ตัวเลขหลักล้านบนกระดาษแผ่นนั้นไม่ได้มีน้ำหนักอะไรเลยในทางกายภาพ แต่กลับทำให้ห้องทำงานกระจกใสทั้งห้องดิ่งจมลงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความเย็นเยียบจากระบบปรับอากาศปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มที่แผดเผาอยู่ในอกของรินรดา เธอยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีสายตาคมกริบดั่งใบมีดของคินน์จ้องมองตรงมา นิ่งสนิทและทิ่มแทง
"คุณเอาเอกสารบ้าอะไรมาให้ฉันเซ็น" เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่พยายามกดให้ต่ำเพื่อซ่อนความเปราะบาง
คินน์เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทีสบายจนน่าหมั่นไส้ ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความล้อเล่น เขากวาดตามองร่างบางที่ยืนกำหมัดแน่นจนข้อต่องอขาวซีด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เอกสารปลดหนี้ไงครับ คุณรินรดา หรือว่าตัวเลขแค่นี้มันน้อยไปจนคุณนับไม่ถ้วน"
"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าหนี้ของครอบครัวฉัน ฉันจะทยอยใช้คืนตามสัญญา ไม่จำเป็นต้องให้คุณมา... มายุ่งเรื่องส่วนตัว!" รินรดาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ความอดทนที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ระเบิดออก ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความโกรธและอัปยศ เธอเกลียดความรู้สึกพึ่งพา เกลียดการตกเป็นรอง และที่เกลียดที่สุดคือสายตาสมเพชเวทนาที่เขามักจะส่งมาให้เสมอ แม้ว่าไอ้สายตานั้นมันจะซ่อนความห่วงใยบิดเบี้ยวเอาไว้ก็ตาม
คินน์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้รินรดาต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ ทว่ามั่นคง เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"หึ... ยอดหนี้ก้อนโตขนาดนั้น ถ้าปล่อยให้คุณใช้เอง ชาตินี้ทั้งชาติคุณก็คงต้องเอาชีวิตไปผูกติดอยู่กับงานบ้าๆ เพื่อหาเงินมาดอกเบี้ยทบต้นไปเรื่อยๆ สินะครับ" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ปลายเสียงเจือความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายดื้อรั้นไม่เข้าท่า "ทำไม? กลัวศักดิ์ศรีมันจะร่วงลงมาตายรึไง ถึงได้ทำเป็นเก่งไม่เข้าเรื่อง"
"ใช่! ศักดิ์ศรีของฉันมันมีค่ามากกว่าเงินในบัญชีคุณก็แล้วกัน!" รินรดาตวาดกลับ เสียงสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจ น้ำใสๆ คลอเบ้าแต่เธอรีบกะพริบไล่ความอ่อนแอออกไปอย่างรวดเร็ว เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้... คุณไม่ใช่เจ้าหนี้ของฉัน!"
"แต่ผมเป็นผู้ชายของคุณ"
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดกลางห้องทำงาน คินน์ชะงักไปเล็กน้อยคล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ดึงกลับ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
รินรดาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะ เคมีร้อนแรงบางอย่างพุ่งปะทะระหว่างคนทั้งคู่จนบรรยากาศรอบตัวแทบจะหลอมละลาย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งสอง
"คุณ... พูดบ้าอะไรออกมา" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตื่นตระหนกที่ควบคุมไม่ได้ ความซึนเดระเรย์ของเขาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใครนี้มันเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว
"ผมไม่ได้พูดเล่น" คินน์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ปลายจมูกโด่งแทบจะชนกัน มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กที่สั่นเทาเอาไว้ ไม่ได้บีบรัดด้วยความรุนแรง แต่เป็นการกัก Keld ไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเด็ดขาด "จำไม่ได้เหรอครับว่าเราตกลงอะไรกันไว้ หรือต้องให้ผมทบทวนความทรงจำบนเตียงอีกสักรอบ"
"ไอ้คนฉวยโอกาส! ไอ้คนบ้า!" รินรดาหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอยกมืออีกข้างขึ้นหมายจะฟาดลงบนอกแกร่ง แต่คินน์ไวกว่า เขาคว้าข้อมือข้างนั้นไว้ได้ทันแล้วรวบมือทั้งสองข้างของเธอไปไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ
แรงปะทะทำให้ร่างของเธอล้มแนบชิดไปกับแผงอกกว้าง ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด เธองยตัวจะถอยหนีแต่ถูกวงแขนแข็งแรงรัดตรึงไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ปล่อยนะ... ธันวา!" รินรดาเหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ด้านนอก เธอนึกถึงเพื่อนสนิทที่นัดกันไว้ขึ้นมาได้ทันที จึงตะโกนเรียกชื่อนั้นสุดเสียงเพื่อหาทางรอด "ธันวา! ช่วยด้วย!"
ชื่อของชายอื่นที่ดังขึ้นจากริมฝีปากของเธอกระตุกต่อมความหึงหวงในตัวคินน์ให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ความอ่อนโยนชั่ววูบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดุดันและดื้อรั้นแบบหมาโบ้ที่ยอมไม่ได้ที่จะเห็นคนของตัวเองไปเรียกหาผู้ชายอื่น
"อย่าเรียกชื่อไอ้หมอนั่นต่อหน้าผม" คินน์กดเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแกบแก้มเนียน "จำไว้ว่าตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ และเป็นคนเดียวที่จะเคลียร์หนี้ให้คุณได้... คือผม"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เถียงกลับ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยแรงเหวี่ยงจากด้านนอก พร้อมกับร่างสูงของธันวาที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและดุดันไม่แพ้กัน
"ริน! เกิดอะไรขึ้น ผมได้ยินเสียง..." ธันวาชะงักกึก ภาพตรงหน้าทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเพื่อนสนิทของเขากำลังถูกประคองกอดแนบชิดอยู่กับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เขม่นหน้ากันมาตลอด
คินน์ชำเลืองสายตาคมกริบมองผู้มาใหม่ รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากหยัก แต่ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดรินรดาอยู่กลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยร่างบางในอ้อมแขนออกแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังถูกเปิดเผยนะครับ — ปราณธาตุเก้าสุริยัน
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 19
ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!