“ขยับออกไปหน่อยธันวา... นายเบียดฉันเกินไปแล้ว”
รินรดากระซิบเสียงเบาหวิว พยายามขยับตัวออกจากวงแขนของชายหนุ่มที่ถือวิสาสะโอบไหล่เธอไว้ สายตาของเธอไม่ได้มองคนข้างๆ แต่กลับจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของ ‘คินน์’ ที่ยืนนิ่งสนิทอยู่กลางห้องทำงานขนาดใหญ่บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง กลิ่นอายคุกรุ่นของความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้นทำเอาบรรยากาศรอบตัวสั่นไหว
“ผมแค่ไม่อยากให้รินต้องยืนใกล้คนประเภทนี้มากนัก” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าจงใจเน้นคำว่า ‘ประเภทนี้’ ให้กระแทกใจคนฟัง
คินน์หมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูสงบนิ่งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ขมับ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองธันวาเลยแม้แต่น้อย มันพุ่งตรงไปที่รินรดาเพียงคนเดียว ราวกับจะเค้นให้เธอพูดคำบางคำออกมา
“พูดจบหรือยังครับธันวา?” คินน์เลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มเย้ยหยัน “อ้อ... แล้วก็ปล่อยมือออกจากตัวผู้หญิงของฉันด้วย ก่อนที่ฉันจะทำให้มือที่โอบอยู่นั่นขยับไม่ได้อีกตลอดชีวิต”
รินรดาใจกระตุกวูบ เธอสะบัดตัวออกจากธันวาทันที ใบหน้าสวยเชิดขึ้นสู้สายตาแม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่า
“คุณคินน์คะ อย่ามาใช้อำนาจบาตรใหญ่ที่นี่ เราแค่มาคุยเรื่องงาน และถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดเรื่องงานแล้ว เราสองคนคงต้องขอตัว” รินรดาเอ่ยพลางหมุนตัวจะเดินออกไป แต่ทว่า...
พรึ่บ!
ร่างสูงใหญ่ของคินน์ก้าวปราดเข้ามาขวางหน้าไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เธอคุ้นเคยปะทะเข้ากับจมูกจนใจสั่น เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอ แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงเล็บ
“งานงั้นเหรอ?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยอารมณ์บางอย่างที่เขาเองก็เริ่มควบคุมไม่อยู่ “ริน... เธอคิดจริงๆ เหรอว่าฉันโง่จนดูไม่ออกว่าไอ้หมอนี่มันพาเธอมาเพื่ออะไร?”
“มันก็เรื่องของฉัน!” เธอสวนกลับทันควัน
“ใช่ มันเป็นเรื่องของเธอ... แต่มันก็เป็นเรื่องของฉันด้วย!” คินน์ตะคอกกลับ เสียงของเขาสั่นสะท้าน เขามองดูรินรดาที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ แล้วความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาในอก ความอหังการที่เคยมีกลับมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อจินตนาการถึงวันที่ไม่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตา
เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเสียหลัก แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
“เธอรู้ไหมริน... ตั้งแต่เธอเดินออกไปจากห้องนี้เมื่อวาน” เขาเว้นจังหวะ เสียงพูดลดระดับลงจนแทบกลายเป็นคำสารภาพ “ฉันไม่ได้นอนเลยสักนาที กาแฟสักแก้วที่เลขาเอามาให้ก็กลายเป็นขยะในสายตาฉัน ทุกอย่างในห้องนี้... ทุกมุมที่เธอเคยยืน... มันดูว่างเปล่าจนฉันเกือบเป็นบ้า”
รินรดาชะงักไป คำพูดของเขาไม่ได้มีความอ่อนหวาน แต่เนื้อหาข้างในมันกรีดลึกลงไปในใจจนเธอขยับตัวไม่ออก
“คุณพูดอะไรของคุณ... คุณแค่ชินที่มีคนคอยรับใช้คอยทำตามคำสั่ง ไม่ใช่เพราะขาดฉันจริงๆ หรอก” เธอพยายามปฏิเสธความจริงที่สั่นคลอนความรู้สึกตัวเอง
“ชินเหรอ?” คินน์สาวเท้าเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเกือบชนกัน เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงหน้า “ถ้าเป็นแค่ความชิน... ป่านนี้ฉันคงหาคนใหม่มาแทนไปตั้งนานแล้ว ไม่มานั่งทนดูเธอไปยิ้มให้ไอ้หมอนั่นเหมือนคนกำลังจะขาดใจตายแบบนี้หรอก”
ธันวาที่ยืนอยู่ห่างออกไปกำหมัดแน่น เขาเห็นช่องว่างระหว่างคนทั้งสองที่ไม่มีใครแทรกกลางได้ แม้แต่เขาที่พยายามทำดีด้วยมาตลอด ยังไม่เคยได้รับสายตาที่เจ็บปวดและเว้าวอนขนาดนี้จากรินรดาเลย
“คินน์... ปล่อยรินได้แล้ว” ธันวาเอ่ยเสียงแข็ง พยายามจะเข้าไปดึงตัวรินรดาออกมา
แต่คินน์กลับคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น ไม่ใช่การกระชาก แต่เป็นการกอบกุมด้วยความกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปจริงๆ มือของเขาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับสั่นเทาอย่างประหลาด
“ริน... บอกมันไปสิ ว่าคืนนั้นที่เธอร้องไห้กอดฉัน... เธอเรียกชื่อใคร” คินน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “บอกให้มันรู้ ว่าเธอไม่มีวันไปจากฉันได้ เพราะเธอเองก็ขาดฉันไม่ได้เหมือนกัน!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม รินรดาเม้มปากแน่น ความลับที่เธอเก็บไว้ในใจบัดนี้ถูกเปิดเผยออกมาด้วยความหึงหวงที่บ้าคลั่งของคินน์
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาของเธอดื้อรั้น แต่หยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมากลับฟ้องความรู้สึกทุกอย่าง คินน์มองเห็นภาพนั้นแล้วลมหายใจเขาก็แทบหยุดชะงัก เขารู้แล้ว... เขารู้แล้วว่าเขาไม่ได้อยู่ได้โดยไม่มีเธอ แต่มันคือการที่เขา 'ตาย' ลงช้าๆ ทุกวินาทีที่ไม่ได้สัมผัสตัวเธอ
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังสอดประสานกันด้วยความเจ็บปวด เสียงประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงของหญิงสาวที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามา
“พี่คินน์คะ! แอนมาหาแล้วค่ะ เห็นว่ากำลังเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหม่... อุ๊ย!”
แอนนา นางแบบสาวคู่หมั้นทางธุรกิจของคินน์ยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู สายตาของเธอจ้องเขม็งมาที่มือของคินน์ที่ยังคงกอบกุมข้อมือของรินรดาไว้อย่างแนบแน่น
บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดกลับทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกระดับเมื่อความจริงที่คินน์ปิดบังไว้เรื่องคู่หมั้นถูกเปิดเผยต่อหน้ารินรดาอย่างกะทันหัน
คินน์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงแรงกระชากจากข้อมือของรินรดาที่พยายามสลัดออกสุดแรง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซับซ้อนของคนทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้นะครับ
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 27
วันที่ขาดเธอไป
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!