ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานจากหน้าต่างระบบลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ มันไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขดิจิทัลธรรมดานะคะ แต่มันคือนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบฝูง ‘หมาป่าเงาโลหิต’ ระดับ C จำนวนสิบสองตัวกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอาณาเขต 4 ผ่านกลิ่นอายเลือดของท่าน]
[เงื่อนไขเวลา: 03 นาที 42 วินาที]
[บทลงโทษหากหลบหนีไม่พ้น: สูญเสียพลังชีวิต 100% และรีเซ็ตสเตตัสกลับสู่จุดเริ่มต้น]
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาของนักวิเคราะห์เกมมือฉมังไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางตวัดปัดหน้าต่างระบบให้เลื่อนไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปมองเซนที่กำลังยืนพิงลำต้นไม้อย่างอ่อนแรง ใบหน้าคมคายของนักดาบหนุ่มอาบไล้ไปด้วยเหงื่อกาฬ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นถี่ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งกำลังประท้วงอย่างรุนแรงจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดในศึกก่อนหน้า
"ไหวไหมคะ เซน" น้ำเสียงของรินนุ่มนวลแต่มั่นคง ราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่แม้จะมีลมพัดผ่านแต่ก็ไม่สะเทือน
เซนกัดฟันกรอด ฝ่ามือที่กำดาบสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนพยุงร่างขึ้นตรง "ถ้าพวกมันมาถึงสภาพนี้... ต่อให้มีดาบเล่มนี้อยู่ ผมก็คงฟันได้แค่ตัวเดียวก่อนจะหมดแรงล้มลงไปอยู่ดีครับคุณริน... เอ๊ย ไม่ใช่สิ..." ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำคุ้นเคย
"ไม่ต้องพิธีรีตองหรอกค่ะ" รินยิ้มมุมปากน้อยๆ "สถานการณ์แบบนี้ สมองสำคัญกว่าเรี่ยวแรงเสมอ"
ฟึ่บ!
เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากพุ่มหนาทึบเบื้องหน้า ตามมาด้วยเสียงคำรามต่ำในลำคอที่สั่นสะเทือนไปถึงแผ่นอก ดวงตาสสีแดงฉานนับคู่ปรากฏขึ้นในความมืดมิดของป่าทึบ พวกมันคือหมาป่าเงาโลหิต นักล่าแห่งรัตติกาลที่มีความเร็วสูงและประสาทสัมผัสเป็นเลิศ กลื่นไอคาวเลือดที่ติดตัวเซนมาคือตัวดึงดูดชั้นดีที่ทำให้พวกมันไม่ต้องเสียเวลาออกตามหาเหยื่อเลยแม้แต่น้อย
เซนขยับตัวเตรียมตั้งรับ สัญชาตญาณนักดาบสั่งให้เขาพุ่งออกไปขวางหน้าหญิงสาวทันที แม้รู้ดีว่ามันคือการเอาไข่ไปกระทบหินก็ตาม "คุณริน ถอยไปครับ เดี๋ยวผมเปิดทางให้..."
"บอกให้อยู่เฉยๆ ไงคะ" รินเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเซนเบาๆ แต่แรงกดนั้นหนักแน่นราวกับภูเขา "บอกแล้วไงคะว่าเกมนี้... เราไม่ได้มีหน้าที่เอาดาบไปฟันมอนสเตอร์ทุกตัวที่ขวางหน้า"
ทันใดนั้น รินก็สะบัดมือออก การ์ดเวทมนตร์สามใบปรากฏขึ้นระหว่างปลายนิ้วเรียว การ์ดแต่ละใบเปล่งแสงเรืองรองสีคราม ออร่าพลังงานมานาหมุนวนรอบตัวเธอกลายเป็นเกลียวคลื่นจางๆ
*เป้าหมายไม่ได้มีแค่พวกเรา* รินคิดในใจอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองสภาพภูมิประเทศรอบตัวอย่างพินิจพิเคราะห์
เบื้องขวาคือ ‘รังหมีกริซлиดิน’ สัตว์อสูรระดับ B ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวงถิ่นและอารมณ์ฉุนเฉียวที่สุดในป่าแห่งนี้ ส่วนเบื้องซ้ายคือแนวหน้าผาสูงชันที่มีรังของ ‘นกอินทรีย์วายุ’ อาشัยอยู่ ด้านล่างคือแอ่งโคลนดูดที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษอ่อนๆ
นี่ไม่ใช่ทางตัน... แต่นี่คือกระดานหมากรุกที่สมบูรณ์แบบต่างหากล่ะคะ!
"เซนคะ โยนขวดน้ำยาฟีโรโมนสัตว์ป่าที่เก็บได้จากดันเจี้ยนก่อนหน้านี้มาให้ฉันทีค่ะ เอามาหมดเลยนะ" รินสั่งเสียงเฉียบขาด
เซนแม้จะไม่เข้าใจแผนการทั้งหมด แต่ด้วยความเชื่อใจที่มีต่อหญิงสาว เขารีบควAขวดแก้วขนาดเล็กสามขวดออกจากกระเป๋าคาดเอวแล้วส่งให้เธอทันทีอย่างไร้ข้อกังขา
รินรับมาด้วยความคล่องแคล่ว เธอกะระยะทางและทิศทางลมในเสี้ยววินาที จากนั้นก็ปาขวดน้ำยาขวดแรกพุ่งตรงไปยังปากถ้ำของหมีกริซลีดิน ตามด้วยขวดที่สองที่ถูกปาเลยหัวฝูงหมาป่าเงาโลหิตไปตกยังพุ่มไม้ใกล้รังนกอินทรีย์วายุ และขวดสุดท้าย... ถูกทุบแตกคาพื้นดินตรงหน้าพวกเขาเอง
เพล้ง! กลิ่นฉุนรุนแรงของฟีโรโมนกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณทันที
ผลลัพธ์เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก!
