กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเจ็ดสิบ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศคุกกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"คุณเรียกผมมาเซ็นเอกสารบ้าอะไรดึกดื่นแบบนี้ ประธานคินน์?"
รินรดากระแทกแฟ้มหนังสีดำลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ท่อนแขนเรียวเล็กกอดอกแน่นเพื่อสร้างเกราะกำบังให้กับหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามด้วยความหงุดหงิดผสมความเหนื่อยล้าจากการทำงานล่วงเวลาที่ถูกยื้อยุดโดยไร้เหตุผล
คินน์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเอกสารในแฟ้มนั้นเลยสักนิด นัยน์ตาคมกริบสีสนิมเหล็กใต้กรอบคิ้วเข้มกลับจดจ้องอยู่เพียงใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นเขี้ยว เขายืดตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันอยู่หลายวินาทีก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างประสานกันบนโต๊ะ ท่าทีคุกคามราวกับเสือดาวกำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"เอกสารอนุมัติโครงการ... หรือเอกสารแสดงความเป็นเจ้า1ของ ที่เธอพยายามทำเป็นมองไม่เห็นมาตลอดสัปดาห์กันแน่ล่ะ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทำเอาคนฟังถึงกับสะดุดลมหายใจ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความดื้อรั้นในแววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มเยาะ
"ถ้าหมายถึงสัญญาว่าจ้างทาสรับใช้ส่วนตัวนอกเวลางานล่ะก็... ฉันฉีกมันทิ้งลงถังขยะไปตั้งแต่เดินออกจากห้องนี้เมื่อวานแล้วค่ะ... อ้อ ขอโทษที พอดีฉันติดปากไปหน่อย... 'แล้วครับ' ประธานคินน์ผู้สูงส่งคงไม่ถือสาคนเบี้ยล่างอย่างฉันหรอกมั้งคะ... อ๊ะ! ครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทรงเสน่ห์แต่น่าขนลุกพิลึก เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่ทีละก้าว... ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือกระจกด้านหลังอย่างจัง
หมอดูคนไหนก็ทำนายไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหน
"ถังขยะงั้นเหรอ?" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน ร่างสูงกักตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกับชั้นหนังสือ ปลายจมูกโด่งคมเฉียบอยู่ห่างจากแก้มใสเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ เป่ารดอยู่ข้างขมับ "เสียใจด้วยนะรินรดา... ฉันไม่เคยเก็บของเหลือใช้ไว้ในถังขยะหรอก โดยเฉพาะ 'ของรัก' ที่ฉันเป็นคนเลือกเองกับมือ"
รินรดาหัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะระยะห่างที่อันตรายเกินไปจนเกือบจะหลอมละลายความแข็งกร้าวของเธอให้สลายหายไปในอากาศ
"ถอยไปนะ คินน์! คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาบ้าๆ แบบนี้กับฉัน เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกจ้าง!"
"เจ้านายกับลูกจ้างงั้นเหรอ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นพร่าต่ำอย่างอันตราย นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรอแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบาราวกับขนนกแต่มันกลับทำให้รขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "ถ้าสถานะมันน่าเบื่อขนาดนั้น... งั้นเรามาเปลี่ยนมันดีไหมล่ะ"
"เปลี่ยนเป็นอะไรไม่ทราบ?"
"เป็นคนที่เธอต้องคอยรายงานหัวใจทุกๆ สามเวลาหลังอาหาร... ดีไหม?"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไดอะล็อกเสี่ยวๆ แบบนี้มันไม่ใช่สไตล์ของผู้ชายเย็นชาไร้หัวใจที่เธอรู้จักเลยสักนิด นี่เขากินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า ถึงได้กลายร่างเป็นหมาโบ้คลั่งรักที่ขยันหยอดคำหวานเลี่ยนหูได้หน้าตาเฉยแบบนี้
"คุณมันบ้าไปแล้ว..." รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีสายตาพราวระยับคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมก็ดันทรยศเต้นแรงจนกลัวว่าคนตรงจะได้ยิน "เลิกเล่นเกมประสาทนี่สักที ธันวารอฉันอยู่ข้างล่าง เดี๋ยวเขาก็ขึ้นมาตามหรอก!"
ทันทีที่ชื่อของ 'ธันวา' หลุดออกจากริมฝีปาก อุณหภูมิรอบตัวที่ร้อนระอุอยู่แล้วก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันตาเห็น นัยน์ตาคมกริบของคินน์หรี่แคบลง รังสีความหึงหวงพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
"ธันวา... ไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อคนนั้นสินะ ที่ทำให้เธอกล้าแข็งข้อกับฉันนัก" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาที่เคยลูบไล้ข้างแก้มเปลี่ยนมาบีบคางมนให้เงยขึ้นรับสายตาดุดัน "มันมีดีอะไร หืม? ถึงได้คอยตามรับตามส่ง ป้อนคำหวานคอยเอาใจจนเธอตายใจ คิดว่าฉันไม่รู้ทันแผนการของมันรึไง"
"ปล่อยนะ! คินน์ ฉันเจ็บ!" รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พยายามใช้มือทั้งสองข้างแกะมือปลาหมึกออกแต่ก็ไม่เป็นผล แรงผู้ชายกับผู้หญิงมันต่างกันราวฟ้ากับเหว "ธันวาเขาเป็นเพื่อนฉัน เป็นคนที่ดีและอบอุ่น ไม่เหมือนคุณหวัน... เอ้ย! ไม่เหมือนคุณที่เป็นพวกเผด็จการ ปากเสีย ชอบใช้อำนาจบาทใหญ่!"
"ปากดีนักนะ..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก สายตาดุจดั่งนักล่ามองสำรวจกลีบปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกอยากจะลงโทษให้เข็ดหลาบ "งั้นลองพูดประโยคเมื่อกี้ให้ฉันฟังใหม่อีกทีซิ ถ้ารู้สึกว่าคำว่า 'เพื่อน' ของมันมีอิทธิพลกับเธอมากพอ..."
ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงเรื่อยๆ ช่องว่างระหว่างกันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือ รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านมุมปากอุ่นร้อนไปเพียงนิดเดียว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตาย ทำลายมนต์สะกดสีชมพูปนระทึกขวัญในห้องทำงานให้แตกกระจายลงในพริบตา
"ริน! อยู่ข้างในหรือเปล่า ประตูไม่ได้ล็อกนะ ผมเข้าไปล่ะนะ"
เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูของธันวาตะโกนดังมาจากหน้าห้อง พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะเปิดออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
คินน์ชะงักกึก ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่เหยื่อในกำมือเกือบจะหลุดรอดไปได้ แต่แทนที่จะถอยห่าง ประธานหนุ่มกลับยิ้มร้ายออกมา รอยยิ้มของคนที่กุมความได้เปรียบเอาไว้ทั้งหมด
รินรดายังไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาก็คว้าหมับที่ท้ายทอยของเธอแล้วดึงเข้ามาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนโยน มีแต่ความดุดัน แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และการประกาศสงครามประสาทที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาดับวูบลงตรงนั้น
ปัง! เสียงประตูห้องทำงานเปิดผางพร้อมกับร่างของธันวาที่ก้าวเข้ามาหยุดชะงักกึกอยู่ตรงธรณีประตู ภาพตรงหน้าทำเอาเพื่อนสนิทถึงกับเลือดขึ้นหน้า กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่นเทา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมฟินและจิกหมอนไปกับเกมรุกอันเร่าร้อนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 14
เกมไล่ล่า
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!