ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 5

การปะทะด้วยเหตุผล

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นอายของกระดาษโบราณและหมึกเวทมนตร์เข้มข้นลอยอบอวลอยู่รอบตัว ท่ามกลางความมืดมิดของมุมอับหลังชั้นหนังสือระดับสี่ของหอสมุดต้องห้าม ร่างปริศนายังคงคืบคลานเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่ไร้ซึ่งซุ่มเสียง ทว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เซเรสกลับไม่ได้เลือกที่จะวิ่งหนีหรือชักไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาตั้งรับอย่างตื่นตระหนก เด็กหนุ่มปีสองสาขาเวทมนตร์ประยุกต์กลับหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องของเขาประมวลผลข้อมูลรอบตัวอย่างรวดเร็ว—เงาสะท้อนบนพื้นศิลา อุณหภูมิรอบกายที่ลดลงสามองศาเซลเซียส และแรงดันมานาที่บิดเบี้ยว ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การจู่โจมจากสัตว์อสูรป่าไร้ความคิด แต่มันคือ "ภาพลวงตาเชิงพื้นที่" ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบสติปัญญาต่างหาก "อย่าขยับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เฉียบขาดดังขึ้นจากด้านข้าง เอเลน่าก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกจันทร์ดับที่มักลอยวนอยู่รอบตัวอาจารย์สาวปะทะเข้ากับปลายจมูกของเซเรสอย่างกะทันหัน ในยามปกติช่องว่างระหว่างพวกเขาย่อมมีระยะห่างที่เหมาะสมตามจรรยาบรรณของสถาบัน ทว่าในตอนนี้ ด้วยความจำกัดของพื้นที่ซ่อนตัวและแรงกดดันจากภัยคุกคามเบื้องหน้า ไหล่ของทั้งสองจึงแทบจะแนบชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา เซเรสเหลือบสายตาขึ้นมองอาจารย์สาวเล็กน้อย ใบหน้าของเอเลน่าภายใต้เงาสลัวยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ทว่าดวงตาสีเทาคู่สวยคู่นั้นกลับฉายประกายความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด "อาจารย์ครับ" เซเรสกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ แม้สถานการณ์จะคับขัน "ถ้าเรายังยืนเถียงกันเรื่องทฤษฎีการหักเหของมานาเมื่อสัปดาห์ก่อน เงาตรงนั้นคงจะกลืนกินเราไปก่อนที่ผมจะได้ส่งรายงานฉบับแก้ตัวแน่นอนครับ" เอเลน่าหันมามองลูกศิษย์ตัวแสบที่ยังมีอารมณ์มาต่อรองในสถานการณ์เช่นนี้ มุมปากของอาจารย์สาวกระตุกขึ้นนิดหน่อย คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ "เธอคิดว่านี่คือเวลามาพูดเรื่องทฤษฎีงี่เง่าพวกนั้นหรือไง เซเรส? วงเวทสะท้อนแสงตรงนั้นไม่ได้ใช้หลักการหักเหธรรมดา แต่มันคือ 'การบิดเบือนมิติชั้นที่สาม' ต่างหาก ถ้าเธอเดินผิดไปแม้แต่น้าวเดียว ร่างกายของเธอจะถูกแยกส่วนไปอยู่ในหน้ากระดาษของตำราโบราณเล่มไหนก็ไม่รู้" "นั่นแหละครับที่ผมจะแย้ง" เซเรสขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับมุมมอง ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างเขากับเอเลน่าลดลงไปอีกจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่เจือปนกันในความเงียบงัน "ทฤษฎีการบิดเบือนมิติชั้นที่สามที่อาจารย์สอนใน ศาสตราจารย์ มักจะอิงตามสมการของเซบาสเตียนรุ่นที่สอง ซึ่งมันล้าสมัยไปแล้วสามร้อยปีครับ ถ้าเราใช้หลักการ 'สมดุลความหนาแน่นมานา' ของสำนักพิมพ์หลวงมาคำนวณแทน เงานั่นก็จะปรากฏช่องโหว่ขนาดเจ็ดเซนติเมตรทางด้านซ้ายมือพอดี" "สามร้อยปีงั้นเหรอ?" เอเลน่าทวนคำ เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาด้วยความไม่ยอมแพ้ "สมการของเซบาสเตียนคือรากฐานที่มั่นคงที่สุด นักเรียนปีสองอย่างเธอเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าบอกว่ามันล้าสมัย หืม?" "ความจริงใจและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ครับอาจารย์" เซเรสตอบด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาเวลาที่ต้องการเอาชนะข้อถกเถียงทางวิชาการ "ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อ ลองก้าวเท้าซ้ายตามผมสิครับ... พร้อมกันนะ หนึ่ง... สอง..." ในเสี้ยววินาทีนั้น เซเรสไม่ได้รอให้อาจารย์สาวอนุญาต มือข้างหนึ่งที่ถือไม้กายสิทธิ์ถูกยกขึ้นค้ำยันชั้นหนังสือด้านหลังของเอเลน่าไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเสียหลัก ขณะที่แขนอีกข้างเอื้อมไปโอบเอวของอาจารย์สาวไว้ตามสัญชาตญาณการเคลื่อนไหวเชิงกายภาพ เพื่อดึงเธอหลบพ้นรัศมีของเงาปริศนาที่พุ่งผ่านหน้าพวกเขาไปอย่างเฉียดฉิว พรึบ! แรงลมจากการพุ่งชนของเงาทำให้เส้นผมสีเงินยวงของเอเลน่าปลิวมาสัมผัสกับแก้มของเซเรส