โฮกกกกก!
เสียงคำรามกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของหมีกริซลีดินดังขึ้น มันถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลด้วยกลิ่นที่มันเกลียดชังที่สุด ดวงตาสีแดงก่ำพุ่งตรงออกมาจากถ้ำด้วยความคลุ้มคลั่ง ในขณะเดียวกัน ฝูงหมาป่าเงาโลหิตที่กำลังจะพุ่งเข้าจู่โจมรinกับเซน กลับต้องชะงักกึกเมื่อกลิ่นฟีโรโมนอีกจุดหนึ่งลอยมาเตะจมูก พวกมันสับสน หันรีหันขวางระหว่างเหยื่อตรงหน้ากับกลิ่นยั่วเย้าที่มาจากทิศทางอื่น
และในวินาทีนั้นเอง... นกอินทรีย์วายุที่บินวนอยู่บนฟ้าก็มองเห็นความเคลื่อนไหวเบื้องล่าง มันพับปีกดิ่งพสุธาลงมาหมายจะขย้ำเหยื่อที่ส่งกลิ่นรบกวนอาณาเขตของมัน
ทุกอย่างเป็นไปตามกลยุทธ์ที่รินคำนวณไว้ในสมองอย่างไร้ที่ติ!
"หมอบลงค่ะเซน!"
รินคว้าแขนชายหนุ่มแล้วดึงลงมาหมอบราบกับพื้นดินในเสี้ยววินาทีที่ฝูงหมาป่าเงาโลหิตพุ่งเข้าปะทะกับหมีกริซลีดินที่วิ่งตะลุยเข้ามาพอดี
ตูมมม!
เสียงปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างสัตว์อสูรสองสายพันธุ์ดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หมาป่าเงาโลหิตตัวหน้าที่หมายจะขย้ำรินเมื่อครู่ ถูกกรงเล็บอันทรงพลังของหมีกริซลีตะปบทับจนร่างแหลกคาที่ ขณะที่นกอินทรีย์วายุก็บินโฉบลงมาจิกทึ้งหลังฝูงหมาป่าจากเบื้องบน เกิดเป็นศึกสามเส้าที่ชุลมุนวุ่นวายอย่างไร้ระเบียบ มอนสเตอร์ต่างหันมาฆ่าฟันกันเองโดยไม่ต้องเปลืองแรงของรินเลยแม้แต่น้อย
เซนเบิกตากว้าง อ้าปากค้างมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้ง ทึ่ง และตะลึงงันจนพูดไม่ออก การใช้จิตวิทยาและสภาพแวดล้อมบังคับให้ศัตรูทำลายล้างกันเอง... นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ฮันเตอร์ระดับล่างจะคิดออกเลย มันคือวิสัยทัศน์ของแม่ทัพผู้ปราดเปรื่องชัดๆ!
"คุณ... คุณทำได้ยังไงกันครับเนี่ย..." เซนหันมามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเคารพและศรัทธาถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ในอก
รินปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอยิ้มหวานให้สหายร่วมทางที่ยังคงนั่งอึ้งอยู่บนพื้น
"ก็บอกแล้วไงคะว่าเกมนี้... สมองสำคัญกว่าเรี่ยวแรง"
ติ๊ด! หน้าต่างระบบตรงหน้าดีดเด้งขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่สีแดงเตือนภัย หากแต่เป็นแสงสีทองอร่ามตาที่สว่างวาบไปทั่วทั้งป่า พร้อมกับเสียงดนตรีเฉลิมฉลองชัยชนะที่ดังขึ้นในโสตประสาท
[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่น ‘ริน’ ใช้กลยุทธ์เหนือชั้นเอาชนะฝูงมอนสเตอร์ระดับ C โดยไม่ใช้กำลังทางกายภาพสำเร็จ!]
[ได้รับแต้มประสบการณ์พิเศษ: +5,000 EXP]
[ปลดล็อกฉายา: ‘นักวางกลยุทธ์แห่งความโกลาหล’]
รินกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ แต่ทว่า... ทันใดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ต้องสะดุดกึก เมื่อหน้าต่างระบบสีทองแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ และข้อความบรรทัดสุดท้ายก็ปรากฏขึ้นด้วยตัวอักษรสีเลือดที่กะพริบช้าๆ อย่างน่าขนลุก
[คำเตือนลับระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ผู้ดูแลระบบเงา’... มีสิ่งแปลกปลอมกำลังจับ
ตามองการกระทำของคุณจากรอยแยกมิติเบื้องล่าง...]
[และตอนนี้... มันกำลังขยับเข้าใกล้ตัวคุณเข้ามาทุกทีแล้วค่ะ]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากลยุทธ์ไปด้วยกันเสมอนะคะ!
เซียนการ์ดกลยุทธ์กับฮันเตอร์สายกากที่โลกต้องจารึก•ตอนที่ 4
กลยุทธ์หมาป่าโดดเดี่ยว
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนการ์ดกลยุทธ์กับฮันเตอร์สายกากที่โลกต้องจารึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!