ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 3

มื้ออาหารที่เปลี่ยนท่าที

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าพวกท่านยังยืนเคาะประตูเสียงดังเช่นนี้ เกรงว่าอีกประเดี๋ยว เสียงโวยวายของท่านคงจะปลุกให้ผีสางแถวนี้ตื่นขึ้นมาฟ้องร้องค่ารบกวนเวลานอนเสียมากกว่ากระมังคะ" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างกลางฤดูใบไม้ร่วงดังลอดผ่านแผ่นไม้ผุๆ ของประตูเรือน ออกไปกระทบโสตประสาทของกลุ่มคนที่กำลังยืนออกันอยู่ด้านนอก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวที่ปกติมักก้มหน้ายอมรับชะตากรรม จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยท่าทีนิ่งสงบถึงเพียงนี้ หลินซูฮานไม่ได้เร่งรีบที่จะเปิดประตู นางเพียงค่อยๆ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบละอองแป้งบนเรียวปลายนิ้วอย่างใจเย็น สายตากวาดมองเตาถ่านขนาดเล็กในห้องครัวมิติที่นางเพิ่งหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกมา หม้อดินเผาใบย่อมกำลังส่งเสียงปุดๆ เบาๆ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศจีนโบราณ ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย และพริกไทยเสฉวน คละคลุ้งผสมผสานไปกับไขมันหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนน้ำตาลทรายแดงละลายเคลือบผิวเนื้อจนเป็นสีแดงฉ่ำวาว นี่ไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดาในชนบทที่แห้งแล้งและฝืดคอ แต่มันคือ "หมูตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับระดับเชฟกระทะเหล็กที่ต่อให้เป็นขุนนางในเมืองหลวงก็ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย ตึง! เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้งด้วยความเกรี้ยวกราด "หลินซูฮาน นังเด็กอกตัญญู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เจ้าคิดจะขังพวกเราไว้ข้างนอกหรืออย่างไร? คิดว่าแต่งเข้าบ้านตระกูลลู่แล้วจะปีกกล้าขาแข็ง ลืมบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ป้าสะใภ้คนนี้เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยแล้วหรือ!" เสียงหวังซื่อ ป้าสะใภ้จอมเคี่ยวแผดลั่นทะลุกรอบประตูเข้ามา ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนเซ็งแซ่ของเหล่าเครือญาติฝ่ายสามีที่แห่แหนกันมาเป็นขบวนราวกับแร้งลงส้วม เป้าหมายของพวกนางมีเพียงหนึ่งเดียว—ต้องการมาดูสภาพความอับจนของสองสามีภรรยา พร้อมทั้งฉวยโอกาสรีดไถเสบียงกรังที่ทางการเพิ่งแจกจ่ายให้ครอบครัวทหารผ่านศึก ซูฮานแย้มยิ้มบางเบา นางหมุนตัวเดินกลับมาที่หน้าเตา หยิบตะเกียบไม้ไผ่คีบชิ้นหมูสามชั้นที่เปื่อยนุ่มละลายในปากขึ้นมาพิจารณา สีสันของมันช่างยั่วยวนใจ ยิ่งยามที่ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นพร้อมกลิ่นหอมหวลที่ทะลุทะลวงผ่านช่องลมออกไปสู่ภายนอก นางก็รู้ทันทีว่า... ปลายทางของเกมนี้กำลังจะเปลี่ยนทิศทางในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า กึก! สลักไม้ถูกดึงออกอย่างเชื่องช้า บานประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้าน ใบหน้าเรียบเนียนไร้เครื่องประดับใดๆ แต่กลับเปล่งประกายความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตนเองอย่างประหลาด จนผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว หวังซื่อที่กำลังยกมือขึ้นเตรียมทุบซ้ำ ชะงักค้างกลางอากาศ นางอ้าปากค้างเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นหอมรุนแรงที่พุ่งปะทะจมูกทันทีที่ประตูเปิดออก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้าง จมูกสูดดมกลิ่นนั้นอย่างลืมตัว สมองที่เคยเตรียมคำด่าทอยาวเหยียดกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ "นี่มัน... กลิ่นอะไรกัน?" หวังซื่อหลุดปากถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความงุนงงแกแกมอยากรู้อยากเห็น "อ๋อ อาหารมื้อค่ำของบ้านเราเองค่ะ" ซูฮานตอบด้วยรอยยิ้มพิมใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว "เห็นทีว่าป้าสะใภ้และบรรดาญาติๆ คงไม่ได้เดินผ่านมาแถวนี้โดยบังเอิญกระมังคะ ถึงได้ยกโขยงกันมาเสียดึกดื่นป่านนี้ มีธุระอันใดด่วนนักหรือ ถึงต้องมาเคารพประตูบ้านคนอื่นเขาเช่นนี้?" คำถามย้อนศรทำเอาหวังซื่อหน้าชาเล็กน้อย นางรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเคร่งขรึมและวางอำนาจดังเดิม พร้อมกับเบียดกายเข้ามาในห้องโถงเล็กๆ ทันทีโดยไม่รอให้อนุญาต สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างถือวิสาสะ "เจ้าเด็กคนนี้นี่! พูดจากับผู้ใหญ่ให้มันดีๆ หน่อย! พวกเราเห็นว่าเจ้ากับเจ้าจ้านกั๋วเพิ่งแต่งเข้าบ้านใหม่ ข้าวของยังขาดแคลน ด้วยความหวังดีในฐานะญาติผู้ใหญ่ ข้าถึงได้พาคนมาเยี่ยมเยียน... ว่าแต่ เจ้าทำอะไรกินกันแน่ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนคนเขาแตกตื่นกันหมดแล้ว!" คำพูดทวงบุญคุณอันหน้าไม่อายนี้ ทำให้หลินซูฮานเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาดังๆ หวังซื่อผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาและเห็นแก่กินมาแต่ไหนแต่ไร ในนิยายต้นฉบับ นางมักจะมาสูบเลือดสูบเนื้อบ้านตระกูลลู่ยามยากลำบากอยู่เสมอ จนกระทั่งลู่จ้านกั๋วต้องออกไปเสี่ยงอันตรายในกองทัพเพื่อหาเงินมาจุนเจือ แต่ทว่า... ตอนนี้นางทะลุมิติมาแล้ว เกมนี้ย่อมต้องเปลี่ยนกฎ! "หวังซื่อพูดถูกแล้ว..." หญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าอีกคนหนึ่งของลู่จ้านกั๋ว เอ่ยแทรกขึ้นมาบ้าง พลางพยายามชะเง้อคอมองเข้าไปในครัว "บ้านเราทำนาเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แทบไม่ได้กินของดีๆ มาหลายเดือน อาหารในหม้อของเจ้าดูท่าทางจะไม่น้อย แบ่งมาให้พวกเราชิมสักหน่อยเถอะ ถือว่าทำบุญทำทานแก่คนยากคนจนก็แล้วกัน" ความโลภฉายชัดอยู่ในแววตาของทุกคนที่ก้าวเข้ามา พวกเขาเริ่มเดินดุ่มๆ ตรงไปที่ห้องครัวราวกับเป็นบ้านของตนเอง โดยไม่สนใจสายตาที่เยียบเย็นขึ้นเรื่อยๆ ของเจ้าของบ้าน ซูฮานไม่ขยับเขยื้อน นางยืนกอดอกพิงวงกบประตู ปล่อยให้พวกเขาสูดดมกลิ่นหอมของหมูตุ๋นจนคลุ้มคลั่ง ยิ่งกลิ่นลอยฟุ้งไปไกลเท่าไหร่ ท้องของบรรดาญาติๆ ก็ยิ่งส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงความหิวโหยออกมาอย่างน่าขัน "ทำบุญทำทานหรือคะ?" ซูฮานทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวนิดใบมีด "น่าเสียดายจริงๆ ที่ของในหม้อนี้ เป็นอาหารที่ข้าตั้งใจทำไว้ให้ 'สามี' ของข้าที่เพิ่งกลับมาจากฝึกซ้อมอย่างเหน็ดเหนื่อย คนนอกเช่นพวกท่าน ต่อให้หิวโซจนไส้กิ่ว ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะตักน้ำแก้วเดียวในบ้านหลังนี้กินทั้งสิ้นค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที หวังซื่อหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยว นางตบโต๊ะเสียงดังปัง! "นังเด็กสารเลว! เจ้ากล้าดียังไงมาไล่ญาติผู้ใหญ่! เจ้าคิดว่าลู่จ้านกั๋วไม่อยู่แล้วใครจะคุ้มครองเจ้าได้ฮึ? วันนี้ถ้าเจ้าไม่ยอมยกหมูตุ๋นหม้อนี้ให้พวกเรา ข้าจะฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้ขับไล่พวกเจ้าออกไปจากหมู่บ้านซะ!" การขู่กรรโชกอันป่าเถื่อนเริ่มขึ้น ทว่าซูฮานกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความขบขัน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้หวังซื่อทีละก้าว แรงกดดันอันน่าประหลาดจากสตรีตัวเล็กๆ คนนี้ทำให้หวังซื่อต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ถ้าผู้ใหญ่บ้านรู้ว่าพวกท่าน บุกรุกเข้ามาในยามวิกาลเพื่อปล้นชิงอาหารของครอบครัวทหารที่รับใช้ชาติ เกรงว่าคนที่จะต้องอับอายและถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน น่าจะเป็นพวกท่านมากกว่านะคะ" ซูฮานกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ปัง! เท้าใหญ่เตะผลักประตูไม้ที่เปิดแง้มอยู่ให้เปิดอ้าออกอย่างแรง แรงลมกรรโชกวูบหนึ่งพัดพาเอาไอเย็นยามค่ำคืนเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าสีเขียวทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินและร่องรอยการทำงานหนัก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองทุกคนในห้องด้วยรัศมีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัว ลู่จ้านกั๋วกลับมาแล้ว! และเขากำลังเห็นภาพเหล่าเครือญาติจอมปลอมกำลังรุมล้อมรังแกภรรยาของเขาพอดี ซูฮานชะงักไปเล็กน้อย นางหันไปสบตากับสามีผู้เงียบขรึมที่เพิ่งก้าวเข้ามา และก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยปากแก้ตัว ร่างสูงใหญ่ของลู่จ้านกั๋วก็ก้าวผ่านหน้าภรรยาไปยืนขวางกั้นระหว่างนางกับกลุ่มญาติทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเทพสงครามผู้พิทักษ์ "ใครอนุญาตให้พวกท่านเข้ามาในบ้านของฉัน?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น สั้น ห้วน และเย็นยะเยือกจนทุกคนถึงกับผงะถอยหลังกรูด หวังซื่อหน้าซีดเผือดอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ขณะที่ซูฮานแอบยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นแผ่นกว้างที่พร้อมจะปกป้องนางเสมอ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของลู่จ้านกั๋วก็ก้มลงมองจานหมูตุ๋นบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจะหันมามองหน้าภรรหาสาวด้วยแววตาที่ซับซ้อนคาดเดาไม่ได้ "กลิ่นนี่..." ลู่จ้านกั๋วขมวดคิ้วมุ่น "เธอเอาวัตถุดิบเหล่านี้มาจากไหน ในเมื่อเสบียงที่เรามี... หมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่หรือ?" บรรยากาศในห้องพลันเงียบกริบลงทันที ความตึงเครียดไม่ได้มาจากเหล่าญาติจอมปลอมอีกต่อไป แต่กลับพุ่งตรงมาที่ความลับดำมืดของตัวนางเอง! --- (ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนเมนูความอร่อยและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ - หลินฮวายุคปฏิรูป)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%