กลิ่นอายของสนิมเหล็กและกระดาษโบราณที่ถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนระดับสูงตลบอบอวลไปทั่วชั้นที่เจ็ดของหอสมุดต้องห้าม ประกายแสงสีม่วงเข้มราวกับอัญมณีต้องสาปกำลังพวยพุ่งขึ้นจากใจกลางวงแหวนเวทมนตร์โบราณที่สลักอยู่บนพื้นศิลา ท่ามกลางม่านหมอกมานาที่หนาแน่นจนเกือบจะกลายเป็นของเหลว ร่างเงาขนาดมหึมาที่ถูกผนึกไว้ใต้ชั้นหนังสือสามร้อยปีค่อยๆ ขยับเปลือกตาอันหนักอึ้ง
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบมานาพลังงานระดับ SSS กำลังปลดปล่อย! บอสลับแห่งหอสมุดต้องห้ามได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว!]*
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานกะพริบวาบอยู่ในครรลองสายตาของผม ร่างกายของผมแข็งทื่อไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสมองกำลังประมวลผลความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากตัวตนระดับหายนะนี้อาละวาดทำลายหอสมุดแห่งนี้จนพินาศ
"เซเรส! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดที่ปกติจะติดความเยือกเย็นและรอยยิ้มปริศนาของอาจารย์เอเลน่า บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความร้อนรน ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำสนิทพุ่งทะยานผ่านหน้าผมไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง นางไม่ได้ใช้แม้แต่คทาสื่อนำเวท สองมือเรียวบางสะบัดออกเบื้องหน้า ม่านพลังโปร่งใสสีเงินยวงแผ่ขยายออกเป็นรูปโดม บดบังคลื่นกระแทกมานาสีม่วงที่กำลังแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางทาง
*ตูมมม!*
แรงปะทะมหาศาลทำให้ชั้นหนังสือไม้โบราณรอบด้านสั่นสะเทือน หนังสือตำราเวทนับร้อยเล่มร่วงหล่นราวกับสายฝน แต่เอเลน่ากลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว นางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าผม แผ่นหลังบอบบางนั้นกำลังต้านทานแรงกดดันระดับที่สามารถบดขยี้จอมเวทฝึกหัดให้แหลกสลายได้ในพริบตา
ผมกัดฟันกรอด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เมื่อครู่... เป็นเพราะผมคำนวณวงแหวนเวทผนึกพลาดไปเพียงสองมิลลิเมตรตอนที่พยายามจะซ่อมแซมกลไกป้องกันมานาไหลย้อนกลับ ทำให้บอสลับตัวนี้ตื่นขึ้นก่อนเวลาอันควร และตอนนี้ เอเลน่ากำลังเอาตัวเข้ามารับภาระความสะดุดของระบบแทนผม
"อาจารย์ครับ มันบ้าสิ้นดี! ทำไมท่านถึงไม่ถอยออกไปก่อน! วงแหวนนั่นกำลังจะระเบิดจากการโอเวอร์โหลด..." ผมตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของพลังงานเบื้องหน้า พร้อมกับยื่นมือไปคว้าชายเสื้อคลุมของนางเพื่อดึงให้ถอยหลัง
"เงียบนะ เซเรส!" เอเลน่าหันกลับมาตวาดใส่ผม ดวงตาคู่คมที่มักจะพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่นางต้อนผมจนมุม บัดนี้กลับฉายแววเกรี้ยวกราดและตื่นตระหนกอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "เธอคิดว่าตัวเองฉลาดนักใช่ไหม ถึงได้กล้าวิเคราะห์วงแหวนเวทระดับ SSS ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีอาคมสำรองป้องกันรึไง!"
"ผมคำนวณอัตราความเสี่ยงไว้แล้ว..."
"คำนวณบ้าอะไรเล่า!" เอเลน่าตัดบทเสียงดังลั่น นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างเงาสีม่วงที่กำลังคำรามลั่น ข้อมือเรียวของนางเปล่งแสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตา นางร่ายบทเวทโบราณความเร็วดุจสายฟ้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ม่านพลัง "ถ้าการคำนวณของเธอแม่นยำจริง ชั้นหนังสือฝั่งทิศตะวันตกคงไม่พังลงมาทับหัวเธอเมื่อนาทีที่แล้วหรอก!"
คำพูดของนางราวกับหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ ผมนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที สมองที่เคยรวดเร็วในการประมวลผลกลับชะงักงัน นางพูดถูก... ผมประเมินความหนาแน่นของมานาในชั้นหนังสือผิดไปเล็กน้อย เพราะมัวแต่กังวลเรื่องการซ่อมแซมกลไกหลัก จนลืมคำนวณตัวแปรเรื่องสภาพอากาศแห้งแล้งในหอสมุดวันนี้
ความเงียบงันชั่วขณะถูกคั่นด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำและก้องกังวานที่ดังมาจากร่างเงาสมมติเบื้องหน้า แรงกดดันระดับ SSS แผ่ขยายวงกว้างขึ้นจนพื้นศิลาใต้เท้าของพวกเราเริ่มแตกร้าวเป็นรอยแยก
"มนุษย์เอ๋ย... เจ้าบังaniอาจปลุกผู้เฝ้าประตูกลับคืนสู่โลก..." เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในหัวของผมและเอเลน่าพร้อมๆ กัน ราวกับเสียงกู่ร้องจากห้วงนรกอเวจี
เอเลน่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางหันมามองผมด้วยหางตา สีหน้าเต็มไปด้วยความดุและห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความโกรธ "ฟังให้ดีนะ เซเรส... ครั้งนี้เธอทำผิดพลาดมหันต์ และฉันจะไม่ออมมือให้เด็ดขาด เมื่อเรื่องนี้จบลง ทัณฑ์บนหอสมุดสามเดือนและการคัดลอกตำราเวทมืดหนึ่งพันจบคือสิ่งเธอต้องได้รับ... แต่ตอนนี้ ห้ามตายเด็ดขาด!"
สิ้นคำพูดของนาง เอเลน่าก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของนางถูกห่อหุ้มด้วยปีกมานาสีขาวบริสุทธิ์ที่ส-ะท้อนแสงเจิดจ้า นางกำลังจะใช้เวทมนตร์ต้องห้ามขั้นสูงสุดเพื่อกดดันบอสลับตัวนี้กลับลงไปในหลุมศิลา
ผมมองแผ่นหลังของอาจารย์สาวผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น หัวใจในอกเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวต่อสัตว์อสูรเบื้องหน้า แต่เป็นเพราะความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนจุกอก นางกำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องความสะเพร่าของศิษย์สายดื้ออย่างผม
*ติ๊ง!*
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบเจตจำนงแห่งการปกป้องระดับสูงสุด! ปลดล็อกทักษะลับเฉพาะตัว: "ประสานจิตวิญญาณแห่งบรรณารักษ์" - อนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อมต่อมานากับอาจารย์เอเลน่าได้ 100% ชั่วคราว]*
นัยน์ตาของผมเบิกกว้างขึ้นเมื่อหน้าต่างระบบสีทองสว่างวาบขึ้นมาแทนที่สีแดงฉาน รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใดก็ตาม
"อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังของนาง พร้อมกับวางมือลงบนไหล่ที่กำลังเกร็งเครียดของเอเลน่า
เอเลน่าสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองด้วยความตกใจ "เซเรส! เธอจะทำอะไร..."
"ผมยอมรับทัณฑ์บนทุกอย่างครับ..." ผมกล่าวพร้อมกับส่งรอยยิ้มกวนประสาทที่นางคุ้นเคยไปให้ "แต่เรื่องที่ผมจะปล่อยให้อาจารย์ต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว... ในฐานะศิษย์หัวกะทิ ผมไม่อนุญาตหรอกนะครับ"
พลังมานาสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของผม ไหลซึมผ่านเสื้อผ้าและเข้าสู่ร่างกายของเอเลน่าในทันที ม่านพลังสีเงินยวงที่กำลังจะแตกสลายกลับถูกเติมเต็มด้วยพลังงานมหาศาลจนเปล่งประกายเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดของบอสลับให้ถอยร่นไปในพริบตา
ร่างเงาสีม่วงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อพบว่าการโจมตีของมันถูกต้านทานไว้ได้ มันเงื้อดาบยักษ์ที่หลอมขึ้นจากความมืดขึ้นเหนือศีรษะ เตรียมฟาดฟันลงมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี
แต่ก่อนที่ดาบเล่มนั้นจะเหวี่ยงลงมา ประตูบานยักษ์ที่ปิดตายมานานนับร้อยปีที่ด้านหลังสุดของห้องโถง ก็ส่งเสียง *เอี๊ยด...* ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวทะลุมิติออกมาจากความว่างเปล่า...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความแสบสันปนอบอุ่นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 9
กฎของอาจารย์คือที่หนึ่ง
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!