กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของดอกไม้ป่าลอยวนอยู่ปลายจมูก ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้ประสาทสัมผัสของผมสงบลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ภาพของรินรดากำลังยิ้มแย้มและหัวเราะให้กับไอ้ธันวา ผู้ชายที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร กำลังสร้างรอยร้าวเล็ก ๆ บนความเยือกเย็นที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาคุ้มกันตัวเอง
"งั้นสรุปตามนี้นะริน เดี๋ยวเลิกงานวันนี้ ผมมารับไปทานข้าวญี่ปุ่นร้านเดิมที่คุณชอบ"
เสียงทุ้มนุ่มนวลของธันวาเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปหมายจะแตะลงบนกลุ่มผมนุ่มของหญิงสาวตามประสาเพื่อนสนิทที่สนิทกันเกินเส้นแบ่ง ทว่า... มือคู่นั้นยังไม่ทันได้สัมผัสเป้าหมาย ปลายนิ้วเรียวยาวอีกคู่ก็คว้าข้อมือของธันวาไว้กลางอากาศเสียก่อน
พรึบ!
แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่มันเด็ดขาดและหนักแน่นพอที่จะทำให้ธันวาต้องชะงัก แล้วหันมาเลิกคิ้วมองเจ้าของมือที่เข้ามาแทรกกลาง
ผมเองครับ... คินน์ คนที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่เมื่อครู่ แต่ทนเห็นภาพบาดตาบาดใจพวกนี้ต่อไม่ไหวจนต้องยื่นมือเข้ามาขัดจังหวะ
"ขอโทษทีนะธันวา พอดีวันนี้รินรดา 'ไม่ว่าง'" ผมเน้นย้ำคำหลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายความหงุดหงิดที่แม้แต่ตัวผมเองก็เกือบจะควบคุมมันไว้ไม่ไหว
"อ้าw? คินน์... คุณพูดแทนฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" รินรดาหันขวับมามองผมทันที ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง เธอสะบัดไหล่ออกจากการยืนชิดเมื่อครู่ แล้วจ้องหน้าผมด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ชวนให้หมั่นเขี้ยว "แล้วอีกอย่าง งานของฉัน ฉันเป็นคนจัดการเอง ทำไมฉันจะไปกินข้าวกับเพื่อนไม่ได้ล่ะคะ?"
คำว่า 'เพื่อน' ถูกเธอกดเสียงหนักเป็นพิเศษเพื่อตอกย้ำสถานะบางอย่าง และนั่นแหละครับ... จุดเดือดในอกของผมที่พยายามกดทับมันไว้ พลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะทะลักออกทางหู
ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอโดยอัตโนมัติ ร่างบางผถอยหลังไปนิดหนึ่งเมื่อเจอกอรังสรรค์ความกดดันจากส่วนสูงและแววตาที่จ้องมองเธอแบบไม่ยอมกะพริบ ผมก้มหน้าลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ที่ได้ยินกันแค่เราสองคน
"อย่ามาดื้อกับผมนะรินรดา คุณก็รู้ว่าผมเกลียดอะไร"
"แล้วทำไมฉันต้องฟังคุณด้วยล่ะคะ คุณคินน์... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" เธอยอกย้อนกลับมาทันควัน ปากอิ่ม ๆ เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ดวงตาคู่สวยท้าทายผมอย่างเปิดเผย ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวอำนาจมืดของท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นคนนี้เลยสักนิด
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อทดสอบความดันโลหิตของผมโดยเฉพาะสินะ
ในขณะที่สงครามประสาทระหว่างผมกับยายตัวแสบกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ธันวาก็หัวเราะในลำคอเบา ๆ ออกมาเชิงขบขัน เขาสลับมองหน้าผมกับรินรดาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นตามสไตล์คนใจดี
"ดูเหมือนคุณคินน์จะมีธุระด่วนกับรินจริง ๆ ด้วย งั้นเอาไว้โอกาสหน้านะริน เดี๋ยวผมไลน์หา" ธันวาไหวตัวทันและถอยออกไปอย่างรู้จังหวะ ปล่อยให้ผมยืนจ้องตากับแม่ตัวดีที่ตอนนี้หน้าบึ้งตึงลงทันทีเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินจากไป
"คุณไล่ธันวาทำไม!" รินรดาหันมาเอาเรื่องทันทีที่ปลอดคน เธอเท้าสะเอวแล้วส่งค้อนวงใหญ่มาให้ผม "เรากำลังคุยกันสนุก ๆ อยู่แท้ ๆ คุณนี่มัน... ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!"
