ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 10

ห้องลับใต้พื้นไม้

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
*เอี๊ยด...* เสียงบานพับเหล็กกล้าโบราณเสียดสีกันจนเกิดคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงแก้วหู แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากความมืดเบื้องหลังประตูลึกลับ กลิ่นอายของกาลเวลาและละอองเวทมนตร์โบราณที่ถูกกักเก็บมานานนับร้อยปีพวยพุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีจนเซเรสต้องยกแขนขึ้นกางกั้นโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีเทาเข้มของเด็กหนุ่มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูงทันที แสงสีฟ้าจางๆ จากระบบเวทมนตร์ภายในจิตสำนึกปรากฏขึ้นเตือนภัยระดับอันตราย แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจยิ่งกว่าแรงกดดันเวทมนตร์คือร่างที่เพิ่งก้าวทะลุมิติออกมาจากความว่างเปล่าเมื่อครู่ "นั่นไม่ใช่เวทมนตร์เคลื่อนย้ายมิติที่เราเคยเรียนในตำราปีหนึ่งแน่ๆ..." เซเรสพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ขณะที่สายตายังคงจดจ้องไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวผ่านม่านหมอกสีเทาจางๆ ออกมา "ระวังตัวด้วย เซเรส" เสียงนุ่มลึกแต่เยือกเย็นของเอเลน่าดังขึ้นเบื้องข้าง อาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุดต้องห้ามไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวงามของเธอยกขึ้นรวบปอยผมสีเงินยวงที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ดวงตาสีอัมพันคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ เธอขยับกายก้าวมาบังหน้าเด็กดื้อประจำตัวไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณแห่งความเป็นอาจารย์ แม้ลึกๆ แล้วเธอจะรู้ดีว่าศิษย์สายดื้อคนนี้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันเสียอีก เมื่อม่านหมอกจางลง ร่างที่ปรากฏต่อสายตากลับไม่ใช่สัตว์ประหลาดโบราณหรือจอมขมังเวทผู้ชั่วร้ายอย่างที่จินตนาการไว้ แต่เป็นเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันเรือนผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาล สวมชุดคลุมนักเวทโบราณที่ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อหยาบ ทว่ามีออร่าเวทมนตร์บริสุทธิ์ไหลเวียนรอบกายราวกับสัตว์เทพในตำนาน ดวงตากลมโตสีนิลคู่กระพริบปริบๆ ก่อนที่เธอจะกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงด้วยความงุนงง "ที่นี่... หอสมุดต้องห้ามของสถาบันอาร์เคเมียอย่างนั้นหรือ?" เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยความลังเล เธอกดปลายไม้เท้าในมือลงกับพื้นหิน จนเกิดวงแหวนเวทสีครามจางๆ แผ่ขยายออกไปเพื่อตรวจสอบอาณาเขต เซเรสค่อยๆ ลดแขนลง ดวงตาสอดส่องพิจารณารายละเอียดของเด็กสาวแปลกหน้าอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่เนื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงความหนาแน่นของมานาในร่างกาย เธอไม่ได้ปล่อยจิตสังหารออกมา ทว่าการปรากฏตัวอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้คือหลักฐานชั้นดีว่าพลังของเธอเหนือกว่ากฎฟิสิกส์และกฎเวทมนตร์ของสถาบันในปัจจุบันไปไกลโข "ถ้าเธอหมายถึงหอสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือฝุ่นหนาและกับดักเวทมนตร์ที่พร้อมจะเป่าร่างเราให้กลายเป็นจุลล่ะก็... ใช่ครับ ที่นี่แหละ" เซเรสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เจือความระแวดระวัง "แต่ก่อนจะถามว่าที่นี่ที่ไหน ช่วยกรุณาอธิบายหน่อยได้ไหมครับว่าเธอ 'เดินทะลุกำแพงมิติ' เข้ามาทำไมในเวลาวิกาลแบบนี้ รบกวนเวลาอ่านหนังสือของพวกเราหมดเลยนะ" เด็กสาวหันขวับมามองเจ้าของเสียง เธอขมวดคิ้วมุ่นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจในท่าทีสบายๆ ของเด็กหนุ่ม "เจ้ามนุษย์ปากเสีย... เจ้ากล้าดียังไงมาต่อล้อต่อเถียงกับผู้พิทักษ์แห่งประตูมิติ?" เด็กสาวเอ่ยเสียงแข็ง ทว่าแววตากลับฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนพวกเจ้า แต่ผนึกฝั่งโน้น... มันกำลังจะแตกสลายแล้ว" คำว่า *ผนึกกำลังจะแตกสลาย* ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในทันที เอเลน่าหันมาสบตากับเซเรสเพียงเสี้ยววินาที ทั้งคู่ต่างเข้าใจความหมายนั้นดี หอสมุดต้องห้ามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนรอยต่อของมิติโบราณเพื่อคุมขังสิ่งที่ไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้ การที่ประตูบานนี้เปิดออกและมีผู้พิทักษ์ข้ามฝั่งมาได้ หมายความว่าสมดุลที่รักษาไว้มานับพันปี กำลังดำเนินมาถึงจุดแตกหัก "ถ้าอย่างนั้น..." เอเลน่าตัดสินใจก้าวออกไปเผชิญหน้าโดยตรง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคง "เราคงต้องลงไปสำรวจ 'ชั้นใต้ดิน' กันเดี๋ยวนี้แล้วล่ะครับ... เซเรส" เซเรสถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ เขายกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองอย่างจนใจ ก่อนจะดึงถุงมือเวทมนตร์ขึ้นกระชับข้อมือให้แน่นหนา รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังเฉียบคมในแบบฉบับของนักเวทผู้รอบคอบ "นั่นสินะครับ อาจารย์" เซเรสพึมพำพร้อมกับเรียกคัมภีร์เวทประจำตัวออกมาถือไว้ในมือ ขอบกระดาษโบราณเปล่งแสงเรืองรองรับกับมานาที่ไหลเวียน "ดูท่าว่าค่ำคืนนี้ ผมคงไม่ได้นอนอ่านหนังสือสบายๆ อย่างที่คิดไว้เสียแล้ว" ทั้งสามคนเดินนำโดยเอเลน่า ตามด้วยเด็กสาวผู้พิทักษ์ และปิดท้ายด้วยเซเรส ก้าวผ่านธรณีประตูบานยักษ์เข้าสู่ความมืดมิดของหอสมุดชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด บันไดหินวนทอดยาวลงไปเบื้องล่างราวกับไม่มีที่สิ้นสุด แสงคบเพลิงเวทมนตร์ที่เอเลน่าจุดขึ้นส่องให้เห็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และแปลกประหลาด ผนังหินสลักด้วยอักษรรูนโบราณที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปบนขั้นบันไดสะท้อนเสียงก้องกังวานไปทั่วความเงียบงัน ยิ่งเดินลึกลงไปเท่าไหร่ อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ จนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายของมานาบริสุทธิ์ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของดินและหินโบราณ แต่สิ่งที่ทำให้เซเรสต้องหยุดเดินกะทันหันคือเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง *ตึง... ตึง... ตึง...* มันไม่ใช่เสียงฝีเท้า แต่เป็นเสียงชีพจร... ชีพจรขนาดมหึมาที่กำลังเต้นเป็นจังหวะสอดรับกับเวทมนตร์ในร่างกายของเขาอย่างน่าประหลาด "หยุดก่อนครับอาจารย์" เซเรสเอื้อมมือไปแตะแขนของเอเลน่าเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดที่ปลายบันได เด็กสาวผู้พิทักษ์หยุดเดินตาม เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด "นั่น... เสียงของมันตื่นขึ้นมาแล้ว..." ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอระบบสีฟ้าโปร่งแสงที่เซเรสคุ้นเคยก็เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือน ตัวหนังสือสีแดงฉานสว่างวาบจนแสบตา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระหน่ำในหัว [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติภัยคุกคาม SSS กำลังตื่นจากการหลับใหล] [เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ท่านได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนต้องห้ามสูงสุด 'หัวใจแห่งอาร์เคเมีย'] [คำเตือน: สิ่งที่อยู่เบื้องล่าง ไม่ใช่ความลับของสถาบัน... แต่เป็นผู้สร้างสถาบันแห่งนี้ขึ้นมาเอง] ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับศิษย์สายดื้อคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%