ไอความเย็นยะเยือกของหอสมุดต้องห้ามยามวิกาลไม่ได้มาจากกระแสลมภายนอก หากแต่มาจากเวทมนตร์กักเก็บความทรงจำนับพันปีที่ยังคงหมุนวนอยู่ใต้ชั้นหนังสือโบราณ ทว่าในมุมอับสายตาหลังชั้นตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์ชั้นที่เจ็ด กลับมีกลิ่นหอมกรุ่นของสตูว์เนื้อตุ๋นและสมุนไพรป่าลอยอวลตัดกับกลิ่นอายอับชื้นของกระดาษเก่าอย่างสิ้นเชิง
เซเรสกำลังใช้ปลายมีดเวทมนตร์ขนาดเล็กฝานชีสบ่มพิเศษอย่างระมัดระวัง ดวงตาสสีนิลภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดตามองหน้าจอสถานะโปร่งแสงที่ลอยอยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ หลังจากเสียงปริศนาที่เอ่ยต้อนรับเขาในฐานะ *“ผู้สืบทอดแห่งพันธสัญญา”* ดังขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ระบบก็ดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาแปลกประหลาด มันไม่ใช่แค่การแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ตามปกติ แต่เป็นแถบพลังงานสีครามเข้มที่กำลังซิงโครไนซ์กับจิตวิญญาณของเขาอย่างช้าๆ
"ถ้าอาจารย์เอเลน่าจับได้ว่าผมแอบเอาหม้อเวทมนตร์พกพาเข้ามาต้มสตูว์ในเขตหอสมุดชั้นใน ข้อหาละเมิดกฎความปลอดภัยระดับสิบ คงทำให้ผมต้องนั่งคัดประวัติศาสตร์เวทมนตร์ไปจนจบการศึกษาปีนี้เลยสินะครับ"
เซเรสพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้อใบย่อมที่ถูกพลางตาด้วยอาคมสะท้อนภาพ ชั้นหนังสือเบื้องหลังจึงยังคงดูว่างเปล่าและไร้พิษภัยสำหรับผู้ที่มองเข้ามาจากระยะไกล เป็นกลยุทธ์การเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานที่นักเวทสายประยุกต์ผู้รอบคอบพึงกระทำ
"แต่ถ้าเจ้าไม่ส่งกลิ่นหอมรบกวนสมาธิในการตรวจทานต้นฉบับอายุสามร้อยปีของฉัน ข้าก็คงไม่ต้องเสียเวลามาเดินตรวจแถวนี้ตอนตีสองหรอกกระมัง เซเรส"
เสียงหวานเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เซเรสไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เขายังคงรินซุปใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างใจEเย็น ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับอาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุด
เอเลน่าในยามวิกาลดูแตกต่างจากยามปกติอย่างสิ้นเชิง เส้นผมสีเงินยวงที่เคยรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยบัดนี้ปล่อยสยายลงคลอเคลียลาดไหล่บาง เสื้อคลุมตัวนอกถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวตัวหลวมกับกระโปรงยาวทรงสอบสีเข้ม แว่นตากรอบทองที่มักสวมไว้เพื่อความน่าเกรงขามถูกเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อเผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าใสที่ฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
"ดึกขนาดนี้แล้ว กลิ่นสมุนไพรบำรุงธาตุไฟน่าจะช่วยคลายความเครียดจากการแปลอักษรรูนโบราณได้ดีนะครับ อาจารย์" เซเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับเลื่อนถ้วยซุปอุ่นๆ ไปบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยที่เพิ่งถูกเสกขึ้นมา
เอเลน่าปรายตามองถ้วยซุปควันกรุ่นสลับกับใบหน้าของศิษย์ตัวแสบที่มักจะมีเหตุผลมารองรับทุกการกระทำเสมอ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความลับซ่อนอยู่เหมือนยามกลางวัน แต่มันคือรอยยิ้มของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังอ่อนล้าและโหยหาความอบอุ่น
"เธอชักจะลามปามอาจารย์ขึ้นทุกทีแล้วนะ เซเรส... การเอาเสบียงเข้ามาในเขตกักเก็บเวทมนตร์บรรพกาล มันมีโทษถึงขั้นพักการเรียนเลยทีเดียว" แม้ปากจะเอ่ยเตือน แต่ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุหนังอย่างหมดสภาพ มือเรียวบางยกขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการไมเกรนที่เล่นงานมาหลายชั่วโมง
"กฎระเบียบถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ปฏิบัติihพื่อความสงบเรียบร้อยครับ แต่ข้อยกเว้นก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจของบุคลากรที่ทำงานหนักเกินอัตราเช่นกัน ในฐานะนักศึกษาภาควิชาเวทมนตร์ประยุกต์ ผมแค่กำลังประยุกต์ใช้หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยามวิกาลเท่านั้นเอง"
เซเรสตอบหน้าตายพลางเลื่อนขนมปังอบกรอบทาเนยสมุนไพรไปให้อีกฝ่าย เอเลน่าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบสงบของหอสมุด ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กำแพงความน่ากลัวของอาจารย์ผู้คุมกฎถูกทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงคนสองคนที่กำลังแบ่งปันมื้อค่ำอันเงียบงันในดินแดนต้องห้าม
