“คุณจะมองหน้าผมแบบนี้ไปถึงไหนรินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาลงบนสันกรอบหน้าคมคายของคินน์ ทายาทหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและวาจาดุดั่งคมมีด ทว่าในยามนี้ แววตาของเขากลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความสับสนที่เจ้าตัวพยายามปกปิดมันไว้อย่างสุดความสามารถ
หญิงสาวที่ถูกพาดพิงสะดุ้งเล็กน้อย รินรดากะพริบตาถี่เพื่อเรียกสติกลับคืนมาจากห้วงความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิง เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชา กอดอกแน่นโดยอัตโนมัติราวกับต้องการสร้างเกราะกำบังบางอย่าง ร่างบางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยดื้อรั้นที่ไม่เคยยอมให้ใครมาข่มเหงได้ง่ายๆ แม้ว่าหัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายจะกำลังเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบกระเด็นออกมาหลุดรอดจากซี่โครงก็ตาม
“ใครมองคุณกัน อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณคินน์” รินรดาเผลอใช้คำลงท้ายแบบประชดประชันออกไป ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังแสดงพิรุธให้คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาจับไต๋ได้
“หึ...” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ สาวเท้าเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังหนีแทบไม่ทัน “ปากแข็งเก่งนักนะรินรดา แต่สายตาเมื่อกี้ของคุณ... มันฟ้องว่ากำลังคิดอะไรที่เกินเลยกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกจ้างอยู่ชัดๆ”
“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น!” รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนใสร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอยู่ห่างจากตัวเธอเพียงคืบเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงทำเอาสติสัมปชัญญะที่สะสมมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา
นี่แหละคือปัญหา...
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุการณ์คืนนั้นที่ร้านอาหารริมน้ำ—คืนที่คินน์เผลอแสดงความห่วงใยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเธอเกือบใจละลาย—ความสัมพันธ์ที่เคยมีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง "นายจ้างจอมเผด็จการ" กับ "สาวสู้ชีวิตปากกล้า" กลับเริ่มพร่าเลือนลงจนกลายเป็นความอึดอัดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างระวังตัว แต่ในขณะเดียวกันก็เผลอไผลเข้าหากันราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดที่มองไม่เห็น
คินน์ก้มลงมองหญิงสาวที่กำลังพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตา ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรำคาญ แต่เป็นความกระวนกระวายใจชนิดที่เขาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนในชีวิตนักธุรกิจผู้กุมบังเหียนบริษัทมูลค่าหมื่นล้าน เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่ารินรดาเป็นเพียงแค่นายหน้าสาวจอมดื้อรั้นที่ชอบต่อปากต่อคำ แต่ในยามนี้... ยามที่ได้เห็นแพขนตางอนสั่นระริกและพวงแก้มแดงเรื่อนั้น เขากลับรู้สึกอยากทำลายกำแพงทิฐิทั้งหมดลง แล้วดึงร่างบางนี้เข้ามาซุกไว้ในอ้อมอกให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ทว่า... ความเย่อหยิ่งและฟอร์มจัดที่มีเต็มร้อยกลับรั้งเขาเอาไว้
“ถ้าไม่ได้คิด แล้วทำไมต้องหน้าแดงขนาดนั้นล่ะครับ” คินน์จงใจโน้มใบลงไปกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่จงใจยั่วเย้าให้เธอสติหลุด “หรือว่าคุณกำลังคิดอกุศลอะไรกับผมอยู่... หือ?”
“คุณคินน์! ถอยไปเลยนะ!” รินรดาใช้สองมือดันแผงอกแกร่งให้ออกห่างอย่างสุดแรง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดชีวิต
ทว่าในจังหวะที่แรงปะทะของทั้งคู่กำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นรำกระเจิงในพริบตา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
คินน์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดใจ เขายืดตัวตรงอย่างเสียดาย พร้อมกับหันไปมองประตูห้องด้วยแววตาเย็นชาที่พร้อมจะฆ่าคนได้หากคนที่เคาะเข้ามารบกวนไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอนุญาตด้วยความหงุดหงิด
สิ้นเสียงนั้น บานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองดูอบอุ่นก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ และถุงกระดาษแบรนด์โปรดของรินรดาในมือ
“ริน... ผมซื้อกาแฟกับขนมร้านโปรดที่คุณชอบมาฝาก เห็นว่าวันนี้คุณต้องเคลียร์เอกสารดึก... อ้าว คุณคินน์ ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะอะไรใช่ไหมครับเนี่ย”
ธันวาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ทว่าดวงตากลับมองตรงไปยังภาพที่เจ้านายหนุ่มยืนประชิดตัวเพื่อนสนิทของตนเองอย่างมีความหมาย รอยยิ้มของธันวาไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนระอุด้วยเคมีระหว่างคนสองคน กลายเป็นความตึงเครียดที่เฉียบคมขึ้นมาทันทีเมื่อ "คู่แข่งหัวใจ" ก้าวเข้ามาในสนามรบ
รินรดารีบผุดลุกขึ้นจากโซฟา เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจปนโล่งอกที่ธันวาเข้ามาขัดจังหวะพอดี “ธันวา! นายมาได้ยังไงเนี่ย”
“ฉันก็แค่เป็นห่วงเพื่อนสนิทกลัวจะโดนคุณเจ้านายใจร้ายใช้งานจนดึกดื่นนะสิ” ธันวาตอบพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้รินรดา ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตากับคินน์ที่ยืนตีหน้านิ่งสนิท แววตาคมกริบของทั้งสองหนุ่มปะทะกันกลางอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ
คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมเกินเบอร์ของไอ้เพื่อนสนิทตัวดีนี่ นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหึงหวงที่ซ่อนไว้ไม่มิด
รินรดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ชายสองคนที่มีพลังงานคุกรุ่นแผ่ออกมาจนบรรยากาศแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าสถานการณ์หลังจากนี้กำลังจะระเบิด และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่จะต้องรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงหน้า
แต่ทว่า... ในวินาทีที่คินน์กำลังจะก้าวเข้าไปกระชากแขนเธอให้ถอยห่างจากธันวา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คินน์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะตึงเครียดขึ้นในทันที นัยน์ตาคู่คมไหววับด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้
ธันวาและรินรดานิ่งงันไปเมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกให้ใครเห็นง่ายๆ
คินน์เงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย และเสียงปลายสายที่ลอดออกมาจากลำโพงแบบไม่ได้ตั้งใจ ก็ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องต้องสะดุดกึกทันที
*“คินน์... ช่วยด้วย ลูกของเรา... ลูกของเราหายไปไหนไม่รู้!”*
— ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 21
ความสัมพันธ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!