เสียงหัวเราะในลำคอของพิมพ์มาดาที่ดังลอดมาจากปลายสาย ไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับรินรดาเท่ากับความจริงที่ว่า... เงามืดจากอดีตกำลังคืบคลานเข้ามาเขย่าความเชื่อใจที่เธอกำลังพยายามสร้างมันขึ้นมาใหม่กับผู้ชายปากร้ายอย่างคินน์
"คืนนั้นที่มิลาน..."
รินรดาทวนคำนั้นซ้ำในใจ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก หน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างวาบแสดงสายที่ยังคงเชื่อมต่ออยู่ แต่เธอกลับเลือกที่จะกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ไม่ใช่เพราะขลาดเขินหรือกลัวความจริง แต่เพราะเธอรู้ดีว่า การฟังคำเสี้ยมจากปากผู้หญิงคนนั้น รังแต่จะทำให้เกมจิตวิทยาไร้สาระนี่บรรลุเป้าหมาย
ทว่า... เมล็ดพันธุ์แห่งความเคลือบแคลงได้ถูกฝังลงไปในดินร่วนซุยแห่งความไม่มั่นคงเสียแล้ว
สามวันหลังจากนั้น บรรยากาศรอบตัวของรินรดาจึงเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด เธอไม่ได้ซักไซ้ ไม่ได้โวยวายตามนิสัยของสาวปากเก่งที่ใครๆ คุ้นเคย แต่ความเงียบของเธอนี่แหละ ที่ทำให้คนอย่างคินน์ถึงกับนั่งไม่ติด
"เป็นอะไร ตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยงวันนั้น คุณก็ทำตัวเหมือนวิญญาณไร้ญาติ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู คินน์วางปากกาในมือลง เงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ท่าทางเหม่อลอยนั้นทำให้คันหัวใจแปลกๆ เหมือนมีหนามแหลมมาสะกิด
รินรดาหันกลับมาสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสนิท ไร้ซึ่งประกายความดื้อรั้นที่เขามักจะคอยหาเรื่องปะทะด้วยทุกวัน
"ฉันไม่ได้เป็นอะไร... แค่คิดอะไรเพลินๆ" เธอยิ้มบาง ยิ้มแบบที่คินน์เกลียดที่สุด เพราะมันฝืนจนเกินงาม
"โกหก" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรasaอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่มือหนากลับคว้าเข้าที่ข้อมือบางไว้มั่น แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่เด็ดขาดและไม่อนุญาตให้ดึงหนี "ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณหัดโกหกผม แล้วทำหน้าตาเหมือนคนอกหักแบบนี้ หืม?"
"แล้วถ้าฉันมีเรื่องให้คิดจริงๆ ล่ะ..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ความอึดอัดที่สะสมมาหลายวันพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ "เรื่องที่ฉันอาจจะ... ไม่รู้จักคุณดีพออย่างที่คิด"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงคมกราบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มเยาะตามสไตล์คนปากหมาที่มักจะใช้กำแพงความเย็นชามากลบเกลื่อนความกังวล
"หึ... นี่ขนาดนอนเตียงเดียวกันมาแล้ว ยังคิดว่าไม่รู้จักผมอีกเหรอ หรือว่าคุณอยากจะสำรวจลึกซึ้งกว่านี้ ถึงได้ทำหน้าเครียดขนาดนี้"
"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะคินน์!" รินรดาตวัดเสียงใส่ เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างเมื่อเจอท่าทีไม่ยี่ห้อของเขา "ฉันซีเรียส... คุณเคยสัญญาอะไรกับฉันไว้บ้าง จำได้ไหม?"
"สัญญาอะไรล่ะ เยอะแยะ... ผมไม่ใช่สมองปลาทอง" เขาตอบหน้าตาย มืออีกข้างเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปร็อกแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ แม้ปากจะกวนประสาท แต่สัมผัสนั้นกลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย "บอกมาสิว่าผมไปทำอะไรให้คุณเก็บเอาไปนอนฝันร้ายอีก"
"เรื่องที่มิลาน..."
ชื่อเมืองนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของรินรดา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา มือที่กำลังเกลี่ยผมของคินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความหยอกเย้า แข็งกร้าวขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจ
คินน์ถอนหายใจยาวพรืด สีหน้าเปลี่ยนเป็นความรำคาญใจระคนเคร่งเครียดทันที "คุณไปฟังอะไรมาอีก... พิมพ์มาดาใช่ไหม?"
"คุณรู้ว่าเธอโทรหาฉัน?" รินรดาตาโตด้วยความตกใจ
"เธอส่งข้อความมาอวดผมด้วยซ้ำ ว่าโทรมาปั่นหัวคุณสำเร็จ" คินน์ตอบเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด "ริน... คุณรู้จักผมดีแค่ไหน ทำไมถึงเอาคำพูดของคนอื่นมามีอิทธิพลเหนือความสัมพันธ์ของเรา?"
