กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับหยดหมึกเวทมนตร์ค้างคืนลอยอบอวลอยู่รอบตัว จนแทบจะทำให้คนประสาทกินได้หากสูดดมมันติดต่อกันเป็นชั่วโมง เซเรสขยับแว่นกรอบเงินบนสันจมูกเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบนแผ่นหนังแท้สีชาดที่วางอยู่เบื้องหน้า มันไม่ใช่เอกสารยืมคืนหนังสือธรรมดา แต่เป็น "พันธสัญญาโลหิตเงา" ที่มีอักขระเวทสีทองจางๆ เต้นระบำอยู่รอบขอบกระดาษ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่รอคอยการเซ็นชื่อเพื่อตักตวงวิญญาณไปเป็นทาสบริวาร
"เงื่อนไขข้อแรก... คุณภาพชีวิตของผมดูจะลดลงฮวบฮาบเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุเสียอีกนะครับ อาจารย์เอเลน่า"
เซเรสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบติดจะกวนประสาทเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัว แต่นัยน์ตาสสีนิลกลับไม่บ่งบอกถึงความล้อเล่นแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสูงบุด้วยกำมะหยี่สีเข้ม ด้านหน้าคือโต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณที่เต็มไปด้วยกองตำราเวทมนตร์ระดับสูงที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบจนน่ากลัว
เจ้าของห้องอย่างเอเลน่า ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากสมุดบันทึกเล่มหนาในมือทันที เธอยังคงใช้ขนนกสีขาวบริสุทธิ์จุ่มหมึกสีเงินและเขียนตัวอักษรลึกลงไปบนหน้ากระดาษ เสียง 'สวิด... สวิด...' ของปลายปากกาที่กระทบกับเนื้อกระดาษดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในหอสมุดต้องห้ามยามวิกาลนี้ดูวังเวงและกดดันยิ่งขึ้น
ผ่านไปเกือบนาทีเต็ม เธอก็หยุดมือ เอียงคอเล็กน้อย เรือนผมสีเงินยวดย้อยยาวสลวยยามขยับตัวสะท้อนกับแสงเรืองรองของตะเกียงเวทมนตร์ ดวงตาสีฟ้าใสราวน้ำแข็งขั้วโลกเงยขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มที่มุมปากยังคงเป็นรอยยิ้มปริศนาที่อ่านไม่ออกว่าเธอกำลังคิดจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว หรือแค่สนุกกับการเห็นเด็กหนุ่มดิ้นรนในกำมือ
"โลกภายนอกหอสมุดต้องห้ามแห่งนี้ โหดร้ายกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่คุณพูดถึงหลายเท่า, เซเรส" เสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น "และข้อมูลเกี่ยวกับ 'บันทึกสูญแห่งราชาปราชญ์' ที่คุณกำลังตามหาอยู่... มันมีราคาค่างวดที่สูงเกินกว่าที่นักเรียนปี 2 สาขาเวทมนตร์ประยุกต์ธรรมดาคนหนึ่งจะจ่ายด้วยเหรียญทองหรือแต้มความประพฤติ"
เซเรสแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาย่อมรู้ดีว่าของฟรีไม่มีในโลกเวทมนตร์ ยิ่งเป็นความลับระดับที่สภาเวทมนตร์พยายามลบออกจากสารบบประวัติศาสตร์ด้วยแล้ว การที่เขาแอบย่องเข้ามาในหอสมุดต้องห้ามแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา ไม่ถูกส่งตัวไปขังลืมที่คุกใต้ดินอัคคีภัยก็นับว่าปาฏิหาริย์มากพอแล้ว การที่อาจารย์สาวผู้นี้เสนอทางเลือกให้จึงไม่ใช่ความเมตตา แต่เป็นการยื่นข้อเสนอทางธุรกิจที่เขาไม่มีสิทธิปฏิเสธต่างหาก
"ว่ามาเถอะครับ... เงื่อนไขที่ว่านอกจากจะต้องมาจัดเรียงหนังสือสารานุกรมมิติที่ 7 ทุกเที่ยงคืนแบบนี้แล้ว ผมยังต้องทำอะไรให้อีก หวังว่าคงไม่ต้องถึงขั้นยอมเป็นหนูทดลองให้ท่านปรุงยาเปลี่ยนเพศหรอกนะ"
เอเลน่าหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงินในสายลมหนาว แต่แววตาของเธอกลับคมกลาบจนเซเรสต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
"ความคิดสร้างสรรค์ดีนี่... แต่ฉันไม่ได้ว่างงานขนาดจะเอาเวลามาทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก" เอเลน่าเลื่อนแผ่นหนังพันธสัญญาเข้ามาใกล้ตัวเขาอีกนิด นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำเคาะเบาๆ บนข้อความบรรทัดที่สาม "เงื่อนไขข้อที่สอง... ในทุกๆ วันศุกร์ คุณจะต้องลงไปสำรวจ 'ชั้นใต้ดินระดับลึก' ของหอสมุดแห่งนี้เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง และนำวัตถุดิบเวทมนตร์ที่ตกค้างกลับมาส่งมอบให้ฉัน โดยห้ามใช้เวتมนตร์ธาตุแสงหรือธาตุไฟเด็ดขาด"
เซเรสขมวดคิ้วทันที ระบบวิเคราะห์ในหัวของเขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ชั้นใต้ดินระดับลึกของหอสมุดต้องห้าม? ตามบันทึกโครงสร้างสถาปัตยกรรมของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ ชั้นใต้ดินถูกปิดตายมานานกว่าสามร้อยปีหลังจากการทดลองผิดพลาดครั้งใหญ่ การลงไปที่นั่นโดยปราศจากเวทมนตร์ธาตุแสงและไฟ ซึ่งเป็นแสงสว่างหลักในการขับไล่ภูตเงาและสัตว์เวทกลายพันธุ์... มันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าไปในปากราชสีห์โดยสวมชุดเนื้อสดๆ เลยแม้แต่น้อย
"นี่มันไม่ใช่เงื่อนไขการทำงานแล้วครับอาจารย์... นี่มันใบมรณะบัตรฉบับย่อส่วนชัดๆ" เซเรสโต้กลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้ซึ่งความกวนประสาทเมื่อครู่ "การลงไปในเขตอับแสงโดยใช้แค่เวทมนตร์ธาตุดินหรือลม เป็นการจำกัดขีดความสามารถของผมเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมตายอยู่ข้างล่างนั่น ใครจะเป็นคนจัดเรียงหนังสือให้ท่านล่ะครับ?"
"วางใจเถอะ..." เอเลน่าโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์และหมึกโบราณโชว์เข้าจมูกของเซเรส "ฉันไม่ได้ส่งคุณไปตายหรอก... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะถ้าคุณตาย ฉันก็ต้องเสียเวลาหา 'ผู้ช่วย' ที่มีความสามารถในการถอดรหัสอักขระโบราณได้รวดเร็วเท่าคุณอีก ซึ่งบอกตามตรงว่า ในบรรดานักเรียนทั้งหมดของสถาบันนี้ มีแค่สมองกวนๆ ของคุณนี่แหละที่พอจะใช้งานได้คุ้มค่าหน่อย"
เซเรสจ้องมองแววตานั้น นัยน์ตาสีฟ้าใสไม่ได้ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เลยแม้แต่น้อย เธอมองทะลุปรุโปร่งว่าเขามีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในหอสมุดแห่งนี้มากแค่ไหน และเธอก็ใช้จุดอ่อนนั้นมาบีบเขาให้อยู่ในกำมือได้อย่างแนบเนียนโดยไม่ต้องออกแรงขู่เข็ญแม้แต่คำเดียว
มือเรียวของเซเรสเอื้อมไปหยิบปากกาขนนกที่วางอยู่ เขาเงียบไปอึดใจใหญ่ สมองคำนวณความเสี่ยงและผลตอบแทนอย่างรอบคอบ ข้อมูลเกี่ยวกับ 'บันทึกสูญแห่งราชาปราชญ์' เป็นกุญแจสำคัญดอกเดียวที่จะทำให้เขาสามารถไขปริศนาการหายตัวไปของอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาเวทมนตร์ประยุกต์ได้ หากเขาถอยตอนนี้ ทุกอย่างที่พยายามสืบมาจะสูญเปล่าทันที
"ถ้าผมทำตามเงื่อนไขทั้งหมด... ผมขอสิทธิ์ในการเข้าถึง 'หอคอยกระจกเงา' เป็นการแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม" เซเรสยื่นข้อเสนอสวนกลับอย่างไม่ยอมเสียเปรียบง่ายๆ
เอเลน่าชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอกว้างขึ้นอีกนิด แววตาฉายแววทึ่งระคนพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "Cunning... สมกับที่เป็นเด็กแสบประจำปีสอง กล้าต่อรองกับอาจารย์ผู้คุมกฎถึงขนาดนี้เชียวหรือ"
"เขาเรียกการเจรจาต่อรองแบบวิน-วินครับอาจารย์" เซเรสตอบหน้าตาย พร้อมกับจรดปลายปากกาลงบนแผ่นหนังพันธสัญญา ลายเส้นหมึกสีทองสว่างวาบขึ้นทันทีที่ปลายปากกาสัมผัสกระดาษ เกิดเป็นประกายแสงระยิบระยับพุ่งเข้าสู่หลังมือของทั้งสองฝ่าย เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการผูกพันธสัญญาโดยสมบูรณ์
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเซเรส ราวกับระบบกลไกเวทมนตร์ภายในร่างกายกำลังอัปเดตสถานะ
[ระบบตรวจพบ: พันธสัญญาเงากับผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้ามสำเร็จ]
[สถานะปัจจุบัน: ผู้ช่วยฝึกหัดระดับ 1 (หอสมุดต้องห้าม)]
[ปลดล็อกภารกิจเสริมระดับ A: สำรวจเขตอับแสงชั้นใต้ดิน ระดับ -3]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่หอสมุดต้องห้ามจากทิศเหนือ... ความหนาแน่นของมานาอยู่ในระดับอันตรายสูงสุด]
เซเรสชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที เขารีบเงยหน้าขึ้นมองเอเลน่า ซึ่งในขณะนี้รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าของอาจารย์สาวได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่เรียบตึงและดวงตาที่จับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ไม้สักหนาหนักเบื้องหน้า
แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เริ่มต้นขึ้นจากพื้นหินใต้ฝ่าเท้า ฝุ่นละอองจากชั้นหนังสือร่วงกราวลงมา ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังเหยียบย่างเข้ามาใกล้ตัวอาคารเรื่อยๆ และก่อนที่เซเรสจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องกังวานจากทางเดินมืดมิดนอกประตูก็หยุดลง... พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ราวกับจงใจประกาศการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาล
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของไมโลกับภูตน้อยเสมอมานะครับ
ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 3
เงื่อนไขการทำงานในเงามืด
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!