ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 8

ร่องรอยมานาสีคราม

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
คมดาบเหล็กกล้าโบราณตวัดผ่านความมืดด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหอนแหลมสูง เซเรสไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที ร่างกายของเด็กหนุ่มดีดตัวถอยหลังตามสัญชาตญาณ ขณะที่มือขวายกคัมภีร์เวทประยุกต์ขึ้นตั้งรับ แรงกระแทกจากการปะทะระหว่างมานาป้องกันและคมดาบหนักหน่วงส่งผลให้แขนชาหนึบไปหมด แต่เขากลับไม่มีเวลาแม้แต่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ "อาจารย์ครับ ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญท่านนี้จะไม่ได้มาเพื่อขอยืมหนังสือเรียน" เซเรสเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ในลำคอ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นจนเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ดวงตาสีสนิมของเขากวาดมองเงาร่างสวมเกราะสูงใหญ่ที่แผ่ไอความมืดทมิฬออกมาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่ภูตผีธรรมดา แต่เป็นหุ่นเชิดเวทมนตร์โบราณที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานด้านลบระดับเข้มข้น เอเลน่าไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างออกจากจุดเดิม แม้ว่าคมดาบเล่มโตจะพุ่งตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ อาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุดต้องห้ามเพียงแค่ปรายตามองด้วยแววตาเรียաբนิ่ง นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบา ๆ เกิดเป็นอักขระเวทสีครามเรืองแสงขึ้นมาราวกับกลุ่มดาวบนท้องฟ้าในคืนเดือนมืด "ระวังตัวด้วย เซเรส เจ้านี่ไม่ใช่กลไกป้องกันหอสมุดธรรมดา... มันถูกลงอาคม ‘ดูดกลืนมานา’ เอาไว้" เสียงหวานใสเอ่ยเตือนด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ราวกับเธอกำลังยืนชมการแสดงละครเวทีในยามบ่ายมากกว่าจะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามถึงชีวิต สิ้นเสียงของอาจารย์สาว เงาร่างสวมเกราะโบราณก็คำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงผนังหินแกรนิตของหอสมุดชั้นใต้ดิน ดาบยักษ์ในมือของมันถูกยกขึ้นสูงอีกครั้ง ก่อนจะฟาดลงมาเป็นวงกว้าง ประกายไฟสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทางเมื่อปะทะกับบาตรเวทที่เอเลน่ากางขึ้นปกป้องพวกเขาทั้งสอง เซเรสกัดฟันแน่น สมองอันฉลาดรอบคอบทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ระบบประมวลผลมานาในหัวของเขากำลังคำนวณความหนาแน่นของพลังงานรอบตัว *‘ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงแปดเปอร์เซ็นต์ทุกครั้งที่มันตวัดดาบ... แปลว่าแกนกลางของมันต้องอยู่ที่ข้อต่อหัวเข่าด้านขวา หรือไม่ก็ที่กระดูกสันหลังส่วนล่าง’* เด็กหนุ่มอาศัยจังหวะที่เงาร่างทมิฬกำลังทุ่มแรงทั้งหมดกดทับบาตรเวทของเอเลน่า พุ่งตัวเลียดพื้นเข้าไปใกล้เป้าหมายอย่างเงียบเชียบ เขารวบรวมมานาสีครามไว้ที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลาง ถักทอเป็นกระแสเวทประยุกต์รูปแบบเฉพาะตัว—*เข็มสนเข็มทิศมานา* "รับนี่หน่อยครับ ท่านนักรบโบราณ!" เซเรสพุ่งกระแสเวทเจาะทะลวงเข้าไปที่รอยต่อบริเวณหัวเข่าของหุ่นเชิดทันที เสียงโลหะเสียดสีกันดังลั่น พร้อมกับประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ เงาร่างมหึมาเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความเสียการทรงตัว ช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีนี้มีค่ามากกว่าทองคำ เอเลน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ "ทำได้ไม่เลวเลยนี่ ศิษย์สายดื้อ" อาจารย์สาวสะบัดแขนเสื้อครั้งเดียว คลื่นมานาอัดแน่นนับร้อยสายก็พุ่งเข้าพันธนาการร่างของหุ่นเชิดโบราณไว้จนขยับเขเขยื้อนไม่ได้ แรงกดดันมหาศาลกดทับจนเกราะเหล็กส่งเสียงดังเอี๊ยดอาร์ด ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นละอองควันสีดำและมลายหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงแผ่นโลหะสลักลวดลายประหลาดตกอยู่บนพื้นศิลา