"แล้วความจริงมันคืออะไรล่ะ!" รินรดาเผลอตะคอกออกมา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น "ถ้ามันไม่มีอะไรจริงๆ ทำไมคุณถึงต้องทำหน้าเครียดตอนที่ฉันพูดถึงมัน ทำไมคุณถึงไม่ปฏิเสธให้มันเคลียร์ตั้งแต่แรก!"
"เพราะผมไม่อยากแม้แต่จะพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้นไง!" คินน์ขึ้นเสียงบ้าง ความอดทนของเขาขาดผึ่งเมื่อโดนความไม่เชื่อใจเข้าเล่นงาน ผู้ชายอย่างคินน์... เย่อหยิ่งเกินกว่าจะมานั่งแก้ตัวเรื่องไร้สาระ แต่เมื่อมันเป็นเรื่องของรินรดา ความเย่อหยิ่งนั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่ย้อนมาทำร้ายตัวเอง
ห้องทำงานกว้างใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธและเสียใจของคนทั้งคู่
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาที่จวนเจียนจะหยด เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่จะยอมแพ้ให้กับเกมตื้นๆ แบบนี้ แต่เธอก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะไม่มีความรู้สึก
"ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่มั่นคง เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "พิสูจน์ให้ฉันดูสิ"
คินน์เลิกคิ้วสูงเชิงท้าทาย "พิสูจน์? ยังไง... จะให้ผมถอดเสื้อผ้าโชว์ความบริสุทธิ์ใจ หรือจะให้กราบตักคุณดีล่ะคุณรินรดา"
"เลิกกวนประสาทสักทีคินน์!" รินรดาตีเข้าที่แขนแกร่งด้วยความหมั่นไส้ "ฉันพูดจริงๆ... ถ้าคุณไม่ได้มีอะไรเกินเลยกับพิมพ์มาดาอย่างที่เธอกล่าวหา ไปกับฉัน"
"ไปไหน?"
"ไปมิลาน"
คำพูดนั้นทำให้คินน์นิ่งอึ้งไปเลยทีเดียว ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะมีความคิดที่บ้าบิ่นและเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
"คุณล้อเล่นใช่ไหมริน..." คินน์ถามย้ำ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"ฉันดูเหมือนคนกำลังเล่นตลกอยู่หรือไง" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ท่าทีดื้อรั้นแบบฉบับยัยตัวแสบกลับมาเต็มเปี่ยม "ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง เราจะบินไปเคลียร์เรื่องนี้ให้มันจบๆ ที่นั่น คนที่กุเรื่องขึ้นมาจะได้หุบปากเสียที และฉัน... ก็จะได้รู้ด้วยว่าผู้ชายที่ฉันยอมเปิดใจให้เนี่ย มันเชื่อถือได้แค่ไหน"
คินน์จ้องมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้น เนิ่นนาน... จนกระทั่งมุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง แต่รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย มันเป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความระอาใจระคนเอ็นดูระคนคลั่งรักจนแทบจะทะลักออกมา
ให้ตายเถอะ... ยัยนี่มันดื้อรั้นจนน่าจับมาฟัดให้หายแค้นจริงๆ
"ไปก็ไป..." คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้นอย่างราบคาบ มือหนาเอื้อมไปคว้าท้ายทอยบางเข้ามาใกล้ จนหน้าผากชนกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ริมฝีปาก "แต่บอกไว้ก่อนนะ... ถ้าไปถึงที่นั่นแล้วเคลียร์จบ คุณต้องมีรางวัลให้ผม"
"รางวัลอะไรของคุณเล่า คนกำลังซีเรียสอยู่" รินรดาบ่นอุบ พยายามจะถอยหนีแต่ถูกวงแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่น
"รางวัลฐานที่คุณรนหาเรื่องใส่ตัว และทำให้ผมต้องเสียเวลาเดินทางข้ามทวีปไง..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้เลย... พรุ่งนี้เช้าเราบิน"
รินรดากัดริมฝีปาก ลึกๆ แล้วใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับความใกล้ชิดนี้ แต่เธอก็พยักหน้ารับคำอย่างจำยอม การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพิสูจน์ความจริงของคินน์ แต่มันคือบททดสอบครั้งสำคัญว่าหัวใจของเธอกับเขา จะจับมือกันก้าวผ่านเงาอดีตไปได้หรือไม่
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องทำงาน ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร ซึ่งทำให้คินน์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณคินน์... พอดีผมบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาทักทาย"
ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตาคมปลาบมองรินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกับคินน์ ก่อนจะหันมาสบตากับเจ้าของบ้านนิ่ง "หวังว่าผมคงไม่ได้มาผิดจังหวะนะ... พอดีได้ข่าวว่าพวกคุณกำลังจะไปมิลานกันเหรอครับ? บังเอิญจริงๆ... ผมก็เพิ่งจองตั๋วไปเที่ยวที่นั่นพอดีเหมือนกัน"
คินน์หรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ยัยดื้อกับนายปากร้ายมาถึงตอนนี้ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 23
ยัยดื้อพิสูจน์ความจริง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!