กลิ่นหอมสะอาดคล้ายฝนแรกในฤดูร้อนโชยเข้าจมูกอย่างเด่นชัด ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าการโจมตีเมื่อครู่ คือตำแหน่งของพวกเขาในตอนนี้ เอเลน่าถูกดันให้ชิดติดกับชั้นหนังสือขนาดใหญ่ โดยมีร่างของเซเรสโอบล้อมเอาไว้เกือบทั้งหมด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนทำให้ดวงตาคู่คมของเด็กหนุ่มสบเข้ากับดวงตาสีเทาคู่สวยของอาจารย์สาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัวต่อภัยภายนอก หากแต่เป็นความตึงเครียดทางอารมณ์และเคมีที่แปลกประหลาดซึ่งก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ใบหน้าที่มักจะนิ่งสงบและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม ปรากฏริ้วรอยความประหลาดใจขึ้นจางๆ ดวงตาของเอเลน่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่รับรู้ได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือของเด็กหนุ่มที่ยังคงแนบอยู่บริเวณเอวของเธอ รวมถึงความใกล้ชิดสนิทสนมชนิดที่เรียกว่าก้าวล้ำเส้นแบ่งระหว่าง "ศิษย์" กับ "อาจารย์" ไปไกลโข "เธอ..." เอเลน่าเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา คล้ายจะต่อว่าแต่ริมฝีปากกลับเม้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติ "กล้ามากนะที่มาแตะต้องตัวอาจารย์แบบนี้" "ผมแค่ช่วยชีวิตและพิสูจน์ทฤษฎีต่างหากครับอาจารย์" เซเรสกระซิบตอบ เสียงของเขาต่ำลงกว่าปกติเล็กน้อย เจือความอบอุ่นและจริงจังที่หาได้ยาก "อีกอย่าง... ช่องโหว่เจ็ดเซนติเมตรที่ผมบอกเมื่อกี้ มันพิสูจน์แล้วไม่ใช่เหรอครับว่าสมการของผมถูกต้อง?" เอเลน่าเม้มปากแน่น หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดหลายปีในหอสมุดต้องห้าม กลับเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเงาปริศนาเมื่อครู่นี้ แต่เป็นเพราะสัมผัสที่มั่นคงและแววตาที่ฉายความฉลาดเฉลียวอย่างเหลือลือของเด็กหนุ่มตรงหน้าต่างหาก ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะก้าวล้ำไปไกลกว่านั้น เสียงก๊องแก๊งประหลาดก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง ตามมาด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบที่สะท้อนขึ้นมาจากพื้นศิลาเบื้องล่าง เงาปริศนาที่เคยคุกคามพวกเขาเมื่อครู่พลันสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีขาวระเหยหายไปในอากาศ พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยจากระบบเวทมนตร์ส่วนตัวของเซเรสก็ดังขึ้นในโสตประสาท [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการผ่านเงื่อนไขพิเศษ!] [ภารกิจลับระดับ SSS: "ถอดรหัสลับแห่งหอสมุดต้องห้าม" สำเร็จลุล่วง 35%] [ได้รับรางวัลพิเศษ: สิทธิ์เข้าถึง "บันทึกต้องห้ามบทที่ 0" และค่าความสัมพันธ์พิเศษกับตัวละครเฉพาะ (เอเลน่า) เพิ่มขึ้น +50 แต้ม] [คำเตือนระบบ: ผู้บุกรุกตัวจริงกำลังมุ่งหน้ามายังชั้นที่ห้า... และพวกเขากำลังถูกล้อมโดยสมบูรณ์] เซเรสชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขสถานะที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเอเลน่าอีกครั้ง ทว่าในแววตานั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายระยิบระยับในแบบฉบับของนักปราชญ์ผู้กระหายความรู้ "ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเพิ่มแล้วนะครับอาจารย์" เซเรสกระซิบเสียงต่ำ พลางกระชับมือที่โอบเอวอาจารย์สาวไว้แน่นขึ้นอีกนิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ "แต่ก่อนอื่น... อาจารย์จะยอมรับหรือยังครับ ว่าทฤษฎีของผมมันเหนือกว่าสมการของเซบาสเตียน?" เอเลน่าถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาที่มองเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบางเบาออกมาเป็นครั้งแรกในรอบปี รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความยอมจำนนและความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดื้อรั้น "เด็กบ้าเอ้ย..." เอเลน่าพึมพำเบาๆ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะหันขวับไปมองยังทางเดินมืดมิดเบื้องหน้าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสเภรกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ "ถ้าเธอยังรอดออกไปจากที่นี่ได้... ฉันจะยอมอ่านรายงานของเธอแบบบรรทัดต่อบรรทัดเลยก็ได้ เซเรส" —ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ—
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%