ความเงียบงันกลับคืนสู่โถงทางเดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบา ๆ ของเซเรสที่สะท้อนก้อง เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่ง พลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแผ่นโลหะปริศนาขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ "เรียบร้อย... แต่ดูท่าทางเราคงไม่ได้แค่มาหาหนังสือนิทานอ่านก่อนนอนแล้วล่ะครับอาจารย์" เซเรสเงยหน้าขึ้นสบตากลับ พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ "ร่องรอยมานาสีครามที่ตกค้างอยู่บนแผ่นโลหะนี่... มันคือลายมือเดียวกันกับการทดลองต้องห้ามของสภาเวทมนตร์เมื่อสามปีก่อนไม่ใช่หรือครับ?" เอเลน่าย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างเด็กหนุ่ม ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแผ่นโลหะเบา ๆ แววตาของอาจารย์สาวไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบลงอย่างผิดปกติ "เธอช่างสังเกตเกินไปแล้ว เซเรส... บางครั้งการรู้อะไรมากเกินไปในโรงเรียนแห่งนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยนักหรอกนะ" เอเลน่ากล่าวเสียงแผ่วเบา ขณะที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ตามฉันมา... ฉันคิดว่าเราเจอต้นตอของเรื่องทั้งหมดแล้ว" อาจารย์สาวเดินนำลึกเข้าไปในมุมอับของชั้นหนังสือที่ถูกปิดตายด้วยโซ่เวทมนตร์หนาแน่น เธอใช้ปลายนิ้วแตะที่อัญมณีสีนิลบนบานประตู โซ่เหล็กเหล่านั้นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นด้วยเสียงกังวานน่าขนลุก ประตูบานใหญ่ค่อย ๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นกลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ภายในห้องนั้น ไม่ใช่ห้องเก็บหนังสือโบราณทั่วไป แต่มันคือห้องทดลองใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีหลอดแก้วบรรจุของเหลวเรืองแสงสีครามตั้งเรียงรายเป็นตับ ตรงกลางห้องมีแท่นพิธีหินอ่อนสีดำสนิท ซึ่งบนนั้น... มีร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังหลับใหลอยู่ภายใต้ฟองอากาศเวทมนตร์ เซเรสเดินตามเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ ดวงตาสีสนิมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้อง ระบบประมวลผลมานาในหัวของเขากำลังส่งเสียงเตือนรัวเรี่ยด้วยความถี่สูงจนน่าปวดหัว *เตือนภัย: ตรวจพบร่องรอยการทดลองดัดแปลงพันธุกรรมมานา ระดับความอันตราย: สูงมาก* *เตือนภัย: พบการเชื่อมโยงสัญญาณมานากับเครือข่ายใต้ดินของสถาบัน* "นี่มัน..." เซเรสพึมพำกับตัวเอง สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังและเคร่งเครียด "โรงเรียนเวทมนตร์ของเรากำลังแอบใช้พื้นที่หอสมุดต้องห้าม เพื่อทำการทดลองสร้าง ‘อาวุธมนุษย์มานา’ อย่างลับ ๆ งั้นหรือครับอาจารย์?" เอเลน่าไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอยืนนิ่งมองร่างที่อยู่บนแท่นพิธีด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองของหลอดแก้วทดลอง ขับให้ใบหน้างามดูโดดเด่นแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน "ไม่ใช่แค่การทดลองธรรมดาหหรอก เซเรส..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้แผ่นหลังของเด็กหนุ่มรู้สึกหนาวยะเยือก "เพราะสิ่งที่เรากำลังมองอยู่นี้... มันตื่นจากการหลับใหลเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน" ฉับพลันนั้นเอง เปลือกตาของสิ่งมีชีวิตบนแท่นพิธีก็กระตุกไหว ก่อนจะเปิดกว้างขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีครามเข้มไร้แววตาคู่โตที่จ้องตรงมายังพวกเขาทั้งสองคน พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์ในหัวของเซเรสก็ดังขึ้นลั่นระฆังวิกฤต พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบมานาพลังงานระดับ SSS กำลังปลดปล่อย! บอสลับแห่งหอสมุดต้องห้ามได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว!]* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซเรสและอาจารย์เอเลหน่านะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%