่รู้จักกันมา ที่รินรดายอมอ่อนข้อให้เขาอย่างหมดรูป เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงหวานหูและยอมรับความหวังดีของเขาโดยไม่หาเรื่องเถียงกลับสักคำ
ความพยายามตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพที่เขาคอยตามรับตามส่ง ยอมลดอีโก้ลงเพื่อขอโทษ ยอมแม้กระทั่งนั่งเงียบๆ เป็นเพื่อนเธอกลางดึก บัดนี้มันออกดอกออกผลเป็นความใส่ใจที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้นแล้ว
คินน์รู้สึกเหมือนหัวใจพองโตจนแทบระเบิด ความเหนื่อยล้าทั้งหมดปลิดปลิวหายไปในพริบตา เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวเล็กที่กำชายเสื้อของเขาไว้ ปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้หลังมือเนียนแผ่วเบาอย่างทะนุถนอม ความดุดันเมื่อครู่วันวานถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนที่แทบไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"ผมไม่ได้หึง..." คินน์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอ "แต่ผมแค่หวง... หวงจนแทบคลั่ง เวลาที่คุณเอาเวลาไปสนใจไอ้หมอนั่นมากกว่าผม"
รินรดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างประหม่า ยามที่ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ไดอะล็อกและการหยอกล้อเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่มีความหมายนับล้านคำ
มือหนาของคินน์เคลื่อนขึ้นมาประคองข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มราวกับจะยืนยันว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ไม่ใช่ความฝัน รินรดาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความอบอุ่นและคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดเข้ามาในหัวใจ เธอเริ่มมองเห็นแล้ว... ความพยายามทั้งหมดของผู้ชายปากแข็งคนนี้
และเธอก็รู้ตัวดีว่า... กำแพงในใจที่เคยสร้างไว้ มันพังทลายลงไม่เป็นท่าแล้วเช่นกัน
ทันใดนั้นเอง...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้ง ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"ริน! เอกสารสรุปยอดบัญชี... เฮ้ย! พวกนายกำลังทำอะไรกันวะเนี่ย!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจของธันวาที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ทำให้ทั้งคินน์และรินรดาผละออกจากกันแทบไม่ทัน คินน์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดลุกเป็นไฟ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนธันวาถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ
ส่วนรินรดาก็หน้าแดงซ่าน รีบก้มลงหยิบปากกาขึ้นมาแสร้งทำเป็นตรวจเอกสารแก้เขิน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ธันวาจะได้พูดอะไรต่อ คินน์ก็หันกลับมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น ดึงเธอลุกขึ้นยืนประชิดตัวต่อหน้าเพื่อนสนิทของเธอหน้าตาเฉย
"หมดเวลาทำงานของเธอแล้ว รินรดา" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงประกาศกรวดร้าวและเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่สนใจสายตาอ้าปากค้างของธันวา "ส่วนนาย... ถ้าไม่อยากตกงานพรุ่งนี้เช้า กรุณาไสหัวออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความคลั่งรักของคินน์และรินรดามา ณ ที่นี้นะครับ
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 30
คนดื้อใจอ่อน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!