ผมแค่น้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ ยืนมองคนตัวเล็กที่กำลังพองขนใส่ผมเหมือนแมวเปอร์เซียเวลาโดนขัดใจ แทนที่จะโกรธ... ทำไมในใจผมมันถึงได้รู้สึกทั้งหมั่นไส้ ทั้ง... อยากจะดึงเข้ามาฟัดให้หายดื้อนักก็ไม่รู้
"ผมไม่มีมารยาทเหรอ?" ผมทวนคำพลางก้าวเท้าเข้าหาเธอทีละก้าว จนหลังบาง ๆ ของเธอชนเข้ากับผนังห้องทำงานกระจกใส ไร้ทางหนี "แล้วที่ยืนอ่อย... อ้อ ยืนยิ้มระรื่นให้ผู้ชายอื่นต่อหน้าคู่หมั้น... เรียกว่ามีมารยาทมากนักหรือไงครับ?"
"ใครคู่หมั้นคุณ! อย่ามามั่วซ้ำสองนะคินน์ ฉันยังไม่ได้ตกลงสักคำ!"
"แต่คุณแม่ตกลงแล้ว และในทะเบียนบ้าน... เอ่อ ในสถานะทางพฤติกรรม คุณก็คือผู้หญิงของผม" ผมพูดเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จนผมได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากซอกคอระหงของเธอ มันรัญจวนใจเสียจนสมาธิที่เคยมีกระเจิงหายไปหมด
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาจริงจังที่ผมส่งไปให้ แต่เธอก็ยังคงรั้น ปากบางเม้มแน่นก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้
"มั่นหน้าเกินไปแล้วนะ... อื้อ!"
ผมไม่ได้ปล่อยให้เธอได้ต่อปากต่อคำอีกต่อไป ในเมื่อใช้เหตุผลแล้วยายคนดื้อนี่ไม่ยอมฟัง วิธีเดียวที่จะหยุดความดื้อรั้นนี้ได้... ก็คือการใช้ความเอาแต่ใจของผมเองเข้าจัดการ
ริมฝีปากหยักประกบปิดกลีบปากนุ่มที่กำลังอ้าเถียงทันที ความนุ่มและรสชาติหวานละมุนที่ผมโหยหามาตลอดทั้งวันทำให้สติที่มีอยู่ขาดผึ่ง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็ก ๆ ระดมทุบลงที่อกผมรัว ๆ เป็นพัลวัน แต่มีหรือที่แรงแค่นี้จะระคายเคืองคนตัวโตอย่างผม
ผมรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ประคองท้ายทอยเธอไว้เพื่อบังคับให้รับสัมผัสจากผมได้อย่างเต็มที่ จูบที่เริ่มต้นด้วยความเอาแต่ใจค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและโหยหา ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวผมให้ตื่นขึ้นทีละน้อย...
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมจมดิ่งอยู่กับความหวานนั้น จนกระทั่งสัมผัสได้ว่าร่างบางในอ้อมแขนเริ่มอ่อนระทวยและหายใจไม่ทัน ผมถึงค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย
รินรดายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมขึ้นลง ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองผมด้วยความเคืองแค้นผสมความเขินอายจนพูดไม่ออก เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ แล้วถอยหลังกรูดทันทีที่ผมยอมปล่อยข้อมือเธอเป็นอิสระ
"คน... คนบ้า!" เธอพ่นคำด่าออกมาได้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังเตรียมวิ่งหนีออกจากห้อง
หมับ!
ผมคว้าข้อศอกเธอไว้ได้ทัน ดึงร่างบางให้กลับมาปะทะเข้ากับแผงอกของผมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว กลิ่นวานิลลาลอยวนเข้าจมูกอีกครั้งจนผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงกระซิบชิดใบหูแดงก่ำของเธอ
"จะไปไหนล่ะครับ... เรายังเคลียร์เรื่องที่คุณจะไปกินข้าวกับมันไม่จบเลยนะ"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างจนมุม ทว่าในวินาทีที่ผมกำลังจะได้ใจและเตรียมจะสั่งสอนความดื้อของเธอต่ออีกยก เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณคินน์ครับ เอกสารด่วนจาก... อุ๊ย! ผมขอโทษครับท่านประธาน ผมไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะ!"
เสียงเลขาหนุ่มหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับที่ประตูห้องทำงานเปิดผางเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตาใต้กรอบแว่นเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพเจ้านายหนุ่มกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับลูกสาวคนสวยของผู้ถือหุ้นใหญ่ในระยะประชิดติดริมฝีปาก
ผมขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้หันไปเอ็ดเลขาตัวดี สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครอีกคนที่เดินตามเลขาเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู
รอยยิ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้น... คนที่ผมไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในเวลานี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูและลุ้นไปกับความคลั่งรักแบบมึนซึนของท่านประธานคนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 13
หวงจนเสียอาการ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!