"เจ้ามีความยโสที่เป็นระบบเสียจริงนะ เซเรส..." เอเลน่าตักซุปเข้าปากช้าๆ รสชาติกลมกล่อมของเนื้อตุ๋นที่เคี่ยวด้วยไฟเวทมนตร์อ่อนๆ กระจายไปทั่ว
ความอบอุ่นจากอาหารแล่นพล่านไปตาม1รอนประสาท ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บที่สะสมมาจากการแปลตำราโบราณตลอดทั้งคืน ดวงตาสสีฟ้าใสทอดมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอย่อมรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่ห้องโถงใหญ่เมื่อวานซืนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ และรอยประทับของพันธสัญญาโบราณที่ปรากฏขึ้นบน1รอนแขนของเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะแบกรับไว้ได้
"อาจารย์กำลังคิดเรื่องรอยประทับที่แขนซ้ายของผมอยู่ใช่ไหมครับ?" เซเรสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประโยคของนักวิชาการที่ต้องการหาคำตอบ
เอเลน่าชะช้อนในมือเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ แววตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมพายุไว้เบื้องล่าง
"เซเรส... สิ่งที่เจ้าแบกรับอยู่มันไม่ใช่แค่พลังเวทมนตร์ระดับสูง แต่มมันคือโซ่ตรวนที่ผูกพันชะตากรรมของหอสมุดแห่งนี้ไว้กับอดีตที่ถูกลืมเลือน อาจารย์เตือนด้วยความหวังดี... ยิ่งเจ้ารู้ลึกมากเท่าไหร่ อันตรายที่จะเข้ามาพรากทุกสิ่งไปจากเจ้าก็จะยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น"
"ผมเข้าใจครับ" เซเรสพยักหน้ารับอย่างสงบ "แต่การไม่รู้inoอะไรเลยแล้วรอให้ภัยพิบัติมาเคาะประตูถึงห้องนอน มันเป็นกลยุทธ์ที่โง่เขลาที่สุดสำหรับคนที่มีสมองไว้คิดวิเคราะห์ การที่เราจะก้าวไปข้างหน้า เราต้องเข้าใจน้ำหนักของก้าวแรกเสียก่อน... เหมือนกับซุปถ้วยนี้ ถ้าเราไม่ชิมมันก่อน เราก็ไม่มีทางรู้หรอกครับว่ามันใสเกลือเกินไปหรือเปล่า"
เอเลน่าถอนหายใจยาวเหยียดกับตรรกะเปรียบเปรยที่หาความโรแมนติกไม่เจอของลูกศิษย์คนนี้ แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้หัวใจที่โดดเดี่ยวมาเนิ่นนานรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ในหอสมุดแห่งนี้ ทุกคนต่างมองเธอเป็นผู้คุมกฎ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเข้มงวด ไม่มีใครเคยนั่งลงแล้วแบ่งปันมื้อดึกเงียบๆ แบบนี้กับเธอเลยสักคน
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เปลวไฟในตะเกียงเวทมนตร์บนโต๊ะกะพริบไหวเป็นสีครามเข้ม อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวที่ริมฝีปาก
เสียงกระดาษนับพันหน้าที่ถูกเปิดพลิกพร้อมกันด้วยความเร็วสูงดังขึ้นจากชั้นหนังสือลึกลับที่อยู่ลึกเข้าไปในเขตหอสมุดต้องห้ามชั้นที่แปด ชั้นหนังสือที่ไม่มีใครเคยได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปตั้งแต่ยุคก่อตั้งโรงเรียน
เอเลน่าผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด สัญชาตญาณของอาจารย์ผู้คุมกฎกรีดร้องเตือนภัย เธอยื่นมือมาคว้าแขนของเซเรสไว้แน่นจนปลายนิ้วสั่นเทา
"เกิดอะไรขึ้น..." เอเลน่าพึมพำด้วยเสียงอันแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า
ทว่า ก่อนที่เซเรสจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์สถานการณ์ หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระหน่ำในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุก "ผู้พิทักษ์แห่งสนธิสัญญาโลหิต" ในรัศมี 50 เมตร]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: บังคับเปิดใช้งาน - "ผู้สืบทอด" ต้องเผชิญหน้ากับผู้เฝ้ามองในอดีต]
[คำเตือน: สิ่งที่กำลังก้าวออกมาจากความมืด ไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นเงาในอดีตของอาจารย์เอเลน่าเอง]
เซเรสหันขวับไปมองอาจารย์สาวข้างกาย และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างสีดำทึบที่สวมชุดเกราะโบราณก็ก้าวทะลุกำแพงหอสมุดออกมา พร้อมกับดาบเล่มใหญ่ที่พาดอยู่บนบ่า และดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังเอเลน่าด้วยความอาฆาตมาดร้าย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาแบ่งปันช่วงเวลาอบอุ่นยามวิกาลกับไมโลและภูตน้อยนะครับ
ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 7
อาหารมื้อค่ำและบทสนทนาที่ไม่ควรเปิดเผย
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!